"เสียงกระดูกหักปะปนกับเสียงคำรามแห่งความตายดังสะท้านไปถึงสรวงสวรรค์..."
หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองซากศพของผู้วิสุทธิ์มารขั้นเก้าที่เพิ่งถูกกระบี่ในมือของเขาปลิดชีพ ปราณกระบี่สีชาดห่อหุ้มคมเหล็กกล้าจนสั่นระริก บรรยากาศรอบบริเวณค่ายพักแรมของสำนักพันธมิตรในยามนี้มิใช่สถานที่สำหรับสิ่งมีชีวิตอีกต่อไป หากแต่เป็นขุมนรกโลกันตร์ที่ย้อมผืนหิมะให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความตายที่แผ่พุ่งมาจากกองทัพเงาโลหิตของพรรคมาร
"เฟยหลง... พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้สามัชฌิม"
เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหมื่นปีดังขึ้นข้างกาย เซียนจื่อหยางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้กลับแต้มด้วยหยดเลือดสีแดงฉาน นางยืนอยู่บนกิ่งสนโบราณ มือเรียวดุจหยกสลักกำลังดีดพิศดารสายโลหิตในมือ อักขระปราณสีครามพวยพุ่งออกไปเป็นระลอกคลื่นกระแทกร่างของมือสังหารพรรคมารนับสิบให้แหลกสลายกลายเป็นธุลีในพริบตา
นี่คือพลังแห่งวิถีเซียนที่ตัดขาดจากกิเลส แต่วันนี้ นางกลับต้องแปดเปื้อนโลหิตเพื่อปกป้องเส้นทางที่หลี่เฟยหลงก้าวเดิน
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลายสำนักพันธมิตรอย่างเดียว..." หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองไปยังม่านหมอกสีดำทมิฬที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมท้องฟ้า "เป้าหมายที่แท้จริงของมารเฒ่าเทียนโหย่วคือ 'ศิลาบรรพกาล' ที่อยู่ใจกลางค่าย หากมันได้ครอบครองพลังนั้น สมรภูมิแห่งนี้จะกลายเป็นจุดจบของยุทธภพอย่างแท้จริง"
"เช่นนั้น... เราก็แค่สังหารพวกมันให้หมดก่อนที่มันจะไปถึงที่นั่น" จื่อหยางเอ่ยเรียบๆ แต่นัยน์ตากลับทอประกายความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากยิ่ง นางก้าวเข้ามาประชิดร่างของชายหนุ่ม กลิ่นกายหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับกลิ่นอายสงคราม ทำให้หัวใจที่ร้อนรุ่มของหลี่เฟยหลงสงบลงชั่วขณะ
"ระวังตัวด้วย" หลี่เฟยหลงเอ่ยสั้นๆ มือหนายื่นไปกระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น
ตูม!
พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดแก้วหู พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นรูปหัวกะโหลกขนาดยักษ์อ้าปากกว้างราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
"ฮ่าๆๆๆ! หลี่เฟยหลง! เซียนจื่อหยาง! พวกเจ้าคิดว่าจะปกป้องสุนัขรับใช้เหล่านี้ได้หรือ? วันนี้ สำนักพันธมิตรจะต้องถูกลบ
ออกจากแผนทยุทธภพ!"
เงาร่างนั้นคือ 'มารโลหิตพันมือ' หนึ่งในสี่จตุรเทพพรรคมาร ร่างกายของมันสูงใหญ่ผิดมนุษย์ ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและอักขระมารที่กำลังเต้นเรตุราวกับมีชีวิต ในมือถือกระบองหนามยักษ์ที่อาบด้วยพิษสลายวิญญาณ
หลี่เฟยหลงแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง ปราณพยัคฆ์ขาวระเบิดออกจากร่างจนเสื้อผ้าสะบัดพริ้ว วิถีกระบี่เดียวดายถูกขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณอันทะนงตน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พริบตานั้น ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับสายฟ้าสีขาวที่ผ่าแหวกความมืดมิด
"รวดเร็วนัก!" มารโลหิตพันมือสีหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย มันยกกระบองขึ้นตั้งรับสัญชาตญาณ แต่มันประเมินความเร็วของหลี่เฟยหลงต่ำเกินไป
เคร้ง! ประกายไฟสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ระเบิด คมกระบี่ของหลี่เฟยหลงปะทะเข้ากับกระบองหนามอย่างจัง แรงปะทะทำให้คลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง เต็นท์และสิ่งก่อสร้างโดยรอบพังทลายลงในพริบตา
"เจ้าเด็กเหลือขอ! ตายเสียเถอะ!" มารโลหิตคำรามลั่น พลังมารทะลักออกมาจากร่างนับร้อยสายพยายามกลืนกินร่างของหลี่เฟยหลง
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม อุณหือลภูมิลดฮวบลงจนหยดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา เซียนจื่อหยางเคลื่อนไหวแล้ว ร่างบางระหงลอยคว้างอยู่กลางอากาศ นิ้วเรียวดีดสายพิณโลหิตครั้งแล้วครั้งเล่า กระบี่น้ำแข็งนับหมื่นเล่มก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าราวกับห่าฝนที่พร้อมจะร่วงหล่นลงมาปักร่างของศัตรู
"วิชาพิณเซียน... พิพากษาโลหิต!"
น้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับคำพิพากษาจากยมโลก ห่าฝนกระบี่น้ำแข็งพุ่งทะยานลงมาดั่งดาวตก กวาดล้างเหล่าสมุนพรรคมารที่ดาหน้าเข้ามาจนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระเบิดระเบ้อไปทั่วทุกสารทิศ
หลี่เฟยหลงอาศัยจังหวะที่มารโลหิตพันมือเสียสมาธิ พลังปราณในตันtian (ตันเถียน) หมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด เคล็ดวิชา 'กระบี่พยัคฆ์คำรามฟ้า' ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มกำลัง ร่างของเขารวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ พุ่งทะลวงผ่านร่างของจตุรเทพพรรคมารไปอย่างแม่นยำ
เวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ...
หลี่เฟยหลงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างของมารโลหิตพันมือ ปลายกระบี่หยดหยาดโลหิตสีดำลงสู่พื้นหิมะทีละหยด... ทีละหยด...
"เป็นไป... ได้อย่างไร..." มารโลหิตพันมือพึมพำด้วยความตกตะลึง ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ร่างกายมหึมาของมันจะปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปตามสายลมหนาว
ทว่า... ชัยชนะครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้ทั้งสองรู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดก็พลันถูกแหวกออกด้วยแสงสีทองอร่าม แรงกดดันระดับมหาอำนาจที่ทำให้ผู้คนแทบกระอักเลือดแผ่พุ่งลงมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังกดทับลงมาบนบ่าของทุกคนในสมรภูมิ
ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติ นัยน์ตาของมันคู่นั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก และสิ่งที่ทำให้หลี่เฟยหลงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสูงสุดคือ ใบหน้าของบุคคลผู้นั้น... ช่างคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร
"ไม่... เป็นไปไม่ได้..." หลี่เฟยหลงพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ศิษย์พี่ใหญ่... เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?" บุคคลปริศนาเอ่ยยิ้มเยาะ มือข้างหนึ่งโยนป้ายประจำตัวสำนักที่ควรจะสูญหายไปเมื่อสิบปีก่อนลงมาแทบเท้าของหลี่เฟยหลง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านพายุเลือดครั้งนี้ไปกับผมนะครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 20
พายุเลือดสะเทือนภพ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!