แฟ้มเอกสารปกหนังเทียมสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในฤดูหนาว
หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เธอยังคงถือตะหลิวสเตนเลสเงาวับไว้ในมือข้างหนึ่ง กลิ่นหอมอวลของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดกับเครื่องเทศจีนตุ๋นกำลังส่งกลิ่นยั่วยวนอบอวลไปทั่วห้องครัว ชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบสีกากีเรียบกริบคนนี้ ไม่เพียงแต่มาถูกจังหวะราวกับจับวาง แต่เขายังจงใจเลือกเวลาที่จ้าวเหวินหลงไม่อยู่บ้านเสียด้วย
“ทรัพย์สินต้องห้ามงั้นหรือคะ เจ้าหน้าที่สหาย... ดิฉันเกรงว่าคุณจะจำคนผิดหรือได้รับรายงานที่คลาดเคลื่อนเสียแล้วกระมัง บ้านหลังนี้มีแต่หม้อไหกะละมังและแปลงผักสวนครัว ถ้าจะมีสิ่งของต้องห้ามจริงๆ ก็คงเป็นหัวไชเท้ามรรคผลที่สามีฉันปลูกไว้หลังบ้านเท่านั้นแหละค่ะ” น้ำเสียงของเฟยเฟยราบเรียบ ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ เธอวางตะหลิวลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างเต็มตัว
ชายในชุดเครื่องแบบหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาวาฬกวาดมองไปรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งขัดแย้งกับความยากจนข้นแค้นของชาวบ้านทั่วไปในยุค 70 นี้อย่างสิ้นเชิง เขายื่นมือไปแตะสันแฟ้มเอกสาร
“คุณสะใภ้รองจ้าว อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเลยครับ คำสั่งลับจากเมืองหลวงไม่ได้ลอยมาตามลม เอกสารชิ้นนี้ระบุชัดเจนว่าตระกูลจ้าวเคยซุกซ่อน ‘สมบัติโบราณ’ และ ‘โฉนดที่ดินรกร้างแปลงใหญ่’ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนนิยมเก่าก่อนยุคปฏิรูป และบังเอิญว่า... เบาะแสล่าสุดมันชี้เป้ามาที่เรือนพักหลังนี้ของคุณ” เขายิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อในกรง
เฟยเฟยแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว โฉนดที่ดินรกร้างและสมบัติโบราณงั้นหรือ? หรือว่ามันคือสิ่งของบางส่วนที่เธอเผลอนำออกมาจาก ‘มิติลับห้างสรรพสินค้า’ เพื่อใช้ปรับปรุงความเป็นอยู่ แล้วบังเอิญไปสะดุดตาตาเฒ่าหูหนาในหมู่บ้านเข้า?
ก่อนที่เธอจะได้ทันสวนกลับด้วยวาทศิลป์อันเผ็ดร้อน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม
“ถอยออกไปจากภรรยาผม”
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังและเย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้น จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาในห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารบดบังแสงยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาจนหมดสิ้น รังสีความกดดันระดับนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขายืนขวางระหว่างภรรยากับเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นทันที ดวงตาคมดุจใบมีดจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เจ้าหน้าที่คนนั้นชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่เจื่อนลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันของจ้าวเหวินหลง “ผู้กองจ้าว... ผมแค่มาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง—”
“หน้าที่ของคุณหมดเขตตรงนี้แล้ว ออกไปจากบ้านผม ก่อนที่ผมจะลืมตัวใช้กฎเหล็กของค่ายทหารกับคนนอกอย่างคุณ” เหวินหลงไม่ได้ตะคอก แต่ทุกคำพูดกดต่ำและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง
เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญถอยร่นออกไปด้วยความหวาดหวั่นและทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาต เฟยเฟยจึงถอนหายใจยาว เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่าสามีที่กลับมาได้จังหวะพอดี มือหนาอุ่นจัดของเขาก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่น ฝ่ามือของเขามีรอยด้านจากการฝึกฝน แต่มันกลับให้ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจ
“คุณไม่เป็นไรใช่ไหมเฟยเฟย? ผมบอกแล้วว่าผมจะจัดการเรื่องพวกนี้เอง” เหวินหลงมองภรรยาด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเย็นชาเมื่อครู่เป็นความอ่อนโยนจนแทบหยดย้อย ความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์นายทหารผู้เคร่งขรึมปรากฏชัดเจนในทุกอณูสายตา
เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่อลายหายไปจนหมดสิ้น “ฉันจะเป็นอะไรไปล่ะคะคุณสามี? แค่แมวขโมยตัวเดียว จะทำอะไรฉันได้... ว่าแต่คุณเถอะ หิวจนหน้ามืดหรือยัง มื้อค่ำวันนี้ฉันตั้งใจทำอาหารชุดใหญ่เพื่อฉลองที่เราจะ ‘เปิดใจใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์’ กันอย่างจริงจังเสียทีนะคะ”
บรรยากาศในห้องครัวพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความอบอุ่นและกลิ่นอายของบ้านหวนกลับมาแทนที่ความตึงเครียด ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะอาหารอย่างรู้ใจ เฟยเฟยหยิบวัตถุดิบชั้นดีที่แอบดึงออกมาจากมิติลับมารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษในค่ำคืนนี้
บนโต๊ะไม้ตัวเก่าถูกวางด้วยหม้อไฟตุ๋นยาจีนส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสีแดงฉ่ำวาวที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละลายในปาก ผัดผักกาดขาวใส่เห็ดหอมสดกรอบหวาน และข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยที่หุงด้วยน้ำแร่จากมิติพิเศษ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายขจรขจายไปทั่วบริเวณ จนทำให้บ้านพักหลังน้อยอบอวลไปด้วยความสุขและความอุดมสมบูรณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในยุค 70 นี้
จ้าวเหวินหลงนั่งลงฝั่งตรงข้าม ภรรยาของเขารินเหล้าหมักผลไม้อ่อนๆ ใส่จอกดินเผาให้เขาหนึ่งจอก ทั้งคู่สบตากันภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องประกายสลัวราง บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เหมาะแก่การเริ่มต้นชีวิตคู่ที่แท้จริงเสียที
“อืม... ฝีมือคุณอร่อยขึ้นทุกวันจริงๆ” เหวินหลงคีบหมูสามชั้นชิ้นโตเข้าปาก ดวงตาคมพึงพอใจอย่างยิ่ง
เฟยเฟยหัวسเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เธอกำลังจะคีบผักเข้าปากบ้าง ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นที่ด้านนอก... ไม่ใช่เสียงเคาะแบบชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา!
เหวินหลงขมวดคิ้วแน่น วางตะเกียบในมือลงทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาอีกครั้ง
เฟยเฟยชะงักค้าง มือที่ถือตะเกียบหยุดกลางอากาศ เมื่อประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ร่างอวบอ้วนของจ้าวชุนเหมย แม่สามีตัวแสบก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงและรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ด้านหลังของนางยังมีเงาตะคุ่มของคนแปลกหน้าที่แต่งกายด้วยชุดสูทสากลเรียบร้อยยืนกอดอกมองเข้ามาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“เหวินหลง! เฟยเฟย! พวกแกสองคนกินอยู่กันอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองที่ซ่อนไว้สินะ!” แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก “วันนี้แหละ ฉันจะพา ‘ท่านประธานเฉิน’ มาดูให้เห็นกับตา ว่าสะใภ้รองอกตัญญูคนนี้แอบซ่อนสมบัติลับอะไรไว้บ้าง!”
หลินเฟยเฟยหรี่ตามองผู้มาใหม่ทั้งสองคน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีดโกน... ดูท่าว่าค่ำคืนอันแสนสงบใต้แสงจันทร์นี้ จะต้องมีคนได้ลิ้มรสชาติความเจ็บปวดจากการหาเรื่องผิดคนเสียแล้วกระมัง
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ)*
คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 9
มื้อค่ำใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!