เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
เซเรสชักดาบเล่มบางออกจากฝักโดยไม่ส่งเสียง โลหะเนื้อดีเสียบสีกับหนังเทียมเกิดเสียงสยิวหูเพียงแผ่วเบา ร่างกายของเด็กหนุ่มย่อต่ำลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือกับ "ผู้มาเยือน" ที่ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเพิ่งประกาศก้องไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน คำเตือนระดับวิกฤตที่ระบุว่า *“ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตนอกหอคอย”* ยังคงติดค้างอยู่บนเรตินาของเขา
ทว่า... เมื่อบานประตูไม้สักแกะสลักลวดลายโบราณค่อย ๆ แง้มเปิดออกด้วยแรงดันอากาศจากภายนอก สิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับไม่ใช่สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์จากเขตแดนไร้ชื่อ หรืออสูรเวทหิวกระหายเลือดอย่างที่สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดร้องเตือน
กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าและกระดาษเก่าโชยปะทะนาสิก
แสงตะเกียงเวทมนตร์สีนวลส่องกระทบเรือนผมสีเงินยาวสลวยที่คลอเคลียอยู่บนลาดไหล่บาง ศาสตราจารย์เอลาร่า—อาจารย์สาวผู้กุมความลับดำมืดประจำหอคอยแห่งนี้ กำลังยืนไขว่ห้างพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ ทว่าดวงตาคู่คมสีอัมพันกลับกวาดตามองร่องรอยการต่อสู้และคราบเขม่าจาง ๆ บนเสื้อผ้าของเซเรสอย่างพินิจพิจารณา
"ปฏิกิริยาตอบสนองไวใช้ได้นี่เซเรส... แต่ถ้าคนเคาะประตูเมื่อครู่เป็นเงาอสูรระดับสูง นายคงกลายเป็นศพเฝ้าหน้าห้องไปนานแล้ว"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่เล็กน้อยเอ่ยขึ้น ร่างระหงก้าวล้ำเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอเองโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูไม้ปิดลงเองโดยอัตโนมัติด้วยกลไกเวทมนตร์ไร้เสียง
เซเรสผ่อนลมหายใจยาว เก็บดาบเข้าฝักด้วยความรวดเร็ว แม้กล้ามเนื้อทุกมัดจะยังคงเกร็งเครียดด้วยความระแวง แต่เขาก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มบาง ๆ ตามนิสัยที่มักจะใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนสถานการณ์ตึงเครียดเสมอ
"ถ้าเป็นอสูรระดับสูงจริง ๆ ผมคงไม่เสียเวลาเปิดประตูต้อนรับหรอกครับ อาจารย์... ว่าแต่ ดึกป่านนี้แล้ว มีธุระด่วนอะไรถึงบุกมาถึงห้องทำงานส่วนตัวของผม... เอ้ย ของอาจารย์กันครับ?" เซเรสแก้คำพูดทันควันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของเธอ
เอลาร่าไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่มีตำราเวทโบราณกองสุมอยู่ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนสันหนังสือพิมพ์เขียวที่เซเรสเพิ่งเปิดอ่านค้างไว้ ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม
"ระบบสนับสนุนของหอคอยกำลังล่มสลาย... และตัวตนที่แท้จริงของนายก็กำลังจะถูกเปิดเผยโดยสมบูรณ์ในอีกไม่ถึงสัปดาห์ข้างหน้า เซเรส"
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเซเรสแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม แม้เขาจะเตรียมใจไว้บ้างแล้วว่าความลับเรื่อง "การไร้ซึ่งพลังเวทมนตร์" และ "ระบบปริศนา" ที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่จะถูกล่วงรู้ แต่การได้ยินมันออกจากปากของอาจารย์ผู้ลึกลับคนนี้ตรง ๆ กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับ
"อาจารย์... หมายความว่ายังไงครับ?" เซเรสถามเสียงค่อย แต่แววตาเต็มไปด้วยความระแวงระวัง
"ฉันหมายความตามที่พูดนั่นแหละ" เอลาร่าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้พนักสูงอย่างถือวิสาสะ เธอไขว่ห้างอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า "หอคอยแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ มาท่องตำราเวทเล่น แต่มันคือคุก... คุกที่กักขังพลังงานบางอย่างเอาไว้ และนาย เซเรส... นายคือตัวแปรเดียวที่ถูกเลือกให้เข้ามาทำลายวงจรอุบาทว์นี้ หรือไม่ก็... ดับสลายไปพร้อมกับมัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงกậpของเข็มนาฬิกาเวทมนตร์บนผนังที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
เซเรสกัดฟันแน่น สมองอันชาญฉลาดประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่เขาเคยรวบรวมมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่โรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้เริ่มต่อติดกันเป็นรูปเป็นร่าง หอคอยที่สั่นคลอน การทดสอบที่ไร้ความปรานี และสายตาที่เอลาร่าใช้มองเขามาโดยตลอด... มันไม่ใช่ความบังเอิญ
"แล้วอาจารย์ต้องการอะไรจากผมกันแน่ครับ?" เซเรสตัดสินใจยิงคำถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป ในเมื่อสถานการณ์บีบให้เขาต้องเดินหน้า เขาก็จำเป็นต้องรู้ว่าหมากตัวนี้กำลังเล่นอยู่บนกระดานของใคร
เอลาร่ามุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนใบหน้าเย็นชา
"ข้อเสนอไงล่ะ เซเรส" เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงจากตะเกียงขับให้ดวงตาสีอัมพันของเธอดูเปล่งประกายราวกับสัตว์นักล่าในความมืด "ร่วมมือกับฉัน... ทำลายผนึกชั้นที่เจ็ดของหอคอยซะ แล้วฉันจะมอบ 'ความจริง' เกี่ยวกับชาติกำเนิดที่นายตามหามาตลอดชีวิต... รวมถึงวิธีปลุกพลังที่แท้จริงของนายให้ตื่นขึ้น"
ข้อเสนอที่เดิมพันด้วยทุกสิ่ง...
เซเรสจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวตีกันยุ่งเหยิง การร่วมมือกับอาจารย์ผู้ลึกลับคนนี้อาจหมายถึงการเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ลึกที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือทางรอดเดียวที่เขามีเพื่อหลุดพ้นจากตราบาปของการเป็นคนไร้พรสวรรค์
"ถ้าผมปฏิเสธล่ะครับ?" เซเรสทดลองเชิง ถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
เอลาร่าหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่เยือกเย็นแต่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด
"นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอก เซเรส... เพราะในวินาทีนี้ นอกเหนือจากฉันแล้ว ไม่มีใครในหอคอยแห่งนี้ที่อยากให้นายมีชีวิตรอดต่อไปจนถึงรุ่งสางหรอก"
ทันทีที่สิ้นเสียงของอาจารย์สาว เสียงสัญญาณเตือนภัยมรณะจากระบบภายในหัวของเซเรสก็ดังขึ้นซ้ำ ๆ ถี่รัวด้วยโทนเสียงที่แหลมสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
*【แจ้งเตือนระดับวิกฤตสูงสุด: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'ผู้ล่า' นอกหน้าต่างห้องทำงาน ความสูงชั้นที่ห้า... เป้าหมายคือกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในห้องนี้】*
เซเรสเบิกตากว้างเมื่อเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างด้านหลังตัวเอลาร่าปรากฏร่างของสัตว์อสูรเงาทมิฬขนาดมหึมา มันกำลังแยกเขี้ยวแหลมคมเข้าใส่กระจกใสที่เริ่มร้าวเป็นทางยาว
เอลาร่ายังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท เธอไม่ได้หันไปมองข้างหลังแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มท้าทายที่ส่งตรงมายังเด็กหนุ่ม ราวกับกำลังรอคอยคำตอบสุดท้ายบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
"ว่ายังไงล่ะ เซเรส... จะจับมือกับฉัน หรือจะรอให้มันกลืนกินนายไปพร้อมกับความลับพวกนั้น?"
เซเรสสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือขวาเอื้อมกุมด้ามดาบแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ไหวพริบและสัญชาตญาณลูกผู้ชายบอกเขาว่า ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว
...
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 3
ข้อเสนอจากอาจารย์ห้องลับ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!