"ถ้าท่านศาสตราจารย์ดอร์แกนคิดจะใช้มติสภาอาจารย์มาบีบให้ผมลาออก ก็เชิญทำได้ตามสบายครับ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ห้องสมุดเขตต้องห้ามที่ท่านแอบเข้าไปทำธุรกรรมสีเทาเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังมีบันทึกการใช้มานาที่ค้างคาอยู่... ท่านคิดว่าท่านอธิการบดีจะสนใจเรื่องของนักเรียนไร้พรสวรรค์ หรือเรื่องทุจริตของอาจารย์อาวุโสมากกว่ากันครับ?"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับชะงักฝีเท้า
ผมยืนพิงกำแพงหินเย็นเฉียบในโถงทางเดินลับหลังหอคอยห้องสมุด ดวงตาจ้องมองศาสตราจารย์ดอร์แกน ชายร่างท้วมผู้มีใบหน้าบวมฉุด้วยความโกรธจัด เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่พยายามจะกวาดล้าง 'ความไร้ค่า' อย่างผมออกจากโรงเรียนนี้มาตลอด โดยใช้กฎเกณฑ์โรงเรียนเป็นข้ออ้าง
"แก... แกมันก็แค่ไอ้เด็กไร้ค่าที่อาศัยบารมีผู้หญิงคอยป้อง..." ดอร์แกนขบกรามแน่น สันกรามสั่นระริก
"ผมอาศัยสติปัญญาครับ ไม่ใช่บารมี" ผมตัดบทพลางก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว ขยับเนกไทให้เรียบตึง "และที่สำคัญ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนคำด่าทอ แต่ผมมาเพื่อเตือนว่า หอคอยแห่งนี้กำลังล่มสลายลงทุกนาที การที่พวกท่านมัวแต่เล่นเกมการเมืองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งในสภา ทั้งที่รากฐานของเวทมนตร์ในโรงเรียนกำลังสั่นคลอน... นั่นคือความโง่เขลาที่ยอมรับไม่ได้"
ดอร์แกนผงะไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดระแวง เขาไม่ได้กลัวผม แต่เขากลัว 'ความจริง' ที่ผมถือครองอยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดิน รองเท้าบูตหนังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกวิสทีเรียและตำราเก่าลอยมากระทบจมูก
ศาสตราจารย์เอลาร่าก้าวออกมาจากเงามืด เธออยู่ในชุดคลุมสีนิลสนิท ใบหน้าเรียบเฉยดั่งรูปปั้นน้ำแข็ง ดวงตาสีเพลิงใต้กรอบแว่นเลนส์ใสคู่นั้นกวาดมองดอร์แกนราวกับมองมดปลวก
"ศาสตราจารย์ดอร์แกน... การคุกคามนักเรียนในที่ลับตาคน ไม่ใช่คุณสมบัติของอาจารย์ที่ดีนะครับ" เสียงของเธอราบเรียบแต่น่าเกรงขาม
"ท่านเอลาร่า... นี่ท่านยังจะปกป้องไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านี่อยู่อีกหรือ? ข่าวลือเรื่องที่ท่านแอบมอบไอเทมระดับสูงให้มันน่ะ หอคอยทั้งหอเขารู้กันหมดแล้ว!" ดอร์แกนแผดเสียง
เอลาร่าไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เธอเพียงแต่ขยับมือเบาๆ วงแหวนเวทสีครามจางๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศชั่วพริบตาก่อนจะหายไป แรงกดดันมหาศาลม้วนตัวเข้าหาดอร์แกนจนชายร่างท้วมทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด
"ความลับคืออาวุธที่อันตรายที่สุด ดอร์แกน" เธอเอ่ยเสียงกระซิบที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในฤดูหนาว "ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่อง 'หินมานาปลอม' ที่ท่านแอบนำเข้าโรงเรียนถูกเปิดเผย ก็จงกลับไปทำหน้าที่สอนหนังสือของท่านเสีย และหุบปากเรื่องเซเรสให้สนิท"
ดอร์แกนรีบลุกขึ้นลนลาน เขามองพวกเราด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะวิ่งหนีไปตามโถงทางเดิน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ผมถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปสบตากับอาจารย์สาว
"ขอบพระคุณครับ" ผมกล่าวสั้นๆ
"นายทำตัวโง่เขลาเกินไปแล้ว เซเรส" เธอขยับแว่นสายตา สายตาที่มองมาที่ผมไม่ได้เย็นชาเหมือนที่แสดงต่อดอร์แกน แต่มันกลับมีความกังวลฉายชัดอยู่ลึกๆ "การเมืองในรั้วโรงเรียนมันสกปรกกว่าที่นายคิด ถ้าพวกเขาไม่มีทางสู้ด้วยเหตุผล พวกเขาจะหันไปใช้ 'ความรุนแรง' ทันที"
"ผมรู้ครับ" ผมตอบพลางมองออกไปนอกหน้าต่างบานสูงที่เห็นยอดหอคอยกำลังแตกร้าวเป็นริ้วรอยสีดำ "แต่ถ้าเราไม่ขยับตอนนี้ หอคอยนี้จะกลายเป็นสุสานของทุกคน รวมถึงตัวพวกท่านด้วย"
เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะไหล่ผมเบาๆ สัมผัสจากปลายนิ้วเธอผ่านเนื้อผ้าชุดนักเรียนเข้ามาถึงผิวหนัง มันให้ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ
"อย่าตายก่อนที่ฉันจะบอกความลับทั้งหมดให้นายฟังล่ะ" เธอหันหลังกลับ แต่ก่อนจะจากไป เธอทิ้งคำพูดหนึ่งไว้ "คืนนี้ ไปที่ห้องใต้ดินของหอคอยสมุดต้องห้าม... มีบางอย่างที่นายควรเห็นด้วยตาของตัวเอง"
ผมยืนมองแผ่นหลังของเธอเดินลับหายไปในความมืด กลิ่นหอมจางๆ ของเธอยังคงอบอวลอยู่รอบตัว
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณจากระบบที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS - 'จุดเปลี่ยนแห่งโชคชะตา' เปิดใช้งาน]
[เงื่อนไข: ค้นพบต้นกำเนิดความเสื่อมโทรมของหอคอยในห้องใต้ดินที่ถูกลืม]
[คำเตือน: หากท่านก้าวเข้าไปแล้ว ท่านจะไม่สามารถถอยหลังกลับมาเป็นคนธรรมดาได้อีกตลอดกาล]
[คำถาม: ท่านพร้อมจะยอมรับความจริงที่จะทำลายโลกทั้งใบของท่านหรือไม่? (ยอมรับ / ปฏิเสธ)]
ผมยืนนิ่ง นิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อยขณะจ้องมองตัวเลือกที่สั่นไหวกลางอากาศ หากผมกด 'ยอมรับ' ชีวิตที่สงบสุขแบบเด็กเรียนไร้พรสวรรค์จะจบลงทันที แต่ถ้าผมกด 'ปฏิเสธ'... ผมก็จะเป็นเพียงเหยื่อในเกมการเมืองที่รอวันถูกบดขยี้
ผมแค่นยิ้มให้กับโชคชะตาที่แสนตลกร้าย ก่อนจะใช้นิ้วแตะที่คำว่า [ยอมรับ] อย่างเด็ดเดี่ยว
ทว่าในวินาทีที่แสงสีฟ้าจางลง ประตูไม้โอ๊กหนักๆ ที่ปิดตายอยู่เบื้องหลังผมก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกด้วยตัวเอง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามา... เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงกระแทกของเกราะเหล็กที่ผมจำได้ขึ้นใจ
"ศาสตราจารย์เอลาร่า... ผมเกรงว่าแผนการของคุณคงต้องหยุดลงเพียงเท่านี้"
ชายในชุดเกราะเงินประดับตราประจำตระกูลที่สาบสูญก้าวออกมาจากเงามืด ปลายดาบเล่มใหญ่จ่อมาที่ลำคอของผมโดยไม่มีท่าทีลังเล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในตอนนี้นะครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 28
การเมืองในรั้วโรงเรียน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!