เสียงกระแทกของลังไม้บรรจุข้าวของลงบนพื้นดินแห้งแล้งดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณลานแคบๆ หน้ากระท่อมดินเก่าท้ายไร่ตระกูลจ้าว แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองสีเทาฟุ้งกระจายขึ้นมาปะทะกับปลายจมูก แต่นั่นไม่ได้ทำให้หลินเฟยเฟยขยับถอยหนีแม้แต่นصفก้าว
ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองสภาพแวดล้อมตรงหน้าอย่างพิจารณา กระท่อมหลังนี้ทรุดโทรมกว่าที่เธอคาดไว้เล็กน้อย หลังคามุงจากผุพังจนมองเห็นท้องฟ้าสีหม่นผ่านรอยโหว่ ผนังดินเหนียวแห้งกรังจนมีรอยแตกระแหงราวกับแผนที่ภูมิประเทศ ทว่าสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มเยาะหยันแต้มขึ้นที่มุมปากของเธอ ไม่ใช่ความยากลำบากทางกายภาพเหล่านี้ แต่เป็นเอกสารแผ่นบางในมือซ้าย—สำเนาโฉนดที่ระบุสถานะของที่ดินแปลงนี้ชัดเจน ว่ามันคือ "ทรัพย์สินต้องห้าม" นอกเหนือจากอำนาจการจัดการของตระกูลจ้าวโดยสมบูรณ์ และกำลังรอการตรวจสอบจากส่วนกลางตามโทรเลขด่วนที่สุดที่จ้าวเหวินหลงเพิ่งยื่นส่งให้เธอก่อนที่เขาจะถูกเรียกตัวกลับค่ายทหารกะทันหัน
"เฟยเฟย ลูกแน่ใจแล้วหรือว่าจะอยู่ที่นี่จริงๆ? ทางการกับพวกตาเฒ่าในหมู่บ้านอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องเอกสารพวกนั้น..." เสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลของจ้าวเหวินหลงดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเต็มยศยืนตระหง่านบังลมหนาวให้ภรรยา แววตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นต่อผู้คนนับร้อย กลับฉายแววอาลัยอาวรณ์และห่วงหาจนแทบปิดไม่มิด
หลินเฟยเฟยหันกลับไปเผชิญหน้ากับสามี มุมปากยกยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน เธอยื่นมือเรียวไปจัดปกเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าให้เขาอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วทำให้จ้าวเหวินหลงชะงักไปเล็กน้อย
"คุณกลัวว่าฉันจะอดตาย หรือกลัวว่าฉันจะใช้ที่นี่เป็นฐานลับจัดการพวกแม่สามีกับน้องสามีจอมตลบตลาญกันแน่คะ, พี่เหวินหลง?" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความเฉียบคมเอ่ยถามอย่างหยอกเย้า แต่ดวงตากลับจริงจัง
จ้าวเหวินหลงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ฝ่ามือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเรียวที่จัดเสื้อให้เขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วภรรยาคนนี้จะหายวับไปกับตา "ฉันกลัวว่าเธอจะสบายเกินไปจนไม่อยากกลับไปบ้านหลักต่างหาก... แต่เอาเถอะ เอกสารลับฉบับนั้นระบุชัดเจนว่าที่ดินตรงนี้ขึ้นตรงต่อหน่วยงานวิจัยเกษตรกรรมพิเศษของเมืองหลวง ไม่มีใครหน้าไหนในหมู่บ้านกล้ามาขับไล่เธอออกไปหรอก เว้นเสียแต่ว่าพวกมันอยากติดคุกข้อหาขัดขวางนโยบายรัฐ"
คำพูดของเขาทำให้หลินเฟยเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นี่แหละคือข้อดีของการแต่งงานกับนายทหารผู้กุมข่าวกรองระดับสูง เธอไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกรังแกจากสะใภ้ใหญ่หรือแม่สามีจอมบงการอย่างจ้าวชุนเหมยอีกต่อไป การย้ายออกมาอยู่ "เรือนท้ายไร่" ครั้งนี้ จึงไม่ใช่การถูกเนรเทศ แต่เป็นการได้รับ "อิสระครั้งแรก" อย่างแท้จริง!
"วางใจเถอะค่ะ รีบไปจัดการธุระทางค่ายให้เรียบร้อยเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง... อ้อ อีกอย่าง อย่าลืมส่งคนไปสืบเรื่อง 'หลินเฟยเฟย' ตัวจริงตามที่ฉันวานด้วย ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมประวัติของฉันถึงมีรอยโหว่ในช่วงก่อนแต่งงาน" แววตาของหญิงสาววูบไหวด้วยความสงสัยชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท
จ้าวเหวินหลงพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาอีกต่อไป นับตั้งแต่เหตุการณ์ตกน้ำครั้งนั้น เธอกลายเป็นคนละคน—ฉลาดเฉลียว ทันคน และมีความลับมากมายซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ทว่าความรู้สึกรักและหลงใหลในตัวเธอกลับเพิ่มทวีคูณจนฉุดไม่อยู่
เมื่อร่างสูงของสามีลับสายตาไปตามทางเดินแคบๆ ท่ามกลางหมอกจางยามสาย หลินเฟยเฟยก็สูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกพองโตด้วยความอิสระ เธอหันกลับมามองกระท่อมร้างตรงหน้า ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณดิจิทัลใสแจ๋วแวบขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมใสของ "ห้างสรรพสินค้าซูเปอร์สโตร์มิติลับ" ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า สต็อกสินค้าประเภทเมล็ดพันธุ์พืชเร่งโต เครื่องมือเกษตรกรรมยุคใหม่ และวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศนับหมื่นรายการรอให้เธอหยิบใช้
"ในเมื่อได้พื้นที่ส่วนตัวมาแล้ว ก็ถึงเวลาเนรมิตที่นี่ให้กลายเป็นฟาร์มเศรษฐกิจยุค 70 ที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑล!"
หลินเฟยเฟยไม่รอช้า เธอสะบัดมือเรียกเครื่องมือทำความสะอาดและแผ่นไม้กันน้ำคุณภาพสูงออกจากมิติลับ ทันใดนั้น งานรีโนเวทกระท่อมร้างก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความรวดเร็วราวกกับมีเวทมนตร์ ผ่านไปเพียงชั่วก้านธูป ผนังดินที่เคยแตกระแหงก็ถูกฉาบด้วยปูนซีเมนต์เสริมความแข็ง 3 ชั้น หน้าต่างไม้ผุๆ ถูกแทนที่ด้วยกระจกใสกรอบอลูมิเนียมทนทาน และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากแปลงเกษตรหลังบ้านที่เธอเพิ่งโปรยเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีวิเศษลงไป
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น ความหิวโหยก็เริ่มส่งเสียงประท้วง หลินเฟยเฟยไม่อยากเสียเวลาจุดเตาถ่านแบบโบราณให้ยุ่งยาก เธอหยิบเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพกพาและชุดหม้อชาบูสแตนเลสออกจากมิติลับ พร้อมกับเนื้อวัวหั่นสไลด์ลายหินอ่อน น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นสูตรลับ และพริกหมาล่าเผ็ดร้อนสะใจ
ไม่นานนัก กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปเครื่องเทศเข้มข้นและเนื้อวัวตุ๋นยาจีนก็ลอยฟุ้งกระจายข้ามรั้วกั้น ผ่านสายลมยามเย็นพัดพาไปจนถึงเขตบ้านหลักของตระกูลจ้าวที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร!
ที่เรือนหลักเวลานั้น จ้าวชุนเหมยที่กำลังนั่งบ่นกระปอดกระแปดเรื่องที่สะใภ้รองกล้าแยกตัวออกไปอยู่คนเดียว จู่ๆ ก็ต้องชะงักกึก จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมเย้ายวนชนิดที่ต่อให้เอาเนื้อหมูสามชั้นไปต้มซีอิ๊วทั้งหม้อก็เทียบไม่ติด ทำให้คนในบ้านถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าชามข้าวเปล่ากันโดยไม่รู้ตัว
"กลิ่นอะไรวะ... นั่นมันกลิ่นเนื้อนี่นา! นังตัวดีนั่นเอาเนื้อมาจากไหน? มันแอบซ่อนสมบัติไว้ก่อนแต่งงานแน่ๆ!" จ้าวชุนเหมยตบโต๊ะเสียงดังลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและอิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง
ทว่า ในขณะที่คนบ้านจ้าวกำลังวุ่นวายใจเพราะกลิ่นอาหารยั่วยวนจากท้ายไร่ หลินเฟยเฟยกลับกำลังคีบเนื้อสไลด์จุ่มน้ำซุปร้อนๆ เข้าปากอย่างมีความสุข พร้อมกับจิบชาดอกไม้หอมละมุนในบรรยากาศส่วนตัวอันเงียบสงบ
กระทั่งเสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
หลินเฟยเฟยชะงักตะเกียบในมือ เธอยกนาฬิกาดิจิทัลขึ้นดู เวลาตอนนี้ล่วงเลยไปจนดึกดื่นแล้ว ใครกันที่จะมาเคาะประตูบ้านกลางป่าท้ายไร่เช่นนี้?
เมื่อเธอดึงม่านหน้าต่างแง้มดูเล็กน้อย แสงจันทร์สาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายของชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง สวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่บานหน้าต่างราวกับมองทะลุเข้ามาถึงข้างใน พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"สวัสดีครับ คุณสะใภ้รองจ้าว... ผมได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบ 'ทรัพย์สินต้องห้าม' แปลงนี้ ตามคำสั่งลับสุดยอดจากเมืองหลวง... และดูเหมือนว่าคุณกำลังครอบครองหลักฐานชิ้นสำคัญอยู่พอดี"
[ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 8 "อิสระครั้งแรก" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!]
คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 8
อิสระครั้งแรก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!