"อย่าขยับตัวเด็ดขาด... ถ้ายังอยากให้คอของนายอยู่บนบ่าต่อไป"
เสียงกระซิบแหบพร่าของ 'เซเรส' ดังขึ้นเบาหวิวราวกับเสียงลมพัดผ่านพงหญ้า แต่สำหรับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน มันหนักอึ้งดุจประกาศิตแห่งความตาย เราสามคนหมอบตัวแนบไปกับพื้นดินชื้นแฉะของป่าต้องห้าม กลิ่นไอดินผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลจนน่าคลื่นเหียน เหนือศีรษะของเราไปไม่กี่เมตร เงาสีดำขนาดมหึมาเคลื่อนผ่านกิ่งไม้ไปอย่างเชื่องช้า มันไม่ใช่สัตว์ป่าทั่วไป แต่มันคือ 'ผู้พิทักษ์หอคอยระดับต่ำ' ที่ถูกดัดแปลงด้วยมนตราต้องห้าม ดวงตาสีเพลิงคู่หนึ่งจ้องมองผ่านความมืดมิดลงมายังพุ่มไม้ที่พวกเราหลบอยู่
ผมกัดฟันแน่น มือที่กำด้ามดาบเหล็กกล้าเย็นเฉียบจนเหงื่อซึม นี่ไม่ใช่การทดสอบนักเรียนทั่วไป แต่มันคือการไล่ล่าที่ตั้งใจจะเอาชีวิตกันจริงๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเชื่อมต่อจิตวิญญาณจากเป้าหมายระดับ B-01 ในรัศมี 50 เมตร]
ข้อความสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นบนม่านตาของผมอีกครั้ง ผมขบกรามจนปวดกราม มันมาอีกแล้ว... สัญญาณที่บอกว่าหอคอยแห่งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราที่กำลังหลงทางอยู่ แต่มี 'บางอย่าง' กำลังเฝ้ามองดูทุกย่างก้าวด้วยความสนุกสนาน
"เซเรส... เราจะทำยังไงกันดี" อาร์ค เพื่อนร่างท้วมที่ถนัดการใช้คาถาป้องกันกระซิบกลับมา เสียงของเขาสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ผมหันไปสบตากับเขา แววตาของเพื่อนคนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่ข้างหลังผม ไม่ถอยหนีไปไหน นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในฐานะผู้นำกลุ่มคนไร้พรสวรรค์เช่นนี้
"อาร์ค ใช้คาถาสร้างเกราะลวงตาไปทางทิศตะวันออก ส่วนลีอา เตรียมศรเวทไว้ที่จุดบอดด้านหลังของมัน ทันทีที่มันหันไปตามเสียง ให้พุ่งเข้าหาจุดเชื่อมต่อพลังงานที่คอซ้ายทันที" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล
"แต่ถ้าเราพลาดล่ะ?" ลีอา เด็กสาวผมสั้นผู้เงียบขรึมถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"ถ้าพลาด..." ผมขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะชักดาบออกจากฝักอย่างแผ่วเบา "ข้าจะเป็นคนรับมือมันเอง ด้วยดาบเล่มนี้แหละ"
แม้ในโลกที่เวทมนตร์คือพระเจ้า แต่สำหรับผม การอ่านจังหวะการเคลื่อนไหว การคำนวณระยะก้าว และการเข้าใจจุดอ่อนของศัตรู คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด ผมไม่ได้มีมานาไหลเวียนเหมือนคนอื่น แต่ผมมี 'ระบบ' ที่คอยวิเคราะห์ช่องโหว่ของโลกใบนี้ให้เห็นอย่างชัดเจน
เสียงคำรามต่ำดังสนั่นกึกก้องไปทั่วป่า ผู้พิทักษ์หอคอยเริ่มสูดกลิ่นหาพวกเรา อาร์คสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะร่ายมนตร์สร้างภาพลวงตาตามแผน แสงสีเงินพุ่งออกไปทางทิศตะวันออกทันที มันดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายตัวนั้นได้เป็นอย่างดี ร่างมหึมาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เปิดเผยช่องโหว่ที่ลำคอตามที่ผมคาดการณ์ไว้
"เดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ลีอาปลดปล่อยศรเวทในมือออกไปอย่างแม่นยำ มันพุ่งปะทะเข้ากับจุดที่กระพริบแสงสีม่วงอย่างจัง สัตว์ร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ผมไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปจากพุ่มไม้ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ เสียงลมปะทะใบหน้าดังหวีดหวิว รองเท้าบูทเหยียบย่ำไปบนรากไม้ที่ลื่นปรื้ด ผมดีดตัวขึ้นจากโคนต้นไม้ใหญ่ ทะยานเข้าหามันกลางอากาศ
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ผมเห็นประกายแสงสีทองลึกลับวูบผ่านสายตาไป คล้ายกับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ทรงพลังมาก กำลังเฝ้าดูผมอยู่จากมุมมืด
'ศิษย์ข้า... อย่าใช้เพียงแค่แรงกาย จงใช้ดวงตาที่เห็นถึงแก่นแท้ของมานา'
เสียงของศาสตราจารย์เอลาร่าดังก้องเข้ามาในโสตประสาทอย่างแผ่วเบา ผมเบิกตากว้าง สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไปที่ปลายดาบ ผมไม่ได้มองเห็นแค่มอนสเตอร์ แต่ผมเห็น 'เส้นใยของเวทมนตร์' ที่กำลังยึดเกาะร่างกายของมันอยู่ ผมตัดสินใจฟันลงไปที่เส้นใยเหล่านั้นแทนที่จะฟันตัวมันโดยตรง
ฉับ!
เสียงคมดาบตัดผ่านอากาศและมวลพลังงาน ร่างของผู้พิทักษ์หอคอยหยุดชะงักลงทันที ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองสีเทาไปในพริบตา ผมลงสู่พื้นอย่างสง่างามท่ามกลางความตะลึงงันของเพื่อนทั้งสอง
[ภารกิจสำเร็จ: กำจัดผู้พิทักษ์ลำดับที่ 42]
[ได้รับแต้มประสบการณ์: 500 แต้ม]
[ตรวจพบค่ามานาผิดปกติ... การเชื่อมต่อของเป้าหมาย B-01 เข้าใกล้ตัวผู้ใช้มากเกินไป]
ผมยืนหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆ ที่รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า สัญชาตญาณบางอย่างในตัวผมกลับกรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่หนักหนากว่าเดิม ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเริ่มเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง ราวกับว่าสิ่งที่เราเพิ่งจัดการไปนั้น เป็นเพียงแค่ 'มดปลวก' ที่คอยกันไม่ให้พวกเราเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่
"เซเรส... ดูนั่น" ลีอาชี้ไปยังใจกลางป่าที่มีหมอกหนาปกคลุมอยู่
จากท่ามกลางหมอกนั้น ร่างของบุคคลผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมา บุคคลที่สวมชุดคลุมสีเงินยาวจรดพื้น ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากสีขาวเรียบสนิท แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจสั่นไปถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่ความน่าเกรงขามของเขา แต่มันคือตราสัญลักษณ์ที่ประดับอยู่บนอกเสื้อ... ตราสัญลักษณ์ของ 'อาจารย์ใหญ่' ผู้ซึ่งหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
[แจ้งเตือนระบบภารกิจด่วน: ระดับ SSS]
[ภารกิจ: เอาตัวรอดจากตัวตนที่ถูกลบเลือนให้ได้]
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่การทดสอบนักเรียน... นี่คือการทำความสะอาดพื้นที่]
บุคคลผู้นั้นหยุดลงตรงหน้าพวกเรา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนความร้อนในอากาศลดฮวบลง
"เจ้าเด็กผู้ไร้ค่า... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว' ถึงจะถูกสินะ"
ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเราก็เริ่มร้าวราน พร้อมกับเงาดำที่พุ่งออกมาจากเงามืดของบุคคลนั้นนับร้อย... ไม่สิ นับพันตัว! พวกมันไม่ได้มีรูปร่าง แต่มันคือความมืดมิดที่หิวกระหาย
นี่คือตอนที่ 6 ที่ผมบรรจงสร้างขึ้นมาด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความเข้มข้นและความตื่นเต้นในทุกบรรทัด หากชื่นชอบหรืออยากเป็นกำลังใจให้ตัวเอกของเราได้โปรดติดตามตอนถัดไปนะครับ เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเปลี่ยนโชคชะตาของหอคอยแห่งนี้ไปตลอดกาลครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผม "วาเลนเทียอัศวินมืด" นะครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 6
บททดสอบกลางป่าต้องห้าม
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!