วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 3

นางเซียนผู้มากับไอเย็น

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ประกายโลหะสีนิลสะท้อนแสงจันทร์สลัวบาดลึกเข้าสู่เรตินา จนแทบมองไม่เห็นเงาของคมดาบที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามา เสียงแหบพร่าเย้ยหยันยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่หลี่เฟยหลงไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปมองเบื้องหลัง กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกราวกับมีชีวิต มันแผ่ไอสังหารสีขาวโพลนออกมาราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าในยามวิกฤตถึงชีวิตนี้ สมาธิของเขากลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ฉึบ!" โลหิตสีแดงฉาดสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวโพลนให้กลายเป็นทุ่งโลหิตระเรื่อ ร่างของศิษย์พี่รองผู้แปรพักตร์กระเด็นถอยหลังไปสามก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าบิดเบี้ยวแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกไม่เชื่อสายตา ปราณคุ้มกายที่ฝึกฝนมานับสิบปีถูกคมกระบี่เดียวดายเฉือนขาดสะบั้นราวกับกระดาษสา "เจ้า... เติบโตขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ... หลี่เฟยหลง" ศิษย์พี่รองกระออกเลือดคำใหญ่ ร่างกายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นหิมะ ลมหายใจรวยรินใกล้ขาดใจ หลี่เฟยหลงไม่ตอบคำ ปลายกระบี่ยังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความลังเล สายตาของเขากวาดมองความว่างเปล่ารอบกายด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณนักสู้เตือนภัยว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของค่ายกลสังหารที่ถูกวางไว้ต้อนรับการกลับมาของเขาโดยเฉพาะ ทันใดนั้นเอง... ท้องนภาที่เคยเงียบสงบพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันราวกับพายุคลั่ง อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มเกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินดั่งซี่กรงมัจจุราช "ระวังตัวด้วย" เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากของหลี่เฟยหลง แม้จะพูดกับความว่างเปล่า แต่เขารู้ดีว่าตนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในสมรภูมิหิมะเลือดแห่งนี้ "ผู้ที่ก้าวล่วงเขตแดนแห่งความตาย... ล้วนต้องชดใช้ด้วยวิญญาณ" เสียงทุ้มกังวานดั่งระฆังโบราณดังสะท้อนมาจากทุกทิศทุกทาง แรงกดดันมหาศาลระดับหลอมรวมวิญญาณกดทับลงมาบนบ่าของหลี่เฟยหลงจนเข่าแทบทรุด ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) ปั่นป่วนพลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด นี่ไม่ใช่ฝีมือของศิษย์พี่รองผู้ไร้ค่าผู้นั้นอย่างแน่นอน นี่คือยอดฝีมือที่แท้จริง... ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักวิถีกระบี่เดียวดาย! "โฮกกระบี่คำราม!" หลี่เฟยหลงคำรามก้องในลำคอ ปลดปล่อยพลังลมปราณทั้งหมดที่มีทะยานพุ่งขึ้นฟ้าเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ร่างกายของเขาอาบย้อมไปด้วยเหงื่อและเลือด กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าก่อนที่คมดาบปริศนาจากความมืดจะพุ่งเข้าเด็ดหัวเขา *ฟิ้ว...* สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านราวกับภูตผี ไร้ซึ่งสุ้มเสียง ไร้ซึ่งร่องรอย ทว่ากลับทำให้จิตสังหารรอบตัวหยุดชะงักลงในเสี้ยวพริบตา กลางหิมะโปรยปรายอันหนาวเหน็บ ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดกิ่งสนโบราณเบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสาวจากสรวงสวรรค์ ปีกกระบี่คู่กายสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีฟ้าคราม ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า ดุจดังผืนน้ำในหุบเขาไร้ก้นบึ้ง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยรัศมีกดดันที่แม้แต่ยอดฝีมือฝ่ายอธรรมยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬ "เซียนจื่อหยาง..." หลี่เฟยหลงพึมพำชื่อนางเบาๆ ในใจ ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไหลวนเข้ามาในอก ทั้งความคุ้นเคย ความห่วงหา และสัจธรรมอันเย็นชาที่นางยึดถือ เซียนจื่อหยางปรายตามองหลี่เฟยหลงเพียงแวบเดียว สายตานั้นเย็นชาไร้ความปรานีราวกับมองคนตาย ทว่าปลายกระบี่ในมือของนางกลับชี้ตรงไปยังเงาดำที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก "ผู้ใดรุกรานแดนสนธยา... ผู้นั้นต้องดับสูญ" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินเอื้อNเอ่ยออกมา เรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนแผ่นดินสะเทือน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เงาดำนับสิบจะพุ่งทะยานออกมาจากความมืดพร้อมอาวุธครบมือ พวกมันคือมือสังหารเงาโลหิตที่มีชื่อเสียงในยุทธภพ การต่อสู้ตะลุมบอนอันดุเดือดเลือดพล่านประทุขึ้นทันทีท่ามกลางพายุหิมะ หลี่เฟยหลงไม่รอช้า เขาและนางเซียนจื่อหยางเคลื่อนไหวประสานสอดคล้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับด้ายแดงแห่งโชคชะตาได้ผูกรั้งวิญญาณของทั้งสองไว้ด้วยกันแล้ว กระบี่เดียวดายของหลี่เฟยหลงรวดเร็ว ดุดัน และเด็ดขาด ดั่งพยัคฆ์ขาวตะпบเหยื่อ ขณะที่กระบี่เหมันต์ของเซียนจื่อหยางงดงาม พลิ้วไหว และเย็นยะเยือก ดั่งเกล็ดน้ำแข็งที่พรากวิญญาณในชั่วพริบตา เลือดสีแดงฉานตัดกับสีขาวของหิมะและอาภรณ์ กลายเป็นภาพวาดอันน่าสยดสยองแต่กลับงดงามอย่างประหลาด ทุกกระบวนท่าที่หลี่เฟยหลงใช้ออก ล้วนหลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งการหลุดพ้นและการต่อสู้ฝืนลิขิตฟ้า ขณะที่เขากำลังจะกวัดแกว่งกระบี่ปลิดชีวมือสังหารคนสุดท้าย *ฉึก!* เงาร่างหนึ่งที่ควรจะตายไปแล้ว กลับพุ่งทะยานขึ้นมาจากกองหิมะด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เป้าหมายไม่ใช่หลี่เฟยหลง... แต่เป็นหัวใจของเซียนจื่อหยางที่กำลังหันหลังให้! "ระวัง!" หลี่เฟยหลงแผดเสียงคำรามลั่น พุ่งทะยานเข้าไปขวางทางคมดาบนั้นด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด โดยไม่สนใจว่าคมกระบี่อีกเล่มกำลังจะทะลวงผ่านแผ่นหลังของตนเอง... ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความหนาวเหน็บและคมกระบี่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%