ไอความร้อนจากปล่องมานาท่อประธานของหอคอยชั้นใต้ดินไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องวิจัยส่วนตัวของศาสตราจารย์เอลาร่าอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลิ่นอายของละอองเวทมนตร์ธาตุไฟที่ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าและสมุนไพรโบราณ กลับทำให้ผิวเนื้อของเซเรสรู้สึกเหมือนถูกเข็มเงินนับร้อยเล่มทิ่มแทงด้วยความประหม่า
"เซเรส... เจ้าถอยออกไปอีกก้าวหนึ่ง"
น้ำเสียงของศาสตราจารย์สาวไม่ได้ดุดัน ทว่ามันกลับสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังจับสังเกตได้ เอลาร่าในยามนี้ไม่ได้มีมาดของจอมเวทผู้ทรงอำนาจแห่งสภาหอคอยแต่อย่างใด เส้นผมสีเงินยวงที่มักจะรวบไว้อย่างเป็นระเบียบกลับหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าขาวเนียน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและลาดไหล่ที่สะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกเวทสีคราม
เด็กหนุ่มก้มมองแขนเสื้อของตนเองที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบโลหิตสีชาด—ไม่ใช่เลือดของเขา แต่เป็นหยาดโลหิตจากรอยแยกมิติที่เพิ่งปิดผนึกไปเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน จากเหตุการณ์ที่เขตแดนพิเศษ 'ความตายสีชาด' เกือบจะกลืนกินร่างของพวกเขาเข้าไปทั้งเป็น หากเซเรสไม่ใช้ไหวพริบและสัญชาตญาณดิบของนักดาบไร้เวทพุ่งเข้าประชิดตัวเอลาร่าเพื่อปกป้องร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน ทั้งคู่คงกลายเป็นผุยผงไปแล้ว
"ถ้าผมถอยตอนนี้ อาจารย์คงล้มลงไปกองกับพื้นแล้วล่ะครับ" เซเรสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขายังคงยืนประชิดร่างของหญิงสาว โดยใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานเวทมนตร์เอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองทาบทับลงไปบนตัวเธอจนเกินงาม แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้จะเหลือเพียงไม่กี่คืบก็ตาม
ดวงตาสีมรกตคู่สวยของเอลาร่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางพยายามหลบสายตาคมกริบทว่าเต็มไปด้วยความห่วงใยของลูกศิษย์หนุ่ม มือเรียวบางที่เคยคุมกฎเหล็กของหอคอยอย่างเด็ดขาด บัดนี้กลับสั่นระริกขณะกำชายเสื้อคลุมสีดำของเซเรสแน่นโดยไม่รู้ตัว
"เจ้าเด็กโง่... รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" เอลาร่าเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมา "เจ้าไม่มีมานา... เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องจอมเวทระดับสูงเช่นข้า เขตแดนเมื่อครู่มันเกินกว่าที่มนุษย์ไร้พรสวรรค์จะรับไหว... ทำไมถึงไม่หนีไปตามที่ข้าบอก"
"เพราะผมทิ้งอาจารย์ไม่ได้ครับ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำคมสวยหรู แต่มันกลับกระแทกเข้าไปในใจของเอลาร่าอย่างจัง เซเรสขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อบังกระแสลมหนาวที่เล็ดลอดออกมาจากรอยแตกของกำแพงหอคอย ปลายนิ้วของเขาเอื้อมไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของอาจารย์สาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นจากมือของเด็กหนุ่มที่ผ่านการจับด้ามดาบมาอย่างโชกโชน ทำเอาเอลาร่าสะعุ้งเฮือก ร่างกายของนางเกร็งค้างอย่างลืมตัว
ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์และความแข็งแกร่งของสายเลือด ชนชั้นและกฎเกณฑ์คือสิ่งค้ำจุนทุกอย่าง อาจารย์กับลูกศิษย์คือเส้นแบ่งเขตที่ไม่ควรล้ำล้ำเส้น แต่ในสถานที่ที่หอคอยกำลังจะล่มสลายลงทุกนาทีนี้ กฎเกณฑ์เหล่านั้นกลับไร้ความหมายสิ้นเชิง
"เซเรส..." เสียงของเอลาร่าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่ม ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความสุขุมและภาระหน้าที่มาเนิ่นนาน กำลังพังทลายลงทีละน้อยเมื่อได้เห็นแววตาที่มั่นคงและห่วงใยอย่างบริสุทธิ์จากลูกศิษย์คนนี้
[แจ้งเตือนระบบสนับสนุน: ตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจของเป้าหมาย 'เอลาร่า' สูงเกินขีดจำกัดปกติ 180 เปอร์เซ็นต์]
[สถานะความสัมพันธ์: เลื่อนระดับจาก "ผู้ให้ความรู้และผู้รับ" สู่ "ความผูกพันทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง"]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษชั่วคราว: "เสียงกระซิบแห่งเงา" (เพิ่มความเข้ากันได้กับพลังของเป้าหมาย 50 เปอร์เซ็นต์)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบแวบขึ้นมาในห้วงความคิดของเซเรส แต่เขากลับเลือกที่จะเมินมัน ปล่อยให้สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์นำทาง แขนอีกข้างที่ว่างอยู่ของเด็กหนุ่มค่อยๆ โอบประคองเอวบางของอาจารย์สาวเอาไว้หลวมๆ เพื่อพยุงร่างที่อ่อนล้าจากการใช้มานาจนหมดก๊อกของนาง
เอลาร่าไม่ได้ขัดขืน นางซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเซเรสอย่างหมดแรง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเด็กหนุ่ม—กลิ่นอายของเหล็กกล้า สนิมจางๆ และหยาดเหงื่อจากการต่อสู้—ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตายนี้
"ข้าเหนื่อยเหลือเกิน เซเรส..." เอลาร่าพึมพำเบาๆ ริมฝีปากนุ่มเฉียดผ่านลาดไหล่ของเขาจนเซเรสรู้สึกวูบวาบในท้องน้อย "ความลับของหอคอยแห่งนี้... และคำสาปที่อยู่ในสายเลือดของข้า มันกำลังจะกลืนกินตัวตนของข้าไปทุกที... ถ้าวันหนึ่งข้าไม่ใช่เอลาร่าคนเดิมที่เจ้าเคยรู้จัก เจ้าจะยังมองข้าด้วยสายตาแบบนี้อยู่ไหม?"
เซเรสกระชับอ้อมกอดให้มั่นคงขึ้น เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของอาจารย์สาว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและอบอุ่นที่สามารถหลอมละลายน้ำแข็งในใจของจอมเวทผู้เย็นชาได้
"ไม่ว่าอาจารย์จะเป็นใคร หรือแบกรับคำสาปอะไรไว้ ผมก็ยังคงเป็นเซเรส... ลูกศิษย์คนเดียวคนนี้ที่จะยืนอยู่ข้างอาจารย์เสมอครับ"
บรรยากาศในห้องวิจัยเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคนทั้งคู่ ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของศิษย์และอาจารย์ได้ก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นทางศีลธรรมไปเสียแล้ว ทว่าในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านปกคลุมหัวใจของทั้งสอง ทันใดนั้นเอง...
กริ๊ก... กริ๊ก... เสียงเข็มนาฬิกาโบราณบนผนังห้องที่ควรจะหยุดเดินไปตั้งแต่เขตแดนถูกปิดตาย กลับดังขึ้นอย่างผิดปกติ
ไม่สิ... มันไม่ใช่เสียงนาฬิกา
เซเรสขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักดาบกรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาผลักร่างของเอลาร่าให้อยู่ด้านหลังทันing พร้อมกับชักดาบเล่มโปรดออกจากฝักอย่างรวดเร็ว
ผนังหินแกร่งหนาเตอะของหอคอยชั้นใต้ดินค่อยๆ ปริแตกออกเป็นรอยร้าวสีดำสนิท ละอองความมืดพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องมาจากความว่างเปล่า—เสียงหัวเราะที่เซเรสจำได้แม่นว่ามันคือเสียงของ "เงาแห่งหอคอย" ตัวตนระดับภัยพิบัติที่ไม่ควรจะตื่นขึ้นในเวลานี้
"ระวังตัวครับอาจารย์!" เซเรสตะโกนลั่น พร้อมกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสีดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวทะลุกำแพงมิติออกมาโดยตรง เบื้องหน้าของพวกเขา
[แจ้งเตือนระบบภารกิจด่วน: ตรวจพบการปรากฏตัวของ 'ผู้กล้าแห่งความมืด' (ร่างอวตารของหอคอยที่ล่มสลาย)]
[เงื่อนไขการรอดชีวิต: ศูนย์เปอร์เซ็นต์ — การต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับเซเรสและศาสตราจารย์เอลาร่านะครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 15
ความสัมพันธ์ที่เกินเลย?
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!