คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 7

การเจรจาต่อรองสุดโหด

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ปล่อยฉันก่อนค่ะ ผู้กองจ้าว นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะคะ!" หลินเฟยเฟยเอี้ยวตัวหลบสัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิด พร้อมกับใช้ศอกกระแทกเบาๆ ไปยังซี่โครงของคนด้านหลัง แต่นายทหารหนุ่มกลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แถมยังรวบเอวเธอเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ปลายจมูกโด่งคมสันคลอเคลียอยู่แถวใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์กระซิบชิดริมฝีปาก "เล่นลิ้นอะไรกัน เลือดเนื้อเชื้อไขตามกฎหมาย เมียแต่งตบแต่งเข้าบ้านมาอย่างถูกต้อง ผมมีสิทธิ์จับแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ... อีกอย่าง เมื่อครู่ผมได้ยินที่คุณเจรจากับแม่สามีจอมบงการคนนั้นหมดแล้ว น่าสนใจไม่น้อยเลยนี่นาภรรยา" ดวงตากลมโตไหววับชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบ เย็นชา หลินเฟยเฟยลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นสบู่กรังแดดและเหงื่อจางๆ บนตัวจ้าวเหวินหลงชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจริงอย่างที่เขาว่า แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความเคลิบเคลิ้มคือยาพิษ เธอยังมีศึกหนักที่ห้องโถงใหญ่รออยู่ "ในเมื่อคุณได้ยินแล้ว ก็ควรจะรู้ว่าฉันไม่ได้ล้อเล่น" เฟยเฟยเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามแกะมือปลาหมึกออก "ฉันต้องการแยกบ้าน และคุณ... ในฐานะสามี (ในนาม) ที่เพิ่งลาพักร้อนกลับมา ก็ควรทำหน้าที่ 'พยาน' ที่ดี ไม่ใช่ตัวถ่วง" จ้าวเหวินหลงหรี่ตาลง รอยยิ้มพราวระยับเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยประกายความจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ เขายอมคลายมือออกอย่างน่าiโดยดี แต่ทว่าปลายนิ้วแกร่งยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนจะจูงมือภรรยาเดินกลับเข้าสู่สนามรบกลางห้องโถงตระกูลจ้าวที่กำลังระอุเป็นไฟ บรรยากาศในห้องโถงยามนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก จ้าวชุนเหมยนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ สองมือสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาขุ่นคลั่งจ้องมองหลินเฟยเฟยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รอบข้างมีบรรดาญาติห่างๆ และผู้ใหญ่บ้านที่ถูกเชิญมาเป็นสักขีพยานยืนอออยู่เต็มลานบ้าน "นังสะใภ้ตัวดี แกกล้าดียังไงถึงเอ่ยปากขอแยกบ้าน! ตระกูลจ้าวดำรงวงศ์ตระกูลมาอย่างร่มเย็นเป็นสุข แกแต่งเข้ามาได้ไม่ทันไรก็จะมาล้างผลาญแยกครอบครัวให้เป็นเศษเหล็กอย่างนั้นเรารึ!" จ้าวชุนเหมยตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นชี้หน้าด่ากราดทันทีที่เห็นร่างบางก้าวเข้ามา หลินเฟยเฟยสะบัดชายเสื้อเบาๆ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าเข้าไปยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสายตานับสิบ คู่ควรกับฉายาอดีตเชฟและนักเจรจาฝีมือฉกาจในโลกเก่า "คุณแม่ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ การแยกบ้านไม่ใช่การล้างผลาญ แต่มันคือการ 'ต่อชีวิต' ให้ลูกหลานในครอบครัวต่างหาก" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราطใบมีดอาบน้ำผึ้งถูกส่งออกไป "ลองตรองดูให้ดีนะคะ ตลอดสามปีที่ฉันแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ หยาดเหงื่อแรงงานที่ฉันหามาได้จากแปลงผักและรับจ้างเย็บผ้า เงินทุกเหมาทุกเฟินไม่เคยตกถึงมือฉันสักแดงเดียว ถูกส่งเข้ากองกลางเพื่อส่งเสียให้ ‘น้องสาม’ ไปสอบจอหวนในเมืองหลวงจนหมดสิ้น... แต่ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไรคะ? คือความอดอยากปากแห้งที่พวกเราต้องมานั่งแทะมันเทศต้มเค็มๆ ทุกมื้อ แถมข้าวสารดีๆ สักเมล็ดก็ยังไม่มีตกถึงท้องลูกสาวคนโตของฉันด้วยซ้ำ!" คำพูดทิ่มแทงใจดำนี้ทำให้จ้าวชุนเหมยสะดุ้งโหยง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยเผือดสีลงถนัดตา "เหลวไหล! นั่นมันหน้าที่ของสะใภ้ที่ต้องปรนนิบัติครอบครัวสามี แกกล้าทวงบุญคุณรึ!" "บุญคุณเหรอคะ?" หลินเฟยเฟยหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ถ้าการอดมื้อกินมื้อ ปล่อยให้ฉันต้องทำงานหนักจนแทบกระอักเลือดในขณะที่น้องสามเสวยสุขกินอาหารเหลาในเมืองหลวงคือบุญคุณ งั้นชาตินี้ฉันคงต้องขอรับบาปไม่ขอรับบุญคุณนี้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ" บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูเริ่มซุบซิบกันเสียงเบา สายตาที่มองมาทางจ้าวชุนเหมยเปลี่ยนจากความเห็นใจเป็นความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าจ้าวชุนเหมยมีหรือจะยอมจำนนนางกรีดเสียงแหลมสูงขึ้นทันที "อยากแยกนักใช่ไหม! ได้! ถ้าแกอยากไปนัก ก็ไสหัวออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือย! ทรัพย์สินในบ้านหลังนี้ รวมทั้งเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัว แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่แดงเดียว!" นี่คือสิ่งที่แม่สามีคำนวณไว้ นางคิดว่าหลินเฟยเฟยที่เป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอตัวคนเดียว หากไร้เงินทองและเสบียง จะต้องอดตายหรือคลานกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาอย่างแน่นอน ทว่า... นางคิดผิดถนัด หลินเฟยเฟยไม่แม้แต่จะสะเทือนใจ เธอยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงไอเย็นเยียบจนจ้าวชุนเหมยเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างนั้นหรือคะคุณแม่? เกรงว่าเกณฑ์กฎหมายของรัฐและบัญชีเงินเดือนทหารของสามีฉัน จะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้นหريكกระมังคะ" หลินเฟยเฟยหันไปสบตากับจ้าวเหวินหลงที่ยืนกอดอกนิ่งเงียบมาตลอดทาง ส่งสายตาเชิง 'ถึงตาคุณแล้ว' ไปให้หนึ่งที นายทหารหนุ่มก้าวออกมายืนเคียงข้างภรรยา แผ่นหลังกว้างและส่วนสูงตระหง่านแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามจนทั้งห้องโถงเงียบกริบลงทันที เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นก้องกังวาน "แม่ครับ... ตลอดสี่ปีที่ผมอยู่ในค่ายทหาร เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงทั้งหมดถูกส่งกลับมาที่บ้านหลังนี้ไม่เคยขาดสักเดือน รวมเป็นเงินกว่าหนึ่งพันหยวน ย้ำนะครับว่า 'หนึ่งพันหยวน' ซึ่งมันมากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ในตัวอำเภอได้สบายๆ" จ้าวเหวินหลงกวาดสายตาคมกริบมองมารดาและน้องชายที่ทำตัวลีบเล็ก "ถ้าน้องสามใช้เงินก้อนนั้นไปกับการสอบจอหวนจนหมดเกลี้ยงโดยที่ภรรยาและลูกของผมต้องอดอยาก นั่นหมายความว่า 'ทรัพย์สินส่วนกลาง' ได้ถูกผลาญไปกับคนคนเดียวโดยไม่เป็นธรรม" จ้าวชุนเหมยหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เมื่อเงินเดือนของบุตรชายคนโตถูกนำมาตีแผ่ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ "ดังนั้น..." หลินเฟยเฟยฉวยจังหวะทองนี้สรุปเกมทันที น้ำเสียงเฉียบขาดไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง "เงื่อนไขการแยกบ้านมีดังนี้ค่ะ หนึ่ง-พวกเราขอที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านสามหมู่และบ้านดินเก่าหลังนั้น สอง-เงินสดสามร้อยหยวนเป็นค่าตั้งตัว และสาม-เสบียงอาหารครึ่งหนึ่งของยุ้งฉางในตอนนี้... ถ้าตกลงตามนี้ เราจะถือว่าตัดขาดจากกันด้วยดี ไม่มีการมาเรียกร้องอะไรกันอีก แต่ถ้าไม่..." เธอยกย่องรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องอ้าปากค้าง "ฉันจะไปฟ้องศาลคอมมิวนิตประจำอำเภอ ข้อหายักยอกทรัพย์สินทหารและกดขี่ข่มเหงแรงงานสตรี... มาดูกันซิว่า หน้าตาของตระกูลจ้าวและอนาคตการสอบจอหวนของน้องสาม จะเหลือซากอะไรให้เอาไปอวดใครได้อีก!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ชั่ววินาทีนั้นแม้แต่เสียงลมพัดผ่านก็ยังไม่มีใครกล้าหายใจดัง จ้าวชุนเหมยตัวสั่นเทาด้วยความแค้นสุมอก แต่นางรู้ดีว่าหากเรื่องถึงมือนายอำเภอและกองทัพ อนาคตของบุตรชายคนเล็กพังพินาศแน่! มือเหี่ยวย่นกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางถลึงตาใส่สะใภ้ตัวแสบด้วยความเคียดแค้นสุดซึ้ง ก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างจำใจ "ก็ได้! แยกก็แยก! เอาข้าวของพวกแกไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!" หลินเฟยเฟยแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ แววตาทอประกายความสำเร็จอย่างปิดไม่มิด ในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากนรกขุมนี้ แถมยังได้ทุนตั้งต้นก้อนโตมาครอบครองโดยไม่ต้องลงแรงเหนื่อยยากอะไรมากมาย มิติลับในห้วงสำนึกสั่นระริกราวกับร่วมยินดีไปกับชัยชนะครั้งนี้ ทว่า ในวินาทีที่หลินเฟยเฟยหันหลังเตรียมเดินไปเก็บข้าวของเพื่อย้ายไปยังบ้านดินเก่าหลังใหม่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูรั้วบ้านดังปังๆ ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอและผู้ใหญ่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง ที่ถือกระดาษเอกสารตราครุฑสีแดงสดเดินเข้ามาด้วยใบเคร่งเครียด "ใครคือ 'หลินเฟยเฟย' และ 'จ้าวเหวินหลง'? มีคำสั่งด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงพวกคุณเรื่องสิทธิ์การถือครองที่ดินพิเศษและการตรวจสอบบัญชีลับ... ทางการระบุว่า บ้านดินเก่าที่คุณกำลังจะย้ายไปอยู่นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่ของตระกูลจ้าว แต่เป็น 'ทรัพย์สินต้องห้าม' ที่ถูกทิ้งร้างและมีใครบางคนกำลังจ้องจะฮุบมันมานานหลายสิบปีแล้ว!" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%