บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 1

เด็กหนุ่มผู้ไร้มานา

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"สิบห้าแต้ม... ตลกน่า เจ้าเด็กนี่ไม่มีมานาไหลเวียนอยู่ในร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียวด้วยซ้ำ" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใครภายในห้องโถงหินแกรนิตขนาดมหึมาของสถาบันเวทมนตร์หลวงแอสเทรีย กลิ่นอายของละอองมานาบริสุทธิ์ที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณนั้นให้ความรู้สึกกดดันและเย็นยะเยือกสำหรับบางคน แต่สำหรับเซเรส มันเป็นเพียงอากาศธาตุธรรมดาที่ไร้ซึ่งความหมายใดๆ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทและดวงตานิ่งสงบราวน้ำลึกยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าคริสตัลวัดระดับพลังขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าอ่อนที่ควรจะสว่างวาบเพื่อบ่งบอกถึงธาตุและปริมาณพลังเวท กลับริบหรี่ราวกับเปลวเทียนใกล้หมดลมหายใจ ตัวเลข '15' ที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดเวทมนตร์ไม่ได้หมายถึงพลังเวท แต่เป็นเศษเสี้ยวของพลังชีวิตที่คริสตัลเครื่องนั้นบังเอิญตรวจจับได้ต่างหาก เซเรสไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาเหยียดหยามนับร้อยคู่ที่จ้องมองมา เขากลับค่อยๆ ดึงมือออกจากพื้นผิวคริสตัลเย็นเฉียบอย่างใจเย็น นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสเข้ากับด้ามดาบเหล็กกล้าที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ น้ำหนักที่คุ้นเคยช่วยดึงสติของเขากลับมาสู่ความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ว่า โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยมานา... แต่เขาไม่มีมัน "น่าสมเพชจริงๆ สถาบันของเราตกต่ำถึงขนาดปล่อยให้คนไร้ค่าสอบผ่านเข้ามาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" เสียงกระซิบกระซาบจากคุณหนูตระกูลขุนนางดังไล่หลังมา ขณะที่เธอกำลังสะบัดพัดขนนกบังรอยยิ้มดูแคลน "คงใช้เส้นสายสินะ หรือไม่ก็คงเป็นพวกเก็บตกจากสลัมที่จับพลัดจับผลูมาได้" เซเรสยังคงนิ่งเงียบ เขารู้ดีว่าการต่อปากต่อคำกับคนเหล่านี้ในสถานที่ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจอมเวท มีแต่จะทำให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โลกใบนี้ไม่ได้วัดคุณค่ากันที่ความพยายาม แต่วัดกันที่ความหนาแน่นของมานาในกระแสเลือด และในเมื่อเขาไม่มีมัน เขาก็ต้องสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ด้วยวิถีทางของตนเอง "เอาล่ะๆ พอได้แล้วพวกเธอ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกบรรยากาศอึมครึมขึ้นมา ศาสตราจารย์มาร์คัส อาจารย์ผู้คุมการทดสอบก้าวเท้าออกมาจากเงาเสาหิน สายตาคมกริบกวาดมองเหล่านักเรียนใหม่ที่กำลังสนุกสนานกับการกลั่นแกล้ง ก่อนจะหยุดลงที่เซเรส "ถึงเธอจะไม่มีมานา แต่กฎของสถาบันก็คือสถาบัน ในเมื่อรายชื่อของเธอปรากฏอยู่ในโควตาพิเศษ ทางเราก็ไม่มีสิทธิ์ไล่เธอกลับ... แต่จงจำไว้ว่า หอคอยแห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ" คำพูดนั้นไม่ได้ให้กำลังใจ แต่มันคือการประกาศเตือนอย่างชัดเจนว่า เซเรสจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใดตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ที่นี่ หอคอยเวทมนตร์แห่งนี้สูงตระหง่านเสียดฟ้า แต่โครงสร้างภายในกลับผุพังและสั่นคลอนลงทุกนาที ราวกับสะท้อนถึงความเสื่อมถอยของเวทมนตร์โบราณที่กำลังจะสูญสิ้น เซเรสโค้งศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท "ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำครับ ศาสตราจารย์" ท่าทีที่สุขุมและไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ศาสตราจารย์มาร์คัสขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ โดยปกติแล้ว เด็กหนุ่มสามัญชนที่ถูกต้อนจนมุมเช่นนี้มักจะแสดงอาการตื่นตระหนกหรือไม่ก็โกรธเกรี้ยว แต่นัยน์ตาของเซเรสกลับว่างเปล่าและลึกล้ำ ราวกับเขากำลังคำนวณหมากในกระดานที่คนอื่นมองไม่เห็น ในขณะที่เซเรสกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากโถงทดสอบเพื่อไปยังหอพักส่วนตัวที่ถูกจัดเตรียมไว้ แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมห้องโถงจนอุณห็ภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างกะทันหัน เปลวไฟเวทมนตร์ตามคบเพลิงข้างผนังเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีครามเข้ม *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์กระจ่างและไอน้ำค้างยามราตรีลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน เหล่านักเรียนใหม่ต่างพากันถอยรูดด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ศาสตราจารย์มาร์คัสยังต้องแสดงความเคารพด้วยการก้มศีรษะลงต่ำ ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายดาราจักรเดินล่วงเข้ามา เรือนผมสีเงินยวดยาวสยายถึงกลางหลัง และดวงตาสีอัมพันที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเซเรส ศาสตราจารย์เอลาร่า... จอมเวทอัจฉริยะผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของสถาบัน และยังเป็นอาจารย์ประจำหอคอยวิจัยโบราณที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายและไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เอลาร่าเดินผ่านกลุ่มนักเรียนชั้นสูงที่ตัวสั่นเทาโดยไม่ชายตามองแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเซเรส ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นเสียจนเด็กหนุ่มได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเธอ "เจ้าเด็กไร้มานา..." เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีอัมพันกลับเป็นประกายลึกล้ำราวกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ "ตามฉันมาที่ห้องทำงาน... เธอมีบางสิ่งที่ต้องชดใช้ และบางอย่างที่ฉันต้องทวงคืน" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายจะหยุดนิ่ง เซเรสสบตากับอาจารย์สาวผู้ลึกลับผู้นี้ โดยที่ในใจไม่ได้นึกกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบแปลกประหลาดที่ดังขึ้นจากห้วงลึกในจิตสำนึก ราวกับว่าโชคชะตาที่แท้จริงของเขากำลังเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้เอง [ระบบตรวจพบสัญญาณมานาโบราณระดับ SSS: เชื่อมต่อเป้าหมาย 'เซเรส' และ 'เอลาร่า' สำเร็จ... เริ่มต้นนับถอยหลังการล่มสลายของหอคอย: 72 ชั่วโมง] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกของเด็กหนุ่มผู้ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตานะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%