“ถ้าพวกคุณคิดจะมาข่มขู่ถึงที่นี่ ก็ต้องดูด้วยว่ามีปัญญาจ่ายค่าคุ้มครองให้ความพยายามของตัวเองหรือเปล่า”
หลินเฟยเฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง แววตาของเธอหรี่ลงจ้องมองชายฉกรรจ์สองคนตรงหน้าที่ยืนขวางประตูบ้านไม้ซอมซ่อ กลิ่นอายคุกรุ่นในตอนแรกเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความเยือกเย็นที่ทำเอาผู้มาเยือนถึงกับชะงักฝีเท้า
หนึ่งในสองคนนั้นหัวเราะหึในลำคอ สายตาหยาบโลนกวาดมองรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของหญิงสาว “แม่ไก่หน้าหยกคนนี้วาจาดีนี่! พวกเราไม่ได้มาทวงค่าคุ้มครองหรอกนะ แค่ได้ข่าวว่าหลังบ้านนี้มี ‘ของดี’ แอบทำขาย เลยจะมาขอแบ่งไปชิมสักนิดหน่อย... เผื่อวันหลังจะได้ไม่ต้องให้พวกเรามาเดินเฝ้าให้เสียเวลา”
เฟยเฟยไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอเพียงหยิบผ้าเช็ดมือขึ้นมาเช็ดคราบเหงื่อบางๆ บนมือนิ่งๆ “ของดีมีราคาค่ะ และคนที่จะได้กินก็ต้องมีเงินจ่าย ไม่ใช่พวกปล้นชิงกลางวันแสกๆ แบบนี้”
“หนอย! ยัยผู้หญิงนี่ ปากดีนักนะ!” ชายร่างยักษ์เงื้อมมือหวังจะคว้าแขนเธอ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ของจ้าวเหวินหลงก็พุ่งเข้ามายืนบังหน้าภรรยาเอาไว้ราวกับภูผา มือหนาคว้าข้อมือของชายคนนั้นบิดจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาที่เย็นยะเยียบเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
“ถอยไป” เหวินหลงกล่าวคำเดียวสั้นๆ แต่แฝงด้วยอำนาจสังหารที่ฝึกฝนมาจากสนามรบ ทั้งสองคนหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดออกไปทันทีโดยไม่ลืมทิ้งท้ายคำอาฆาตไว้ว่า ‘จะได้เห็นดีกัน’
เมื่อลับหลังพวกนักเลง เฟยเฟยจึงถอนหายใจยาว “คนพวกนี้คงได้ยินกลิ่นเครื่องเทศที่ฉันเคี่ยวไว้แน่ๆ เลยค่ะคุณ”
“ช่างหัวมันเถอะ” เหวินหลงหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่อ่อนลงทันที มือใหญ่จัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา “เตรียมของเสร็จแล้วใช่ไหม? คืนนี้ผมจะไปส่งคุณที่ตลาดมืดเอง”
...
บรรยากาศในตลาดมืดภายใต้เงามืดของกำแพงเมืองเก่าช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่บ้านอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นของโคลนและกลิ่นคาวของสินค้าผิดกฎหมายอบอวลอยู่ทั่วไป ทว่าหลินเฟยเฟยกลับก้าวเดินด้วยความมั่นใจ ภายในตะกร้าสานไม้ไผ่ที่สะพายอยู่บนหลัง คือ ‘เนื้อตุ๋นสูตรลับ’ ที่เธอแอบนำออกมาจากมิติห้างสรรพสินค้า
เมื่อเธอเปิดฝาหม้อดินเผาออก กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศพะโล้ชั้นดีที่ถูกเคี่ยวจนละลายเข้าเนื้อ ผสมกับความหวานของซีอิ๊วดำและน้ำตาลกรวด กระจายตัวออกไปราวกับเวทมนตร์ พ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดชะงัก จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่ไม่เคยได้สัมผัสในยุคที่ความอดอยากเป็นเรื่องปกติ
“เนื้อนั่น... เนื้ออะไรน่ะ? กลิ่นมันหอมขนาดนี้เชียวหรือ?” ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกันหนาวเก่าๆ เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที
“เนื้อตุ๋นสูตรพิเศษค่ะ รับรองว่าเนื้อนุ่มละลายในปาก เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานหกชั่วโมง” เฟยเฟยแย้มยิ้มหยิบถ้วยกระดาษที่เตรียมมาขึ้นมาตักเนื้อชิ้นโตราดน้ำขลุกขลิกส่งให้ “ราคาถ้วยละห้าเหมา ไม่รับแลกเปลี่ยนเป็นของอย่างอื่นนะคะ”
“ห้าเหมา? แพงไปหรือเปล่า!” ใครบางคนตะโกนขึ้น แต่ทันทีที่ชายวัยกลางคนลิ้มรสคำแรก ใบหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นความอิ่มเอมอย่างที่สุด “อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! เนื้อนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว!”
เพียงแค่ประโยคเดียว ฝูงชนก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบเฟยเฟยราวกับมดตอมน้ำตาล มือแล้วมือเล่าแย่งกันยื่นเงินเหมาและคูปองอาหารออกมา ความวุ่นวายเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อทุกคนกลัวว่าจะไม่ได้ลิ้มลอง ‘สวรรค์ในถ้วยกระดาษ’ นี้
“อย่าเบียดค่ะ! ได้ทุกคน! ใครจ่ายก่อนได้ก่อน!” เฟยเฟยตักเนื้ออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกจังหวะการทำงานของเธอเต็มไปด้วยความคล่องแคล่วราวกับเชฟระดับภัตตาคารในอดีต เธอไม่ได้แค่ขายของ แต่เธอกำลังขาย ‘ความสุข’ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด
ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที เนื้อตุ๋นล็อตแรกจำนวนยี่สิบกิโลกรัมที่เตรียมมาก็หมดเกลี้ยง หม้อดินเผาว่างเปล่าเหลือเพียงคราบน้ำซุปที่ยังคงส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย คนที่มาไม่ทันต่างยืนหน้าเศร้าด้วยความเสียดาย
เหวินหลงยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง เขาเฝ้ามองภรรยาที่กำลังเก็บเงินจำนวนมหาศาลลงในกระเป๋าด้วยสายตาชื่นชม หัวใจของเขาเต้นแรง... ไม่ใช่แค่เพราะความเก่งกาจของเธอ แต่เพราะเขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างห่างไกลจาก ‘ภรรยาที่อ่อนแอ’ คนเดิมที่เขาเคยรู้จักเหลือเกิน
ทว่า ท่ามกลางความสำเร็จที่หอมหวาน สายตาของเฟยเฟยที่กวาดมองไปรอบตลาดกลับไปสะดุดเข้ากับร่างหนึ่งที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืด ร่างนั้นสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ทว่าแววตาที่จ้องมองมายังเธอนั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด
และเมื่อร่างนั้นขยับตัวก้าวออกมา แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันทำให้เธอเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน... มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘จ้าวชุนเหมย’ แม่สามีที่ควรจะอยู่ที่บ้าน!
“แก... แกขายของเถื่อนนี่เอง นังลูกสะใภ้อกตัญญู!” เสียงแหลมเล็กของแม่สามีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของตลาดมืดที่เริ่มสลายตัว “รู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูคณะกรรมการตรวจการ แกกับลูกชายฉันต้องติดคุกหัวโตทั้งคู่!”
เฟยเฟยหยุดชะงัก มือที่กำลังเก็บของค่อยๆ วางลงช้าๆ เธอหันกลับไปสบตาผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบจนคนฟังใจสั่น...
“ถ้าจะให้เราติดคุก แม่ก็เตรียมตัวไปนอนในคุกก่อนพวกเราเถอะค่ะ เพราะหลักฐานที่แม่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่... มากพอที่จะทำให้คนที่ขู่กรรโชกทรัพย์อย่างแม่ หายไปจากหมู่บ้านนี้ตลอดกาล”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหลินเฟยเฟยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 10
ตลาดมืดคือขุมทรัพย์
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!