บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 8

ความลับใต้เงาอาจารย์

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ถอยไปเซเรส... นี่ไม่ใช่ระดับที่เด็กไร้แก่นมานาอย่างเธอจะเอาชีวิตรอดได้!" เสียงประกาศกร้าวของศาสตราจารย์เอลาร่าดังแทรกเสียงคำรามกึกก้องของหอคอยที่กำลังสั่นสะเทือน เปลวเพลิงสีครามเข้มในมือของเธอแผ่ไอความร้อนระอุจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมยาวสีดำสนิทขยับยืนบังร่างของผมไว้จนมิด แผ่นหลังของเธอที่สะท้อนกับแสงสีแดงฉานจากรอยแยกของผนังหอคอยดูเปราะบาง ทว่ากลับมั่นคงราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย ผมหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อไหลย้อยตามกรอบหน้า กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า รหัสเตือนสีแดงฉานยังคงกะพริบวาบอยู่ภายในทัศนวิสัยของระบบสนับสนุน [แจ้งเตือนระบบสนับสนุน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ (ภัยคุกคามภายนอกสถาบัน - รหัส: ผู้กลืนกินหอคอย)] [คำเตือน: มานาในพื้นที่ลดลงเหลือน้อยกว่า 5% - ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: "วิถีแห่งดาบไร้มานา" (ระดับ SSS)] [เป้าหมายปัจจุบัน: เผชิญหน้ากับผู้บุกรุก และค้นหาความจริงเบื้องหลังรอยร้าวของหอคอยที่กำลังจะพังทลายลงในอีก 3... 2...] ตัวเลขถอยหลังดำเนินไปพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า แรงดึงดูดรอบตัวผิดเพี้ยนจนเศษหินลอยเคว้งคว้างในอากาศ ในฐานะนักเรียนปีหนึ่งที่ใครๆ ต่างตราหน้าว่าไร้พรสวรรค์และปราศจากมานาในกระแสเลือด ผมควรจะหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก แต่ทว่า... ภาพของเอลาร่าที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า โดยมีรอยเลือดไหลซึมออกจากมุมปากของเธอนั้น กลับจุดประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟในเตาหลอม ผมก้มมองด้ามดาบเหล็กกล้าไร้ลวดลายในมือ ดาบธรรมดาที่ไม่มีเวทมนตร์เจือปน ทว่าน้ำหนักของมันกลับแน่นกระชับในอุ้งมืออย่างน่าประหลาด "อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของหอคอย น้ำเสียงของผมราบเรียบแต่มั่นคงอย่างที่ตัวผมเองยังแปลกใจ "อาจารย์บอกเสมอว่าเวทมนตร์คือทุกสิ่ง... แต่ทำไมวันนี้ คนที่ไม่มีแม้แต่มานาอย่างผม ถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะครับ" เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอเทตย์คู่นั้นเหลียวกลับมามองผมเพียงเสี้ยววินาที แววตาที่เคยเย็นชาและห่างเหิน บัดนี้กลับฉายแววความกังวลและร่องรอยความเจ็บปวดบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเข้มแข็ง "เธอไม่เข้าใจหรอก เซเรส... สิ่งที่อยู่หลังรอยแยกนั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต่อกรได้ มันคือความมืดที่จ้องจะกลืนกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งตัวตนของฉันเอง..." เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "ทำไมเธอถึงไม่หนีไป... ทำไมถึงไม่ยอมเป็นเด็กดีแล้ววิ่งหนีไปซะ!" ประโยคสุดท้ายของเธอเกือบจะหลุดเป็นเสียงตะโกน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่รinรดหัวใจของผมอย่างจัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์เอลาร่าปกป้องผม... ตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเข้ามาในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ท่าทีที่ดูเหมือนเข้มงวดและเย็นชา แท้จริงแล้วคือเกราะกำบังที่เธอใช้ปกป้องผมจากสายตาดูแคลนของสภาอาจารย์และตระกูลขุนนางผู้ทรงอำนาจ ทุกบทลงโทษ ทุกคำสั่งฝึกซ้อมที่แสนโหดหิน แท้จริงแล้วคือการเตรียมความพร้อมให้ผมมีชีวิตรอดในโลกที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ และตอนนี้ เธอกำลังเอาชีวิตของเธอเองเข้าแลกเพื่อซื้อเวลาให้ผมหนี ผุดรอยยิ้มจางๆ ขึ้นที่มุมปากของผม ดาบในมือถูกยกขึ้นตั้งมั่นขนานกับลำตัว สายตาทอดมองไปยังเงามืดมหึมาที่กำลังก้าวทะลักผ่านรอยร้าวของหอคอยออกมาทีละน้อย เงาสีดำทมิฬที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายสัตว์ประหลาดโบราณ ดวงตานับร้อยคู่จ้องมองมายังพวกเราด้วยความกระหายเลือด "ผมคงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่หรืองarcครับ อาจารย์..." ผมก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ ไหล่ของเราแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นเทรุนน้อยๆ จากร่างกายของอาจารย์สาว "อีกอย่าง... ผมไม่อยากเป็นคนที่ยืนมองคนสำคัญต้องบาดเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้วครับ" [เป้าหมายปัจจุบัน: เผชิญหน้ากับผู้บุกรุก และค้นหาความจริงเบื้องหลังรอยร้าวของหอคอยที่กำลังจะพังทลายลงในอีก 1...] ตัวเลขศูนย์ลงพร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว! ความมืดมิดทะยานเข้าใส่พวกเราด้วยความเร็วเหนือเสียง เอลาร่าเตรียมรวบรวมมานาเฮือกสุดท้ายเพื่อกางบาตรป้องกัน ทว่าก่อนที่เปลวเพลิงสีครามของเธอจะทันได้แผดเผา มือซ้ายของผมกลับเอื้อมไปกุมข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ เป็นการหยุดยั้ง มานาในพื้นที่เป็นศูนย์... เวทมนตร์ทั้งหมดในรัศมีร้อยเมตรถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น ศาสตราจารย์เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่าวงเวทในมือของเธอดับวูบลงอย่างกะทันหัน "เซเรส! เธอทำบ้าอะไร มานาหมดแล้ว เราจะ..." "ดูให้ดีๆ สิครับ อาจารย์..." ผมกระซิบข้างหอคอยของเธอ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังอย่างประหลาด "โลกที่ไม่มีมานา... ไม่ได้แปลว่าไม่มีหนทางรอดสักหน่อย" สิ้นเสียงคำพูดนั้น ประสาทสัมผัสของผมก็ถูกยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ระบบสนับสนุนส่งเสียงแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายที่ดังก้องกังวานในจิตสำนึก [ปลดล็อกทักษะพิเศษ: "ดาบตัดสวรรค์ไร้เงา" (ระดับ SSS)] [เงื่อนไขสำเร็จ: ใช้จิตวิญญาณและเจตจำนงแทนมานา] ผมก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณดิบที่ถูกขัดเกลาผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ดาบในมือไม่ได้เคลือบด้วยเปลวเพลิงเวทมนตร์หรือแสงสว่างใดๆ มีเพียงแค่ความมุ่งมั่นอันบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มผู้ไร้พรสวรรค์คนหนึ่ง ฉับพลันนั้น อากาศรอบตัวก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนด้วยประกายแสงสีเงินยววงที่คมกริบยิ่งกว่าคมดาบใดๆ ในประวัติศาสตร์หอคอยเวทมนตร์! ร่างของ "ผู้กลืนกินหอคอย" ที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักกลางอากาศ รอยตัดเรียบเนียนปรากฏขึ้นกลางลำตัวก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำและจางหายไปในพริบตา ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วห้องโถงใหญ่ มีเพียงเสียงหอบหายใจของผมและสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อของศาสตราจารย์เอลาร่าที่มองตรงมา เธอมองหน้าผม สลับกับคมดาบที่สงบนิ่งในมือของผมอย่างคนเสียสติริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ "นะ...นี่มันวิชาดาบของตระกูลอัศวินหลวงที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน... เซเรส... เธอไปเอาวิชานี้มาจากไหนกันแน่ และที่สำคัญกว่านั้น..." เอลาร่าเว้นจังหวะ ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและความจริงบางอย่างที่เพิ่งกระจ่าง เธอยื่นมือสั่นเทามาแตะที่รอยแผลเป็นรูปวงแหวนเวทบนต้นคอของผมที่ถูกซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อ "...ทำไมรอยผนึกตระกูลราชวงศ์ในตัวเธอ ถึงเพิ่งปลดล็อกหลังจากที่เธอใช้ดาบเล่มนั้นล่ะ?!" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เปิดเผยนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%