คราบเลือดบนแผ่นป้ายศิลาหน้าประตูเมืองหลวงแห่งมาร ไม่ใช่ร่องรอยของการสู้รบเมื่อวานซืน หากแต่เป็นรอยคราบที่ถูกเจตนาทิ้งไว้เพื่อเย้ยหยันผู้มาเยือน
หลี่เฟยหลงยืนนิ่งสงสงบดั่งขุนเขา ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับรอยแผลลึกบนศิลาด้วยความระมัดระวัง เนื้อศิลาที่ควรจะแข็งแกร่งกลับถูกลมปราณหยินทมิฬกัดเซาะจนเปื่อยยุ่ย นั่นหมายความว่า เจ้าของรอยปราณนี้มีตบะแก่กล้าถึงขั้นหลอมรวมจิตสังหารเข้ากับธรรมชาติรอบตัวได้อย่างแนบเนียน
"ร่องรอยเช่นนี้... มิใช่ฝีมือของคนธรรมดาอย่างแน่นอนครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าสายตายังคงกวาดมองไปเบื้องหน้า ความมืดมิดของมหานครแห่งนี้แผ่ไอเย็นเยียบเยือกเสียยิ่งกว่าหิมะบนยอดเขาเทียนซาน เมืองหลวงแห่งมาร หรือที่ชาวยุทธภพขนานนามว่า 'นครอสูรโลหิต' ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดั่งอสูรกายอ้าปากรอรับเหยื่อผู้โง่เขลา
เซียนจื่อหยางก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง นางปรายตามองคราบเลือดบนศิลาแวบหนึ่ง ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมดั่งกระบี่น้ำแข็งจะฉายแววเยียบเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางตัดกับความมืดมิดของบรรยากาศโดยรอบราวกับดอกบัวขาวที่เติบโตบนกองโคลนตม
"มันไม่ใช่ร่องรอยของการท้าทาย" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "แต่มันคือ 'ประกาศิต'... พวกมันรู้ว่าเจ้ากำลังตามหาอะไร และพวกมันก็กำลังรอคอยให้เราเดินเข้าไปในกรงที่เตรียมไว้"
หลี่เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับคมกلاปดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "กรงขังหรือ? สำหรับข้าแล้ว หากสถานที่แห่งนี้คือขุมนรกจริง ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีก เพื่อค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบไว้เมื่อสิบปีก่อน"
การเดินทางตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาเพื่อแกะรอยศัตรูเข้าสู่ใจกลางดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องฝ่าด่านค่ายกลวิญญาณและเงื้อมมือของมือสังหารโลหิตมานับไม่ถ้วน ทุกรอยเท้าที่หลงเหลือถูกลบเลือนด้วยเจตนาชั่วร้าย เพื่อตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก เหลือไว้เพียงเส้นทางเดียวที่บังคับให้ต้องเดินหน้าอย่างไร้หนทางถอย
ทั้งสองก้าวผ่านซุ้มประตูเมืองที่สร้างจากโครงกระดูกสัตว์อสูรบรรพกาล บรรยากาศภายในเมืองหลวงแห่งมารอบด้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีเสียงผู้คนพูดคุย มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหิวผ่านซอกตึกหินดำที่ตั้งตระหง่านเรียงรายราวกับปันส่วนหลุมศพ โคมไฟสีเลือดที่แขวนอยู่ตามชายคา ริบหรี่ราวกับดวงตาของภูตผีที่กำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาทุกฝีก้าว
"ระวังตัวด้วยครับ" หลี่เฟยหลงเอ่ยเตือนสติพร้อมกับขยับกายเข้าไปบังหน้าเซียนจื่อหยางโดยสัญชาตญาณ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เริ่มหมุนวนอยู่ในจุดตันtianของเขาอย่างเงียบเชเชียบ พร้อมที่จะแปรเปลี่ยนเป็นพายุคมดาบได้ทุกเมื่อหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง... เงาร่างนับร้อยก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดเบื้องบน ราวกับฝูงค้างคาวโลหิตที่บินออกจากถ้ำมืด ปราณทมิฬพวยพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทุกทาง ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี
เซียนจื่อหยางไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางวาดมือออกไปเบื้องหน้า ดัชนีวารีน้ำแข็งพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าแลบ ปะทะเข้ากับคลื่นพลังทมิฬจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้เศษหินและฝุ่นผงกระจายไปทั่วบริเวณ ทว่าพวกมันไม่ได้มีเพียงแค่นี้ คลื่นลูกที่สองและลูกที่สามกำลังถาโถมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
"หึ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาขวางทางพวกเราหรือ!" หลี่เฟยหลงคำรามก้องในลำคอ ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งพยัคฆ์โผนทะยาน กระบี่โบราณในมือถูกชักออกจากฝักช้าๆ ทว่าประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์กลับสว่างวาบเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
วิถีกระบี่เดียวดาย กระบวนท่าที่หนึ่ง - *จันทราไร้เงา*!
ประกายกระบี่สายหนึ่งพาดผ่านความมืดมิดราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ พลังปราณอันยิ่งใหญ่กดทับเหล่ามือสังหารจนกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระเบิดขึ้นท่ามกลางราตรีกาล ร่างของศัตรูหลายสิบคนร่วงหล่นลงมากองแทบเท้าดั่งใบไม้ร่วง
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมา หลี่เฟยหลงกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่บริเวณแผ่นหลัง ความเย็นเยียบที่มิใช่มาจากสภาพอากาศ หากแต่มาจากจิตสังหารที่บริสุทธิ์และแหลมคมยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเผชิญมาตลอดชีวิต
"เฟยหลง... ระวัง!" เสียงอุทานของเซียนจื่อหยางดังขึ้นพร้อมกับการพุ่งตัวเข้ามาขวาง
เงาสวามิภักดิ์สีดำทมิฬปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่สีเลือดเล่มหนึ่งทะลวงผ่านความมืดมิด แทงทะลุผ่านร่างของเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาอย่างแม่นยำ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่เฟยหลงหยุดเต้นไปชั่วขณะ... ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์นั้น แต่เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่งของผู้ที่กำลังกระอักเลือดออกมาจากความมืดมิด
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งโชคชะตานี้ด้วยกันครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะจากใจจริงครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 7
รอยเท้าที่ถูกลบเลือน
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!