บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 2

คมดาบที่เร็วกว่าคาถา

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"เกะกะสายตาจริงนะ... เจ้าเศษสวะไร้มานาแห่งหอคอยทิศใต้" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองเวทภาคปฏิบัติ กลิ่นอายของมาธาตุไฟระดับสูงแผดเผาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างของ 'เรย์มอนด์' บุตรชายแห่งตระกูลขุนนางชั้นสูงยืนตระหง่าน เส้นผมสีเพลิงสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง มือขวากำคทาเวทประดับอัญมณีสีแดงฉานที่กำลังส่งเสียงคำรามฮึ่มๆ ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด เซเรสยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขามีเพียงแค่ส้าวเดียว เด็กหนุ่มมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองประเมินกระแสมานาที่ไหลวนรอบตัวเรย์มอนด์อย่างใจเย็น ในหัวของเขา เสียงแจ้งเตือนจากระบบยังคงกะพริบเตือนสีแดงฉานเป็นระยะ [ระบบตรวจพบสัญญาณมานาโบราณระดับ SSS: เชื่อมต่อเป้าหมาย 'เซเรส' และ 'เอลาร่า' สำเร็จ...] [เริ่มต้นนับถอยหลังการล่มสลายของหอคอย: 71 ชั่วโมง 55 นาที] เวลาในโลกความเป็นจริงกำลังเดินถอยหลังอย่างโหดร้าย แต่สนามฝึกซ้อมแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และสายตาดูแคลนจากเหล่านักเรียนหัวกะทิที่มารุมล้อมรอบด้าน พวกเขาต่างรอคอยที่จะได้เห็น 'ตัวตลก' ของชั้นเรียนถูกบทเรียนราคาแพงสั่งสอนให้รู้สำนึก "ทำไมล่ะ? หรือว่าความกลัวมันทำให้สมองแกหยุดทำงานไปแล้ว?" เรย์มอนด์เหยียดยิ้มกว้างขึ้น คทาในมือยกขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าผากของเซเรส "ที่นี่คือสถาบันเวทมนตร์คาลิเบอร์ พื้นที่สำหรับผู้มีพรสวรรค์ที่พระเจ้าเลือกสรร ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็กสำหรับคนไม่มีแม้แต่พลังจะจุดไฟด้วยซ้ำ ชักดาบเหล็กไร้ค่าของแกออกมาสิ... ฉันจะแสดงให้ดูเองว่า ช่องว่างระหว่างชนชั้นมันห่างกันแค่ไหน" เซเรสผ่อนลมหายใจออกช้าๆ เขามิได้โต้ตอบด้วยคำพูด มือเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสด้ามจับของดาบเหล็กกล้าไร้คมที่เหน็บอยู่ข้างเอว สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ความรู้สึก การเคลื่อนไหวของเขาเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติจนดูเชื่องช้าในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน นี่คือท่าเตรียมพร้อมที่สมบูรณ์แบบที่สุด *เปรี้ยง!* ไม่รอให้เซเรสได้ชักอาวุธจนสุดฝัก เรย์มอนด์ก็ตวัดคทาส่งลูกไฟขนาดเท่าศีรษะพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง แรงระเบิดจากคาถาขั้นต้น 'ศรเพลิงอัคคี' สร้างแรงกระแทกจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เด็กหนุ่มไม่หลบ ในเสี้ยววินาทีที่ลูกไฟกำลังจะแผดเผาใบหน้า เซเรสใช้ไหวพริบและสัญชาตญาณขั้นสูงเอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อย ปล่อยให้ความร้อนเฉียดผ่านหัวไหล่จนกลิ่นเสื้อผ้าไหม้เกรียม และในจังหวะนั้นเอง... ดาบในมือก็ถูกตวัดออกไปอย่างเฉียบคม *ฉับ!* ไม่ใช่การใช้เวทมนตร์ แต่เป็นแรงเหวี่ยงจากกล้ามเนื้อและมุมองศาที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ ปลายฝักดาบกระแทกเข้าที่จุดศูนย์ถ่วงบริเวณข้อศอกของเรย์มอนด์อย่างจัง แรงกระแทกเฉียบพลันทำให้กระแสมานาในมือของจูนเนอร์หนุ่มสะดุดลงทันที คาถาที่กำลังจะร่ายต่อถูกตัดขาดกลางอากาศ "อึก... อะไรกัน!" เรย์มอนด์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว "คาถาของนายรวดเร็วและทรงพลังมาก... เรย์มอนด์" เซเรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสีดำสนิทมองตรงไปยังคู่ต่อสู้ "แต่ทุกครั้งที่นายร่ายเวทธาตุไฟ มือขวาของนายจะยกสูงขึ้นสามเซนติเมตรเพื่อดึงมานาจากอากาศ และนั่นทำให้ช่องว่างใต้รักแร้ขวาของนายเปิดโล่ง... ถ้าฉันถือดาบจริง นายคงไม่มีโอกาสได้ยืนทำหน้าตกใจแบบนี้หรอกนะ" คำพูดเยือกเย็นแต่แฝงด้วยเหตุผลตอกหน้าทำให้เรย์มอนด์หน้าชาวาม ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงซุบซิบจากเหล่านักเรียนรอบข้างเงียบลงทันที ทุกคนต่างตระหนักได้ว่า เมื่อครู่นี้... เด็กหนุ่มไร้มานาคนนั้นใช้เพียง 'วิชาดาบธรรมดา' หยุดยั้งการโจมตีของนักเรียนหัวกะทิระดับต้นของชั้นได้ "แก... แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" เรย์มอนด์คำรามลั่น มานาสีแดงเข้มทะลักออกมาจากร่างราวกับเปลวเพลิงคุโชน "บทเรียนนี้จะทำให้แกไม่มีวันลุกขึ้นมาเดินได้อีกเลย! 'หอกเพลิงทลายปฐพี'!" อุณหภูมิรอบสนามพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว วงเวทสีแดงฉานขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเรย์มอนด์ พลังงานระดับที่สามารถเผาทำลายศาลาฝึกซ้อมได้ทั้งหลังกำลังก่อตัวขึ้น เกินกว่าขอบเขตของการประลองในชั้นเรียนไปไกลโข เซเรสหรี่ตาลงเล็กน้อย สถานการณ์เริ่มเกินควบคุม พลังของเรย์มอนด์ในตอนนี้ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด มันรุนแรงเกินกว่าที่เด็กอายุเท่ากันจะปลุก S-Rank มานาออกมาได้ด้วยซ้ำ ราวกับมีบางสิ่งกำลังช่วยเร่งเร้าพลังนั้นจากเบื้องหลัง ทันใดนั้นเอง... อุณหภูมิที่ร้อนระอุรอบตัวก็พลันลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวยะเยือกในชั่วพริบตา เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความว่างเปล่าริมขอบสนาม เส้นผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นเย็นชาและทรงอำนาจจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยสัญชาตญาณ ศาสตราจารย์เอลาร่าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเซเรสและเรย์มอนด์ มือเรียวบางเพียงแค่ปัดผ่านอากาศเบื้องหน้าครั้งเดียว วงเวทเพลิงขนาดมหึมาของเรย์มอนด์ก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองอย่างไร้ร่องรอย "การประลองในคาบเรียนสิ้นสุดลงแล้ว... เรย์มอนด์" เสียงหวานทุ้มกังวานแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ศาสตราจารย์สาวปรายตามองบุตรขุนนางด้วยแววตาที่ทำให้แผ่นหลังของอีกฝ่ายชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น "การใช้เวทมนตร์ทำลายล้างเกินขอบเขตภายในพื้นที่หอคอย... คุณต้องการถูกส่งตัวไปคุกใต้ดินเพื่อทบทวนความประพฤติสักสัปดาห์ไหม?" "ทะ... ศาสตราจารย์เอลาร่า คือว่าผม..." เรย์มอนด์หน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงและเก็บคทาเวทอย่างลนลาน ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เอลาร่าไม่สนใจคำแก้ตัว เธอหันกลับมามองเซเรสที่ยังคงยืนถือดาบด้วยท่าทีสงบ นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำของเด็กหนุ่ม ราวกับกำลังสื่อสารบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้ ก่อนที่ศาสตราจารย์สาวจะโน้มตัวกระซิบเบาๆ *“ตามฉันมาที่ห้องทำงาน... หลังจากนี้ หอคอยกำลังจะเริ่มสั่นคลอนอย่างแท้จริงแล้ว”* ในวินาทีนั้นเอง แสงสีแดงจากระบบก็กระพริบถี่ขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนครั้งใหม่ที่ดังขึ้นในหัวของเซเรสโดยตรง— [คำเตือนเร่งด่วน: ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตนอกหอคอย... และผู้มาเยือนคนแรกกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของศาสตราจารย์ในขณะนี้] (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%