"ไม่ต้องถามเขาหรอ... เพราะความจริงทั้งหมด ข้าเป็นคนเก็บรักษาไว้เอง!"
เสียงก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดกลางฤดูร้อนยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของหลี่เฟยหลง ท่ามกลางซากปรักหักพังของตำหนักรกร้างแห่งสำนักกระบี่เมฆาอัสนี ไอน้ำแข็งสีขาวโพลนพวยพุ่งออกจากปลายกระบี่ของเซียนจื่อหยาง ร่างระหงของนางยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเงาร่างลึกลับที่เพิ่งประกาศตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของยอดกระบี่หนุ่มกระตุกวาบ มิใช่การปรากฏตัวของศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เป็นประกตาในนัยน์ตาของหญิงสาวผู้ร่วมเป็นร่วมตายมาเนิ่นนาน—มันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความลังเล และเจือด้วยกลิ่นอายประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หลี่เฟยหลงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พลังปราณอัสนีในตันเถียนหมุนวนพลุ่งพล่านราวกับพายุคลั่ง กระบี่เหล็กนิลในมือสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นระคนกัน
"จื่อหยาง..." หลี่เฟยหลงเอמהเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์จ้องมองแผ่นหลังบอบบางนั้น "เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ถอยออกมาจากตรงนั้นเสีย! คนผู้นั้นคือผู้ที่ทำลายล้างสำนักของเรา!"
เงาร่างลึกลับใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายเสียงเสียดสีของโลหะบาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวที่ลากยาวจากหางตาซ้ายลงมาถึงมุมปาก
"โง่เขลา... ช่างเป็นยอดกระบี่ผู้ยึดมั่นในคุณธรรมที่โง่เขลานัก หลี่เฟยหลง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่านางเดินทางร่วมกับเจ้ามานับพันลี้เพื่อตามหาความจริง?" เงาร่างนั้นแสะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ความจริงก็คือ นางต่างหากเล่า... คือผู้กุมกุญแจดอกสุดท้ายในการเปิดประตูคุกมารโลหิต!"
ฉับพลันนั้น อากาศรอบกายก็พลันหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เซียนจื่อหยางมิได้หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยกกระบี่คู่กายขึ้นช้าๆ ปลายกระบี่เปล่งประกายแสงสีครามเยือกเย็น พลังปราณเซียนอันบริสุทธิ์บัดนี้กลับเจือปนด้วยกลิ่นอายความมืดมิดสายหนึ่งอย่างน่าประหลาด
"เฟยหลง..." ในที่สุดนางก็เอ่ยวาจา น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ดั่งเช่นวันวาน "ท่านเชื่อใจข้า... หรือเชื่อใจสิ่งที่ตาเห็นกันแน่?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของหลี่เฟยหลง เขายืนนิ่งงัน ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำจนชายเสื้อคลุมโบกสะบัด ในยุทธภพนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่กระบี่ของศัตรู แต่คือการหักหลังของผู้ที่ตนมอบใจให้ สติปัญญาอันสุขุมเยือกเย็นของเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—นี่คือกลลวง! เป็นค่ายกลทางจิตใจที่จอมมารผู้นี้จัดฉากขึ้นเพื่อทำลายสมาธิและแก่นแท้พลังปราณของเขา!
"ต่อให้ฟ้าดินจะพลิกคว่ำ..." หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราในมือชี้ตรงไปยังเงาร่างเบื้องหน้า แววตาคมปลาบเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวราวนักล่าที่ไม่มีวันยอมจำนน "ต่อให้สัจธรรมในยุทธภพนี้จะเป็นเพียงเรื่องโกหก... แต่กระบี่ในมือข้า ไม่เคยฟัน,ฟาดใส่สหาย!"
ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก เซียนจื่อหยางกลับขยับตัว!
วูบ!
ร่างระหงพุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เงากระบี่สีครามพาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดหูเป้าหมายมิใช่เงาร่างลึกลับชุดดำ หากแต่เป็นจุดตายบริเวณหัวใจของหลี่เฟยหลงเอง!
"ระวัง!"
จิตสังหารพุ่งทะลุขีดสุด หลี่เฟยหลงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้ร่างกายเบี่ยงหลบตามสัญชาตญาณ คมกระบี่เฉียดผ่านหัวไหล่ของเขาไปเพียงเส้นยาแดง พลังปราณเซียนเย็นเยียบกัดกินเนื้อผ้าและผิวหนังจนเกิดควันสีขาวจางๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือรอยแผลในจิตใจ
เซียนจื่อหยางสะบัดกระบี่วับ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยสะท้อนเงาของเขา บัดนี้กลับว่างเปล่าดุจไร้วิญญาณ นางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ในเมื่อไม่ยอมถอยออกไป... เช่นนั้นก็จงตายอยู่ที่นี่เสียเถอะ"
"ฮ่าๆๆๆ ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!" เงาร่างชุดดำปรบมือเสียงดังลั่น ยิ้มเยาะเย้ยด้วยความสะใจ "ดูเอาเถอะหลี่เฟยหลง! นางมารน้อยผู้นี้ถูกฝัง “ตราประทับโลหิตทมิฬ” ไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ร่างกายและจิตวิญญาณตกเป็นของข้าแต่ผู้เดียว นางไม่มีวันรักใคร่ผู้ใด และไม่มีวันจดจำเรื่องราวระหว่างเจ้ากับนางได้อีก! เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้มาตลอดทาง!"
คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ หลี่เฟยหลงเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ตลอดการเดินทางร่วมกันผุดขึ้นมาในหัว—รอยยิ้มจางๆ ของนางยามมองดูพระอาทิตย์ตกดิน, แผ่นหลังที่คอยคุ้มกันภัยให้เขาในยามคับขัน, และหยาดน้ำตาที่นางเคยหลั่งรินในคืนที่สำนักของเขาถูกเผาทำลาย... ล้วนเป็นภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ?
มิใช่! เขาย่อมไม่เชื่อเด็ดขาด!
"จื่อหยาง... ตื่นสิ!" หลี่เฟยหลงคำรามลั่น ปราณอัสนีทั่วร่างระเบิดออกเป็นประกายสายฟ้าสีม่วงเข้ม แผ่นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว พลังยุทธขั้นทะลวงนภาถูกปลดปล่อยออกมาจนเกิดแรงกดดันมหาศาล "เจ้าไม่ใช่หุ่นเชิดของใครทั้งสิ้น!"
เขาก้าวเท้าทะยานเข้าหา ร่างกายเคลื่อนไหวราวกับพยัคฆ์คำรามล่าเหยื่อ กระบี่เหล็กนิลในมือตวัดวาดออกเป็น "วิถีกระบี่เดียวดาย—หิมะโปรยสังหารวิญญาณ" กระบวนท่าอันทรงพลังที่ผสานความเย็นชาและความดุดันไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ เป้าหมายมิใช่การสังหาร แต่เป็นการสกัดจุดชีพจรและทำลายค่ายกลมารที่ครอบงำจิตใจนางอยู่
เงาร่างชุดดำเห็นดังนั้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด มันแค่นเสียงเย็น "ดื้อด้านนัก! อยากตายด้วยน้ำมือของสตรีที่ตนรักนักใช่ไหม งั้นก็จงรับชะตากรรมนี้ไปซะ!"
มันสะบัดมือออก ประทายอักษรโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนบรรยากาศรอบด้านให้กลายเป็นทะเลเพลิงสีเลือด ม่านพลังมืดมิดแผ่ขยายออกปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด กลลวงที่มันวางไว้มิได้มีเพียงการใช้เซียนจื่อหยางเป็นเหยื่อล่อเท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการบีบให้หลี่เฟยหลงต้องใช้พลังปราณทั้งหมดเพื่อรับมือ จนกระทั่ง...
ฉับพลันนั้น ภายในใจของหลี่เฟยหลงก็เกิดความรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เซียนจื่อหยางที่พุ่งเข้ามาโจมตีเมื่อครู่ จู่ๆ ก็หยุดชะงักฝีเท้าลง นัยน์ตาที่เคยไร้ประกายกลับไหววูบชั่วขณะริมฝีปากบางเฉียบขยับกล่าวคำพูดแผ่วเบาที่แทบจะปลิวหายไปกับสายลม
"เฟยหลง... รีบ..."
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประกายแสงสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า ดุจดั่งเงาดำแห่งความตายที่ซุ่มรอจังหวะนี้มานานแสนนาน!
ฉึก!
เสียงคมกระบี่ทะลุเนื้อหนังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลี่เฟยหลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เมื่อก้มลงมอง... ปลายกระบี่อาบยาพิษสีดำสนิทเล่มหนึ่ง ได้ทะลุผ่านแผ่นหลังของเซียนจื่อหยาง และพุ่งตรงมาหยุดอยู่ห่างจากหัวใจของเขาเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น!
ร่างระหงสะท้านเฮือก โลหิตสีแดงสดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวสะอาดตาดั่งดอกเหมืองยามต้องภัย นางทรุดตัวลงสู่อ้อมแขนของเขาอย่างหมดแรง
"จื่อหยาง!" หลี่เฟยหลงคำรามสุดเสียง หัวใจราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
เงาร่างชุดดำหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆๆ แผนการสมบูรณ์แบบ! ตอนนี้... เจ้าจะเลือกช่วยชีวิตนาง หรือจะรักษาชีวิตตัวเองจากพิษโลหิตมารล้างผลาญกันแน่, หลี่เฟยหลง!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะครับ!
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 22
กลลวงของจอมมาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!