โลหิตหนึ่งหยดร่วงหล่นจากปลายกระบี่ กระทบลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในวัดร้าง
ความหนתะเยือกเย็นของหุบเขาอัสดงในยามวิกาล มิอาจเทียบได้กับไอบรรยากาศอันอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างทั้งเจ็ดที่ยืนปิดล้อมคนทั้งสองไว้ พวกมันล้วนแต่งกายด้วยชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต นัยน์ตาสีชาดที่ลอดผ่านช่องหน้ากากจ้องมองมายังหลี่เฟยหลงและเซียนจื่อหยางราวกับมองซากศพเดินได้
“พรรคโลหิตทมิฬ... ส่งสุนัขรับใช้มาเดินแพ่นพ่านไกลถึงแดนเหนือเช่นนี้ ไม่กลัวว่ากระดูกของพวกเจ้าจะฝังกลบอยู่ ณ ที่แห่งนี้หรอzek?”
หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังปราณที่ทำให้เกล็ดหิมะรอบกายแตกกระจาย มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตไว้มั่น ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ไหลเวียนประสานกับชีพจรของตนเอง
ผู้นำกลุ่มมือสังหารแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอ มันก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นยักษ์ “หลี่เฟยหลง... เจ้าเด็กไร้สำนักผู้กำจัดความหวังของพรรคพวกเรา เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ารอดพ้นจากเงื้อมมือท่านประมุขมาได้ แล้วจะยังคงมีลมหายใจยืนยาวบนโลกใบนี้? วันนี้ ศศิธรจะกลายเป็นสักขีพยานแห่งความตายของพวกเจ้า!”
สิ้นคำประกาศิต ประกายคมดาบสีโลหิตเจ็ดสายก็พุ่งทะยานเข้าหาจากทุกสารทิศ ราวกับพญายมที่กวักมือเรียกวิญญาณ
เซียนจื่อหยางไม่แม้แต่จะขยับตัวนางเบี่ยงกายเล็กน้อย ไอเย็นบริสุทธิ์จากเคล็ดวิชา 'เหมันต์นิรันดร์' แผ่พุ่งออกจากร่างจนเกิดเป็นม่านพลังน้ำแข็งโปร่งแสง แต่มันวาววับ นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ “เฟยหลง... ทางซ้ายสาม ทางขวาสี่ ปล่อยให้ข้าจัดการพวกสวะแถวสอง ส่วนตัวหัวหน้านั้น... ขอมอบให้เป็นสิทธิ์ของท่าน”
“ตกลงครับ”
หลี่เฟยหลงตอบรับสั้นๆ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ทอประกายวับวับ ชั่วพริบตานั้น ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นเงาสะท้อนสีดำที่ตัดผ่านเกล็ดหิมะกลางอากาศ
*เปรี้ยง!*
เสียงปะทะของโลหะหนักหน่วงดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟจากการเสียดสีของคมกระบี่และดาบพุ่งกระจายดั่งดอกไม้ไฟยามค่ำคืน หลี่เฟยหลงหมุนตัวกลางอากาศ หลบหลีกคมดาบที่มุ่งหมายปลิดชีพช่วงลำคอได้อย่างเฉียดฉิว วิถีกระบี่เดียวดายของเขาหาใช่กระบวนท่าที่ซับซ้อน ทว่ามันคือความเรียบง่ายที่ทรงพลัง รวดเร็ว แม่นยำ และไร้ซึ่งความปรานี
กระบี่ในมือวาดออกเป็นเส้นโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว พลังปราณกระบี่ทะลวงทะเพดานหิมะสะท้อนขึ้นสู่ท้องฟ้า มือสังหารพรรคมารนายหนึ่งพยายามยกดาบขึ้นรับ ทว่าเมื่อคมกระบี่สัมผัสกับอาวุธของมัน แรงกระแทกอันมหาศาลกลับถ่ายเทผ่านกระดูกแขนจนแตกละเอียด ร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วกระแทกเข้ากับผนังผาหินอย่างแรง กระอักโลหิตสดๆ ออกมาคำโตก่อนจะแน่นิ่งไป
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของเซียนจื่อหยางนางเปรียบดั่งเทพธิดาน้ำแข็งผู้ลงมาทัณฑ์ทัณฑ์สรรค์ ฝ่ามือเรียวบางวาดผ่านอากาศเบาๆ อักขระเหมันต์นับร้อยสายพลันปรากฏขึ้น พันธนาการขาของมือสังหารทั้งสามไว้กับพื้นน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นในพริบตา ก่อนที่ร่างของพวกมันจะถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วลมหายใจเดียว
ความตายคืบคลานเข้าประชิดตัวหัวหน้ามือสังหารอย่างรวดเร็ว มันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่คาดคิดเลยว่าเวลาเพียงไม่กี่เดือน วรยุทธ์ของคนทั้งสองจะรุดหน้าไปไกลถึงเพียงนี้
“พวกเจ้า... เป็นปีศาจหรืออย่างไร!” มันคำรามด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว มันตัดสินใจใช้วิชาต้องห้าม 'ระเบิดโลหิตหลบหนี' ร่างของมันพ-ร่าเลือนกลายเป็นกลุ่มหมอกสีแดงฉาน พุ่งทะยานหนีหายเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาเบื้องล่างด้วยความเร็วสูงสุด
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้ไล่ตามทันที แต่กลับยืนนิ่งสงบ ดึงสติรับรู้ถึงกระแสลมและความเคลื่อนไหวรอบตัวแทน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอสอดประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
เซียนจื่อหยางเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวผสมผสานกับไอเย็นบริสุทธิ์ลอยแตะจมูก นางเงยหน้ามองทิศทางที่ศัตรูหลบหนีด้วยแววตาครุ่นคิด “มันตั้งใจล่อพวกเราไปสู่วางกลลวงขั้นสุดท้าย... ท่านยังจะตามไปหรือไม่?”
หลี่เฟยหลงแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทะนงตนของชายชาตรี เขายกกระบี่ขึ้นเช็ดคราบโลหิตที่เปื้อนคมดาบด้วยชายเสื้อ ก่อนจะหันมามองคู่คิดของตนด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
“ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันต์ หรือกองทัพมารนับหมื่น วิถีกระบี่ของผมก็ไม่มีวันก้มหัวให้ผู้ใด... ไปกันเถอะครับ เราต้องไปทวงคืนความยุติธรรมให้สำนักของเรา”
ทว่า ในวินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าออกไปพร้อมกันเพื่อติดตามร่องรอยของศัตรู ท้องฟ้าที่ควรจะมืดมิดไร้ดาว กลับถูกผ่าด้วยสายฟ้าสีครามขนาดมหึมาที่ฟาดผ่าลงมาตรงหน้าพวกเขาอย่างไร้ที่มา! แรงระเบิดจากการปะทะของอัสนีบาตแผดเผาพื้นหิมะจนกลายเป็นหลุมลึก พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ที่ยืนขวางทางอยู่บนยอดผาสูงชัน พร้อมทั้งเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลี่เฟยหลงเย็นเฉียบถึงกระดูกดำ—
*“หลี่เฟยหลง... เจ้ายังจำกระบี่เล่มที่ปลิดชีพอาจารย์ของตนเองได้หรือไม่?”*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งโชคชะตานี้ด้วยกันครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะจากใจจริงครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 8
คมดาบประจันหน้า
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!