"หากเจ้ายังก้าวเดินด้วยความลังเลเช่นนี้ เกรงว่าโลหิตหยดแรกที่จะต้องหลั่งริน หาใช่ของศัตรู... แต่จะเป็นโลหิตจากหัวใจของเจ้าเอง"
สุ้มเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำแข็งไสของเซียนจื่อหยางดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำศิลาจันทรา นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหยกขาว ร่างอรชรห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับภาพวาด ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก ปราณเย็นเยียบแผ่ซ่านออกรอบกายจนหยาดน้ำหยดจากเพดานถ้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง *แกร็ก*
หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก ประตูปราณทั่วร่างของเขายังคงสั่นสะเทือนจากพิษบาดแผลของการต่อสู้เมื่อวันก่อน กระบี่เหล็กนิลกาฬวางอยู่บนตัก น้ำหนักของมันในยามนี้ดูราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ปมในใจเรื่องการล่มสลายของสำนักกระบี่เมฆาคารวะยังคงกัดกินวิญญาณ ภาพความล่มสลายและศቀลอัฐิของอาจารย์ยังคงวนเวียนในห้วงนึกคิด ทำให้เส้นชีพจรปราณติดขัดอย่างรุนแรง
"ข้าไม่ได้ลังเล..." หลี่เฟยหลงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมปลาบดั่งพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองประกายไฟจากกองไฟกองเล็กตรงหน้า "ข้าเพียงแต่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง 'วิถีแห่งการแก้แค้น' กับ 'วิถีแห่งเตะวะ' ที่ท่านอาจารย์เคยพร่ำสอน หากข้าทะลวงสู่ขอบเขตปราณปฐพีด้วยจิตใจที่เปรอะเปื้อนด้วยความแค้น เกรงว่าข้าจะกลายเป็นเพียงอสูรกายกระหายเลือดหาใช่ยอดฝีมือ"
จื่อหยางปรายตามองเขาแวบหนึ่ง มุมปากเรียวบางยกยดขึ้นเล็กน้อยคล้ายเย้ยหยันคล้ายชื่นชม "คนโง่เขลา มักยกเอาคุณธรรมมาเป็นข้ออ้างให้ความอ่อนแอของตนเอง ยุทธภพนี้ไม่เคยปรานีผู้ใด หลี่เฟยหลง ฟ้าดินไร้ความเมตตา มองสรรพชีวิตดั่งฟางสุนัข หากเจ้าไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เจ้าก็มีค่าเพียงแค่ศพไร้ชื่อบนยอดเขาหิมะนี่เท่านั้น"
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดกรีดลงบนหัวใจ แต่มันกลับเรียกสติของหลี่เฟยหลงให้ตื่นขึ้นจากความฟุ้งซ่าน เขารู้ดีว่านางกล่าวความจริง ความแค้นของสำนักกระบี่เมฆาคารวะไม่สามารถชำระล้างได้ด้วยน้ำตา แต่ต้องใช้คมกระบี่และหยาดโลหิตเท่านั้น
เด็กหนุ่มหลับตาลง ปรับลมหายใจเข้าออกตามวิถีโคจรปราณขั้นสูงของคัมภีร์กระบี่เดียวดาย ในมิติแห่งจิตสำนึกของเขา ห้วงมหรรณพแห่งลมปราณสีครามเริ่มก่อตัวขึ้นจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แรงกดดันมหาศาลเริ่มแผ่ซ่านออกจากร่างของหลี่เฟยหลงจนเศษหินรอบตัวลอยเคว้งคว้างในอากาศ
"ดี..." เซียนจื่อหยางพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลง นางยื่นมือเรียวดุจหยกสลักออกไป วาดนิ้วกลางอากาศเพื่อสร้างค่ายกลคุ้มกันจิตวิญญาณให้เขา ป้องกันไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรกในยามที่เขาต้องเผชิญกับ 'ทัณฑ์ปราณย้อนกลับ'
*เปรี้ยง!*
เสียงอสนีบาตคำรามก้องจากท้องฟ้ายามวิกาล แม้จะอยู่ลึกใต้ภูเขาหิมะ แต่พลังฟ้าดินก็ยังคงรับรู้ถึงการฝืนลิขิตของมนุษย์ผู้หนึ่ง อุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หลี่เฟยหลงรู้สึกราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทงทะลวงผ่านเส้นชีพจรทุกเส้นในร่างกาย ความเจ็บปวดระดับที่ทำให้วิญญาณแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แผ่ซ่านไปทั่วสร่าง ทว่าใบหน้าของเขากลับสงบนิ่งดั่งรูปสลัก
"ฝืนฟ้าหรือ..." หลี่เฟยหลงกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลรินกลบมุมปาก นัยน์ตาที่ลืมขึ้นเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า "หากฟ้าดินกำหนดให้ข้าต้องพ่ายแพ้ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือเล่มนี้ ผ่าฟ้าดินออกเป็นสองซีกเสีย!"
สิ้นเสียงคำราม พลังปราณสีครามเข้มข้นระเบิดออกรอบตัวเขาราวกับคลื่นยักษ์ ซัดเอาค่ายกลหินผาแตกกระจัดกระจาย เซียนจื่อหยางต้องถอยหลังไปสามก้าว แววตาฉายแววตกตะลึงเป็นครั้งแรก นางไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีความเด็ดเดี่ยวและพลังจิตกล้าแกร่งถึงเพียงนี้
ขอบเขตปราณปฐพีขั้นที่สาม... ขั้นที่สี่... และทะลวงผ่านสู่ขั้นที่ห้าในชั่วพริบตาเดียว!
ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟยหลงกำลังจะรวบรวมลมปราณทั้งหมดเข้าสู่จุดตันตียนเพื่อสร้างแก่นแท้กระบี่ บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างกะทันหัน เปลวไฟกองเล็กดับลงสนิทในพริบตา ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งสองต้องหยุดเต้น คือเสียงฝีเท้าแผ่วเบา... แต่หนักหน่วงดั่งค้อนเหล็ก ที่ดังขึ้นตรงปากทางเข้าถ้ำ ทั้งๆ ที่รัศมีร้อยลี้รอบภูเขาหิมะนี้ไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านแสงจันทร์ด้านนอก ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกระดูกอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถือกระบี่ที่อาบชุ่มไปด้วยหยาดโลหิตสีดำส่งกลิ่นคาวคลุ้ง และสิ่งที่ทำให้หลี่เฟยหลงต้องเบิกตากว้างด้วยความเคียดแค้นจนแทบกระอักเลือด คือตราสัญลักษณ์รูป 'ดอกบัวโลหิต' ที่สลักอยู่บนด้ามกระบี่นั้น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับฆาตกรที่กวาดล้างสำนักกระบี่เมฆาคารวะเมื่อสามปีก่อน!
"ไม่นึกเลยว่า... เจ้าหนูสุนัขหลงทางตัวนี้ จะยังหลบซ่อนมาแอบฝึกวิชาอยู่ถึงมุมอับของโลกหล้าเช่นนี้"
เสียงแหบพร่าราวกระดาษทรายเสียdสีดังลอดออกมาจากหลังหน้ากากอสูร พร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรงที่กดทับลงมาจนลมหายใจของหลี่เฟยหลงสะดุด และก่อนที่เขาจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ปลายกระบี่อาบเลือดก็พุ่งตรงมาจ่อที่หว่างคิ้วของเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งโชคชะตานี้ด้วยกันครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะจากใจจริงครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 10
วิชาบำเพ็ญเพียรฝืนฟ้า
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!