เงาสีดำเจ็ดสายทาบผ่านผืนหิมะขาวโพลนดั่งรอยพู่กันป้ายหมึกบนกระดาษชุนเซียน ความเงียบงันในหุบเขาอัคคีน้ำแข็งไม่ได้บ่งบอกถึงความสงบ หากแต่เป็นความกดดันที่หนักหน่วงจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังกลMายเป็นก้อนน้ำแข็ง
หลี่เฟยหลงหยุดฝีเท้าลง ปลายเท้าของเขาสัมผัสผิวน้ำแข็งโดยไม่ก่อให้เกิดแม้แต่รอยร้าว ร่างในชุดยาวสีขาวปักลายพยัคฆ์เหินหาวสะท้อนแสงสีเงินยวงจากเกล็ดหิมะที่โปรยปราย มือขวาของเขายังกุมด้ามกระบี่เหล็กนิลในฝักไว้อย่างมั่นคง สุขุมเยือกเย็นดั่งหินผาพันปี
ข้างกายเขา เซียนจื่อหยางยืนอยู่อย่างสง่างามเยือกเย็นไม่แพ้กัน นางกวาดสายตาคู่นคมองไปยังเงาทั้งเจ็ดที่รายล้อมเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ นัยน์ตาดุจหยกสลักของนางไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตที่กล้าขวางทาง
"พวกมันมิได้มาเพื่อเจรจา... แต่มาเพื่อฝังพวกเราไว้ ณ ผืนปฐพีนี้" เสียงของจื่อหยางราบเรียบดั่งน้ำนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณคุ้มกันที่แผ่ขยายออกไปรอบตัวจนหิมะบริเวณนั้นระเหยกลายเป็นไอ
"ดีนัก" หลี่เฟยหลงกล่าวสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งพยัคฆ์คำรามในถ้ำลึก "ศิษย์สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์แห่งเขาไท่ซาน คงอยากรู้ว่ากระบี่ในมือข้าหลงเหลือความคมกล้าเพียงใดหลังผ่านพ้นโศกนาฏกรรมคืนนั้น"
ฉับพลัน! เงาทั้งเจ็ดพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกันราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหาย ปราณกระบี่สีชาดเจ็ดสายพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิวบาดแก้วหู พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งจนหิมะรอบกายแตกกระจาย เป็นวงกว้าง
นี่คือค่ายกล "เจ็ดกระบี่โลหิตสังหาร" วิชาลับที่สาบสูญไปร่วมร้อยปี!
หลี่เฟยหลงไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนหยัดดั่งเสาหินกลางพายุทโ시ณ สายตาจับจ้องการเคลื่อนไหวของกระบี่เล่มที่รวดเร็วที่สุดที่พุ่งตรงมายังจุดตายระหว่างคิ้วของเขา
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น เวลาในความรู้สึกของเขากลับเดินช้าลง เขาสัมผัสได้ถึงทิศทางลม การไหลเวียนของปราณธาตุหยินหยาง และความลังเลเพียงชั่วพริบตาในจิตใจของมือสังหารผู้นั้น—ความกลัว
*วิชากระบี่... แท้จริงมิใช่การฆ่าฟันเพื่อเอาชนะ แต่เป็นการค้นพบความจริงแท้แห่งจิตใจตน*
คำสอนของอาจารย์ผู้ล่วงลับแวบเข้ามาในห้วงคำนึง หลี่เฟยหลงขยับข้อมือขวาอย่างแผ่วเบา ราวกับเด็กน้อยกำลังตวัดพู่กันวาดภาพทิวทัศน์
*ชิ้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันเพียงครั้งเดียวดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา หิมะที่กำลังโปรยปรายหยุดชะงักลงกลางอากาศ พลังปราณกระบี่สีชาดที่โถมเข้ามาปะทะกลับถูกแรงสะท้อนมหาศาลตีกลับจนแหลกสลายกลายเป็นละอองหมอกสีแดงฉาน
มือสังหารชุดดำผู้นำทางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก กระบี่ในมือของมันหักสะบั้นเป็นสองท่อนอย่างไร้ร่องรอยการปะทะที่รุนแรง ร่างของมันแข็งค้าง ก่อนที่รอยกระบางเฉียบจะปรากฏขึ้นที่กลางลำคอ และร่างนั้นก็ล้มฟุบลงจมกองหิมะโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง
ยอดฝีมืออีกหกคนที่เหลือชะงักฝีเท้าทันที ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นสู่ดวงตาของพวกมัน การโจมตีเมื่อครู่พวกมันมองไม่เห็นแม้แต่เงาของการชักกระบี่ หลี่เฟยหลงทำเพียงแค่... ขยับข้อมือเท่านั้น!
"กระบี่ไร้ลักษณ์... เจ้าบรรลุถึงขั้นไร้กระบวนท่าแล้วกระนั้นหรือ!" หนึ่งในมือสังหารแผדเสียงคำรามด้วยความตกตะลึง ปราณทั่วร่างระเบิดออกเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ "ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด วันนี้พวกเราเจ็ดคน... ไม่สิ เหล่าผู้อาวุโสย่อมไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดออกไปจากเขตแดนนี้แน่!"
"พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนผู้ฟังต้องสะท้านเฮือก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีปราณกระบี่สีครามเข้มแผ่พุ่งออกจากร่างจนหิมะรอบตัวหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น "ข้ามิได้ใช้กระบวนท่าไร้ลักษณ์เพื่อสังหารผู้คน... แต่ข้าใช้มันเพื่อส่งพวกเจ้าไปสู่สุคติ"
เซียนจื่อหยางขยับกายวาบ นางสะบัดชายแขนเสื้อ กระบี่น้ำแข็งเล่มงามในมือปรากฏขึ้นพร้อมกับไอปราณเยือกแข็งที่แผ่ขยายออกไปล็อกเส้นทางถอยของมือสังหารทั้งหกไว้จนหมดสิ้น นางไม่กล่าววาจาใดๆ นัยน์ตาคู่นั้นบอกชัดเจนว่า—ไม่มีใครรอดไปจากเงื้อมมือของพวกเขาทั้งสองคนได้
การต่อสู้ตะลุมบอนเริ่ม1ระอุขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางหิมะสีขาวที่เริ่มถูกย้อมด้วยหยดเลือดสีชาด หลี่เฟยหลงทะยานร่างเข้าหากลุ่มมือสังหารราวกับพยัคฆ์โผนทะยานเข้าสู่ฝูงกวางป่า ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสัจธรรม ทุกกระบี่ที่ตวัดออกไปคือความเป็นและความตายที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่หลี่เฟยหลงกำลังจะเผด็จศึกมือสังหารคนสุดท้ายที่เหลือรอด ปราณกระบี่ปริศนาดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกมิติความมืดออกมาจากหน้าผาเบื้องบนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!
เป้าหมายของมันไม่ใช่หลี่เฟยหลง... แต่เป็นเซียนจื่อหยางที่กำลังยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง!
"ระวัง!" หลี่เฟยหลงคำรามลั่นด้วยความตกใจ ขีดจำกัดความเร็วของเขาถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด ร่างของเขาแปลงเป็นเงาสะท้อนพุ่งเข้าขวางทางกระบี่ปริศนานั้นทันที
*ฉึก!*
เลือดสดๆ สายหนึ่งพวยพุ่งออกจากหัวไหล่ขวาของหลี่เฟยหลง หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวสะอาดจนกลายเป็นสีแดงฉานน่ากลัว กระบี่ปริศนาเล่มนั้นปักฝังลงไปในผนังหิมะข้างกายเขา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนด้ามกระบี่มีป้ายคำสั่งสลักรูป "อีกาดำสามขา" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสำนักที่ควรจะล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน!
เซียนจื่อหยางรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขา แววตาเย็นชาคู่นั้นสั่นระริกเป็นครั้งแรก นางมองป้ายคำสั่งนั้นด้วยความตื่นตะลึงระคนแค้นเคือง "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้ พวกมันควรจะตายในกองเพลิงวันนั้นหมดแล้ว!"
หลี่เฟยหลงกัดฟันแน่น ฝืนความเจ็บปวดจากพิษปราณที่แผ่ซ่าน เขายกมือขึ้นห้ามจื่อหยางไม่ให้ตามล่าเงาที่หลบซ่อนอยู่เบื้องบน นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังรอยแยกของหน้าผาที่ปรากฏเงาร่างคุ้นเคยสายหนึ่งก้าวออกมาท่ามกลางหิมะโปรยปราย
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ศิษย์พี่รอง" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิหิมะเลือดนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 2
กระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!