“ถ้าแกยังกล้าเอาเงินไปซื้อแป้งขาวดีๆ แบบนั้นมาทำซาลาเปาขายอีกละก็ ฉันจะประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแกมันสะใภ้ผลาญสมบัติ!”
เสียงแหลมสูงของจ้าวชุนเหมยดังทะลุผนังไม้เก่าๆ เข้ามา ในขณะที่หลินเฟยเฟยกำลังใช้ตะเกียบไม้คลึงแป้งที่นวดจนได้ที่ กลิ่นยีสต์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหอมของเนื้อหมูสับที่เธอแอบเอามาจากมิติลับอบอวลไปทั่วครัว เฟยเฟยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่เป็นแม่สามีเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“แม่คะ การค้าขายมันต้องใช้ทุนค่ะ ถ้ามัวแต่ทำซาลาเปาแป้งหยาบๆ เหมือนเมื่อก่อน ใครเขาจะอยากจ่ายเงินซื้อ? แล้วอีกอย่าง... เงินที่หนูใช้นั่นน่ะ เงินจากหยาดเหงื่อของหนูเอง ไม่ใช่เงินที่ขอแม่กินสักหยวนเดียว”
จ้าวชุนเหมยแทบจะล้มทั้งยืน มือที่ถือไม้กวาดสั่นเทาด้วยความโกรธจัด “แก! นังสะใภ้ตัวดี แกกล้าเถียงฉันเรอะ!”
เฟยเฟยหยุดมือที่กำลังปั้นซาลาเปา เธอวางจีบแป้งอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ก่อนจะหันมาสบตาแม่สามีด้วยแววตาที่คมกริบ “หนูไม่ได้เถียงค่ะหนูแค่พูดความจริง ถ้าแม่ไม่พอใจที่เห็นหนูรวยขึ้น... แม่ก็แค่ปิดตาเดินผ่านไปก็พอค่ะ เพราะต่อจากนี้หนูจะรวยกว่านี้อีกหลายเท่า”
บรรยากาศในห้องครัวเงียบสนิทลงทันที จ้าวชุนเหมยอ้าปากค้าง เหมือนถูกตบหน้าด้วยความมั่นใจของลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและยอมคนมาโดยตลอด เฟยเฟยไม่ได้สนใจปฏิกิริยานั้น เธอหันกลับไปสนใจ ‘ซาลาเปาไส้หมูสามชั้นเห็ดหอม’ ที่เธอกำลังบรรจงวางเรียงลงในลังถึงไม้ไผ่ กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติลับค่อยๆ กระจายตัวออกไปนอกหน้าต่าง กลิ่นหอมที่ทรงพลังจนใครได้กลิ่นเป็นต้องหยุดเดิน
ในตลาดมืดช่วงสายวันนั้น เฟยเฟยสวมผ้าคลุมศีรษะมิดชิด เธอตั้งแผงไม้เล็กๆ ไว้ในมุมอับสายตา แต่ซาลาเปาของเธอกลับกลายเป็นแม่เหล็กชั้นดี เพียงแค่เปิดฝาลังถึงออก กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ดึงดูดลูกค้าขาประจำและขาจรให้มามุงกันจนแน่นขนัด
“ขายยังไงแม่ค้า? หอมขนาดนี้เอามาสิบลูก!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งควักเงินออกมาด้วยความเร่งรีบ
“ลูกละสามเหมาค่ะ แต่ต้องจำกัดคนละไม่เกินห้าลูกนะคะ เพราะวันนี้หนูเตรียมมาแค่นี้จริงๆ” เฟยเฟยตอบพลางยิ้มหวาน มือหยิบซาลาเปาอวบอ้วนใส่ถุงกระดาษให้อย่างคล่องแคล่ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซาลาเปาร้อนๆ สองร้อยลูกก็ขายหมดเกลี้ยง เงินเหมาจำนวนมากถูกเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ เฟยเฟยแอบหย่อนเงินส่วนเกินเข้าไปในมิติลับเพื่อความปลอดภัย เธอรับรู้ได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเธอจากมุมตึกตลอดเวลา มันไม่ใช่สายตาชื่นชม แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและเล่ห์เหลี่ยม
เมื่อเธอเดินกลับมาถึงหน้าบ้านพัก นายทหารหนุ่มจ้าวเหวินหลงกำลังยืนรออยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น เขายืนตัวตรงสง่างามในชุดเครื่องแบบ แต่ทันทีที่เห็นภรรยาเดินมา ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งก็เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน เขารีบเดินเข้าไปรับตะกร้าในมือเธอทันที
“เหนื่อยไหม? วันนี้คนในหมู่บ้านเริ่มซุบซิบกันเรื่องที่เธอไปตลาดมืดบ่อยๆ แล้วนะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความห่วงใย
เฟยเฟยขยับเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอทำให้เขาชะงัก “ให้เขาซุบซิบไปเถอะค่ะ ยิ่งเขาอิจฉา แสดงว่าเรายิ่งมาถูกทาง”
“แต่แม่...”
“แม่ทำอะไรหนูไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณยังอยู่ข้างหนูแบบนี้” เธอพึมพำตอบ ก่อนจะหยิบเอาผลไม้จากมิติลับออกมาลูกหนึ่งส่งให้เขา “กินสิคะ ของดีที่หาไม่ได้ในหมู่บ้านนี้หรอกนะ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกันด้วยความอบอุ่นที่หน้าบ้าน จู่ๆ ประตูรั้วไม้ก็ถูกผลักออกอย่างแรง จ้าวชุนเหมยไม่ได้มาคนเดียว แต่เธอพาหัวหน้ากลุ่มคนในหมู่บ้านและสตรีวัยกลางคนอีกสามสี่คนมาด้วย ท่าทางของพวกเขาดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“จ้าวเหวินหลง! แกดูเมียแกสิ! มันทำตัวเป็นพ่อค้าเถื่อน เอาของหายากมาขายร่ำรวยอยู่คนเดียว ขณะที่พวกเราต้องอดมื้อกินมื้อ นี่มันเป็นการละเมิดนโยบายส่วนรวมชัดๆ!” จ้าวชุนเหมยตะโกนกร้าวพร้อมชี้นิ้วมาที่เฟยเฟย
เฟยเฟยไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆ เก็บลูกแอปเปิลสีแดงสดที่อยู่ในมือเหวินหลงใส่กระเป๋ากางเกงเขา แล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ยืนล้อมอยู่หน้าบ้าน สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่แม่สามี แต่มองไปที่ ‘สมุดบัญชี’ ที่หัวหน้ากลุ่มถืออยู่ในมือ
“นโยบายส่วนรวมงั้นหรือคะ?” เฟยเฟยแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาหัวหน้ากลุ่มอย่างองอาจ “ถ้าอย่างนั้น ช่วยตรวจสอบให้ชัดนะคะ ว่าเงินบริจาคของหมู่บ้านที่หายไปเมื่อเดือนก่อน... ไปอยู่ที่ไหน”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอาทุกคนนิ่งอึ้ง หัวหน้ากลุ่มหน้าถอดสี ส่วนจ้าวชุนเหมยถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความแค้นที่แผนการพังไม่เป็นท่า
“แก... แกคิดว่าขู่ฉันได้งั้นรึ!” หัวหน้ากลุ่มคำรามเสียงสั่น
เฟยเฟยยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ มันคือบันทึกรายจ่ายที่เธอแอบจดไว้ทุกครั้งที่เห็นความผิดปกติในหมู่บ้าน
“ถ้าอยากจะพังพินาศกันไปข้าง ก็เข้ามาเลยค่ะ แต่ขอบอกไว้อย่าง... วันนี้ฉันทำไก่ตุ๋นเหล้าจีนหม้อใหญ่ไว้ที่บ้าน กลิ่นหอมขนาดนี้... มีใครอยากจะลองชิมก่อนที่จะเริ่มสงครามกันดีไหมคะ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหลินเฟยเฟยในตอนที่เข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 11
สินค้าขายดีจนคนอิจฉา
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!