วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 16

สมุนไพรทิพย์เปลี่ยนกระดูก

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“เจ้าจะยังกล้าชักกระบี่เล่มนี้ออกมาอยู่อีกหรือไม่?” ประโยคคำถามที่ไร้ที่มาดั่งคมมีดกรีดผ่านความเงียบงัน เสียงนั้นมิได้ดังก้องเพียงในหู หากแต่สั่นสะเทือนไปถึงเส้นชีพจรที่กำลังแตกซ่านของหลี่เฟยหลง เลือดลมในกายเขาปั่นป่วนราวกับถูกพายุหมุนเข้าโหมกระหน่ำ กระบี่ในมือสั่นสะท้านดั่งรับรู้ถึงความสับสนของเจ้าของ “ข้าไม่สนว่าเงาหัวของผู้ใดจะอยู่เบื้องหลังสำนักกระบี่เมฆาคล้อย” หลี่เฟยหลงเค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้ใบหน้าจะซีดเผือดจากการฝืนพลังปราณที่ตีกลับ แต่แววตาเขากลับคมกล้าดั่งพยัคฆ์ผู้หิวโหย “หากคนผู้นั้นทำให้โลหิตของอาจารย์ต้องหลั่งริน ต่อให้ต้องบุกฝ่าขุมนรกโลกันตร์ ข้าก็จะควักหัวใจมันออกมาเซ่นไหว้หน้าหลุมศพของท่าน” เซียนจื่อหยางที่ยืนเคียงข้างขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยดุจธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายจ้องมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก นางมิได้ห้ามปราม แต่มือเรียวงามกลับกระชับดาบในฝักแน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างของนางจนหิมะรอบข้างเริ่มเกาะตัวเป็นผลึก “เฟยหลง... ลำพังร่างกายที่ไร้กระดูกสันหลังทางวิญญาณเช่นนี้ ต่อให้เจ้ามีเจตจำนงแกร่งกล้าดั่งขุนเขา ก็มิอาจข้ามผ่านประตูแห่งชะตากรรมไปได้” นางกล่าวเสียงเรียบ แต่ทว่าในความเย็นชานั้นกลับแฝงความห่วงหาที่รุนแรง “หากมิได้ ‘โอสถหญ้าหิมะหมื่นปี’ มาสมานเส้นปราณที่แตกร้าว ยอดฝีมือระดับล่างก็เพียงแค่เศษผงในกำมือของคนผู้นั้นเท่านั้น” หลี่เฟยหลงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของความตายที่ลอยคละคลุ้งในหุบเขาแห่งนี้ทำให้เขารู้ดีว่าเวลาของเขามีน้อยเต็มที เขาต้องเลือกระหว่างการล้างแค้นด้วยร่างกายที่พิการ หรือการสละเวลาเพื่อฟื้นฟูพลังที่พังทลาย “นำทางข้าไป... จื่อหยาง” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว ทั้งสองมุ่งหน้าสู่ ‘หุบเขาพันธนาการกระดูก’ สถานที่ซึ่งไร้ซึ่งแสงตะวัน มีเพียงไอน้ำแข็งที่กัดกินเนื้อหนังและพลังปราณของผู้ที่อ่อนแอ การเดินทางผ่านป่าสนที่ยืนต้นตายซากดุจวิญญาณคนบาปเต็มไปด้วยความกดดัน ทุกก้าวที่เหยียบลงบนหิมะ เสียงกรอบแกรบดุจเสียงกระดูกหักดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ทันใดนั้น หลี่เฟยหลงชะงักฝีเท้า มือขวาของเขาที่กำลังกุมด้ามกระบี่หยุดค้างอยู่กลางอากาศ สัญชาตญาณพยัคฆ์เตือนภัยถึงสิ่งผิดปกติเบื้องหน้า “มีคนดักรออยู่” เขาพึมพำ เบื้องหน้าของพวกเขา คือบุรุษร่างยักษ์ในชุดหนังหมี แววตาดุร้ายดุจสัตว์ป่า ในมือถือค้อนเหล็กกล้าที่แผ่รังสีแห่งการสังหารออกมาอย่างรุนแรง พลังปราณรอบกายของมันบิดเบี้ยวจนหิมะรอบข้างระเหยกลายเป็นไอ “คนตระกูลหลี่งั้นรึ?” มันหัวเราะเสียงต่ำจนพื้นดินสะเทือน “ข้าได้รับคำสั่งมาว่า หากพวกเจ้าก้าวข้ามเส้นเขตแดนนี้ ให้ส่งหัวกลับไปเป็นของขวัญแก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง...” “คนตระกูลหลี่มิใช่ชื่อที่คนใกล้ตายควรเรียกขาน” หลี่เฟยหลงแค่นยิ้ม ก้าวออกมาข้างหน้าเผชิญหน้ากับศัตรู แม้ปราณในกายจะยังไม่เสถียร แต่รัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมากลับแหลมคมจนอากาศฉีกขาด เขาพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าสีเงิน ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาที่เหลือเพียงความเร็วอันว่างเปล่า กระบี่เดียวดายในมือวาดวงโค้งดุจจันทร์เสี้ยว พุ่งเข้าหาร่างยักษ์เบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตาย! การปะทะกันของค้อนเหล็กและคมกระบี่ส่งเสียงดังกัมปนาทไปทั่วหุบเขา แรงสั่นสะเทือนทำให้หิมะบนยอดเขาถล่มลงมาเป็นระลอก หลี่เฟยหลงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่วิ่งพล่านในเส้นปราณที่บาดเจ็บ แต่นี่คือหนทางเดียวที่จะฝ่าไปสู่สมุนไพรทิพย์นั้น เซียนจื่อหยางมองดูการต่อสู้ด้วยสายตาที่มุ่งมั่น นางรู้ดีว่าหากครานี้ไม่สำเร็จ ชะตากรรมของพวกเขาจะจบสิ้นลงตรงนี้ ในจังหวะที่หลี่เฟยหลงถูกค้อนเหล็กซัดจนกระเด็นและกระอักเลือดออกมาเป็นสาย เขาก็เห็นบางสิ่ง... ดอกหญ้าสีน้ำเงินเรืองแสงอ่อนๆ ซ่อนอยู่ใต้ซากน้ำแข็งหลังศัตรูตนนั้น มันคือโอสถทิพย์ที่เขาตามหา! เขากัดฟันแน่น รวบรวมปราณทั้งหมดที่มีหลอมรวมเข้ากับเจตจำนงกระบี่ “ฝืนลิขิตฟ้า... ข้าขอใช้กระบี่นี้ ตัดโซ่ตรวนที่ผูกมัดชีวิตข้า!” กระบี่ในมือเปล่งประกายเจิดจ้า ร่างของเขากลายเป็นภาพติดตาพุ่งทะลุร่างยักษ์ไปอย่างรวดเร็วราวกับลมหายใจ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปคว้าโอสถทิพย์นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดที่ลึกเข้าไปในถ้ำ “เจ้าหนู... เจ้าช่างอวดดีนัก แต่เจ้าหาได้รู้ไม่ว่าสิ่งที่เจ้าพยายามจะคว้ามาครองนั้น... แท้จริงแล้วมันคือเครื่องสังเวยที่ ‘ผู้เฝ้าประตู’ รอคอยมานานนับร้อยปี!” สิ้นเสียงนั้น อักขระสีเลือดก็สว่างวาบขึ้นรอบกายของทั้งสอง คนที่ก้าวออกมาจากเงามืดมิใช่ใครอื่น แต่คือชายชราที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับอาจารย์ของหลี่เฟยหลงที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างน่าสะพรึงกลัว! หลี่เฟยหลงชะงักกึก มือที่เอื้อมไปถึงสมุนไพรทิพย์สั่นเทาด้วยความตื่นตะลึง... เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ถูกวางไว้เพื่อล่อลวงเขามาสู่หลุมพรางที่ไม่อาจหลีกหนี! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับพยัคฆ์ขาวคำรามในเส้นทางกระบี่ที่แสนโดดเดี่ยวนี้ครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%