โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนพื้นน้ำแข็งเย็นเยียบ เสียง ‘ติ๋ง’ นั้นก้องกังวานราฆระระฆังสำนักเต๋าในยามวิกาล
หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะปรายตาแลแผลฉีกขาดที่หัวไหล่ขวา ศาสตราวุธในมือของเขายังคงสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งทะลักทลายหินผารอบกายจนแตกละเอียดเป็นผุยผง เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือรอยแยกลึกอันดำมืด ไร้ซึ่งก้นบึ้ง ราวกับปากอสูรที่อ้าคอยกลืนกินวิญญาณของผู้กล้า
“ปราณนี้... ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ในยุทธภพยุคปัจจุบันจะฝึกฝนได้”
เซียนจื่อหยางเอ่ยขึ้น เสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่นัยน์ตาคู่คมกลับทอประกายระยับยับยージดจ้องเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหน้า นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้หลี่เฟยหลงอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายหิมะและดอกเหมยจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด ชวนให้จิตใจที่กำลังฮึกเหิมกลับมาสงบลงอย่างประหลาด
รอยแยกเบื้องหน้าเกิดจากแผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นเมื่อยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ดึงดูดพวกเขามิใช่ความน่ากลัวของธรรมชาติ หากแต่เป็นอักษรโบราณที่สลักไว้บนผนังหินด้านในสุด อักษรแต่ละตัวล้วนบิดเบี้ยวราวกับมังกรทะยานฟ้า เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณอันเกรียงไกรที่ถูกกักขังมานับพันปี
“นี่คือ... ‘คัมภีร์วิถีมังกรย้อนกระแส’ ที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล” หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลิ่นคาวเลือดที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองอักษรเหล่านั้นทีละตัว ความรู้แจ้งบางอย่างสายฟ้าแลบผ่านห้วงสมอง ราวกับสายน้ำที่ไหลย้อนกลับทวนกระแสโลก
ทว่า การจะก้าวเข้าสู่เขตอาคมเบื้องหน้านั้นหาใช่เรื่องง่าย ไอสังหารที่ปกคลุมอยู่หนาแน่นดั่งม่านหมอกแปรสภาพเป็นเงาร่างนับร้อย คอยขัดขวางผู้ที่คิดจะก้าวล่วงความลับแห่งสวรรค์
เซียนจื่อหยางขยับกายเล็กน้อย กระบี่คู่ใจในฝักส่งเสียงคำรามเบาๆ นางกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ระวังตัวด้วย เฟยหลง ภายในถ้ำนั้น... มีบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล”
“ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรก หรือทัณฑ์สวรรค์ ข้าผู้แซ่หลี่ก็ต้องก้าวข้ามไปให้จงได้”
หลี่เฟยหลงประกาศกร้าว แววตาของยอดกระบี่หนุ่มไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปาดคราบโลหิตที่มุมปาก ก่อนจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูหินเข้าสู่เขตอาคมลี้ลับอย่างเด็ดเดี่ยว ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นถ้ำ แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงบนบ่าราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ปราณแท้จริงในร่างปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง แต่อาศัยความมุ่งมั่นและวิถีจิตอันแน่วแน่ เขายังคงฝ่าฟันเดินหน้าต่อไปทีละก้าว
เบื้องลึกสุดของถ้ำ ปรากฏแท่นหินศิลาโบราณตั้งตระหง่าน บนนั้นวางไว้ด้วยกล่องหยกสีชาดที่เปล่งประกายแสงสีทองจางๆ แผ่ไอพลังอันอบอุ่นแต่ทรงอำนาจกดดันจนลมหายใจต้องสะดุด
นี่คือโอกาสในการพลิกชะตากรรม เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความจริงเบื้องหลังการล่มสลายของสำนักตน และเป็นพลังที่จะทำให้เขาเผชิญหน้ากับศัตรูเบื้องหลังได้
หลี่เฟยหลงเอื้อมมือออกไปเบื้องหน้า ปลายนิ้วสัมผัสถูกผิวกล่องหยกเย็นเฉียบ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามต่ำลึกราวกับเสียงของมังกรโบราณก็ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากใต้พื้นพิภพ พร้อมๆ กับที่รอยแตกบนผนังหินด้านนอกเริ่มปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว—และเงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังเซียนจื่อหยาง พร้อมกับปลายกระบี่ที่จ่อตรงไปยังจุดตายของนางอย่างไร้สุ้มเสียง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งโชคชะตานี้ด้วยกันครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะจากใจจริงครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 6
ลมหายใจของมังกร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!