"เจ้ากำลังลังเล... ความลังเลเพียงเสี้ยวธุลีคือจุดตายของผู้ฝึกวิชาไร้ลักษณ์ หลี่เฟยหลง"
สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกของเซียนจื่อหยางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำศิลาหิมะ นางยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน รัศมีปราณสีครามเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างดุจม่านหมอกที่ก่อตัวเป็นรูปกระบี่โปร่งแสง
หลี่เฟยหลงกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น โลหิตในกายเขากำลังเดือดพล่านจากการโคจรลมปราณที่ผิดเพี้ยนไปจากการประสานพลัง "ข้ามิได้ลังเล จื่อหยาง แต่กระแสพลังของเจ้า... มันขัดแย้งกับสัจธรรมที่ข้าเล่าเรียนมา"
"สัจธรรมของสำนักที่ล่มสลายไปแล้วน่ะหรือ?" นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกปรากฏประกายวูบไหว "หากเจ้ายังยึดติดกับกรอบแห่งอดีต เจ้าก็ไม่มีวันบรรลุถึง 'ค่ายกลรวมใจ' ที่แท้จริงได้ การรวมใจมิใช่การหลอมรวมเป็นหนึ่งจนไร้ตัวตน แต่คือการเต้นเร้าไปในจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความแตกต่างที่สมบูรณ์แบบ"
หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายหิมะภายนอกถ้ำที่พัดผ่านเข้ามาทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงกระดูก เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีตฉายชัดในหัว ใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยความแค้นเริ่มสงบนิ่งลงดั่งพยัคฆ์ที่ซุ่มรอจังหวะตะปบเหยื่อ
"เอาล่ะ เริ่มใหม่" เขาเอ่ยเสียงต่ำ
ทั้งสองก้าวเข้าหากัน ร่างของทั้งคู่ผสานเข้าสู่ท่าร่างประหลาด กระบี่ในมือหลี่เฟยหลงไม่ได้ถูกชักออกมา แต่เขากลับใช้ฝักกระบี่เป็นแกนกลางรับกระแสพลังหยินจากฝ่ามือของหญิงสาว ปราณพยัคฆ์คำรามอันดุดันของเขาปะทะเข้ากับปราณเหมันต์ของนางเซียน ทว่าแทนที่จะระเบิดออก แรงปะทะกลับม้วนตัวกลายเป็นเกลียวคลื่นพลังมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงผนังถ้ำศิลา
*เปรี้ยง!*
พื้นหินใต้เท้าทั้งสองแตกร้าว แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนอากาศรอบกายกลายเป็นสุญญากาศ หลี่เฟยหลงรู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณของตนกำลังถูกดึงออกไปเชื่อมต่อกับนางเซียน เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความเดียวดาย และพันธสัญญาที่นางแบกรับไว้ในใจ ความรู้สึกเหล่านั้นไหลผ่านเส้นลมปราณเข้ามาเปรียบดั่งกระแสน้ำเชี่ยวที่พร้อมจะพัดพาเขาไปสู่ความพินาศ
"อย่าต้านทาน!" จื่อหยางคำรามออกมาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของนางแฝงความตื่นตระหนกที่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น "ปล่อยวางทิฐิในใจเจ้าเสีย! หากเจ้าต้องการปกป้องผู้ที่เหลืออยู่ เจ้าต้องยอมรับในความเย็นชาของข้าด้วย!"
หลี่เฟยหลงกัดฟันแน่น โลหิตสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก การฝึก 'ค่ายกลรวมใจ' มิใช่เพียงการผสานปราณ แต่มันคือการเปลือยเปล่าหัวใจต่อหน้ากันและกัน หากใครคนหนึ่งมีความลับที่ดำมืดเกินไป หรือมีจิตที่คิดคด พลังย้อนกลับจะทำลายอวัยวะภายในจนแหลกละเอียด
*ข้าไม่มีทางเลือก... หากมัวแต่กลัวตาย พยัคฆ์เช่นข้าคงสิ้นชื่อไปตั้งแต่วันที่สำนักมอดไหม้*
เขาตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่าง เปิดช่องว่างทางจิตวิญญาณให้กระแสพลังของจื่อหยางพุ่งเข้าประทับในใจกลางตันเถียน ทันใดนั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงฟ้าร้องคำรามก้องอยู่ในมิติแห่งปราณ รอบกายของทั้งคู่ปรากฏอักขระสีทองและครามสลับกันไปมา ดั่งมังกรและหงส์ที่กำลังเกี้ยวพาราสีในสมรภูมิหิมะ
ความรู้สึกที่เคยแปลกแยกค่อยๆ หลอมละลาย เขาเห็นภาพที่นางเคยยืนอยู่บนยอดเขาสูงลำพัง เห็นความโดดเดี่ยวที่กัดกินนางมานับสิบปี และในขณะเดียวกัน จื่อหยางเองก็เห็นภาพพจน์ของเขาที่แบกความหวังของศิษย์ทั้งสำนักไว้บนบ่า บ่าที่หนักอึ้งด้วยความผิดบาปที่เขาไม่ได้ก่อ
พลังทั้งสองสายผสานกันจนไร้รอยต่อ ปราณกระบี่ที่พุ่งออกมาจากร่างของคนทั้งคู่ไม่ได้มาจากตัวบุคคล แต่มันมาจาก 'ความเข้าใจ' ที่หยั่งรากลึก
"สำเร็จแล้ว..." จื่อหยางถอนหายใจยาว ร่างของนางโอนเอนจนหลี่เฟยหลงต้องรีบคว้าเอวบางเอาไว้ แววตาของนางในตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนล้าที่เปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจ
หลี่เฟยหลงประคองนางให้นั่งลง พลังในกายเขายังคงหมุนวนอย่างมั่นคงดั่งหินผา ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงสถานการณ์ภายนอก กลิ่นอายสังหารที่ไม่คุ้นเคยก็โชยมากับสายลมหนาวจากปากถ้ำ
มันไม่ใช่กลิ่นอายของอสูรหิมะ... และไม่ใช่กลิ่นอายของยุทธภพทั่วไป
มันคือกลิ่นของ 'ไอพิษมรณะ' จากสำนักพรรคเงาสวรรค์ที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน!
หลี่เฟยหลงชะงัก สายตามองไปที่ผนังถ้ำที่เริ่มมีรอยร้าวจากการบุกรุกของปราณพิษสีม่วงคล้ำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบย่างกรายเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำดั่งหุ่นเชิด
"มีคนพบที่ซ่อนของเราแล้ว" หลี่เฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วถ้ำ เขาหันไปสบตากับจื่อหยางที่เพิ่งฟื้นตัว "เจ้าไหวหรือไม่?"
จื่อหยางลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่หิมะในมือนางเปล่งประกายสีครามวาบหวาม "คนพวกนี้... คือต้นเหตุที่ทำให้ข้าต้องกลายเป็นคนไร้หัวใจ"
ก่อนที่หลี่เฟยหลงจะได้ถามต่อ เงาดำมืดพุ่งทะลุผนังถ้ำเข้ามา ดาบสั้นปลายหยักที่อาบไปด้วยพิษร้ายจ่อตรงมาที่คอหอยของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดูกเสียดสีกัน
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ... ยอดฝีมือสองคนร่วมใจบำเพ็ญเพียร แต่น่าเสียดายที่ 'วิถีเซียน' ของพวกเจ้า ต้องมาจบสิ้นลงในหลุมศพหิมะแห่งนี้!"
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลง มองเห็นใบหน้าของผู้บุกรุกภายใต้หน้ากากยักษ์ที่คุ้นตา... มันคือศิษย์พี่ที่เขาเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในศึกสำนักวันนั้น!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันสมบัติหิมะเลือดเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ตอนนี้ด้วยนะครับ!
พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 19
ค่ายกลรวมใจ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!