คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 17

สามีขี้หึงหรือขี้เปย์

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"สะใภ้รองหลิน ฝีมือการค้าขายของเธอนี่ช่างน่าทึ่งเสียจริง ขนมพายหมูแดงนี่ทั้งหอมทั้งแป้งกรอบนอกนุ่มใน ข้าเดินผ่านมาได้กลิ่นจากปากตรอกโน่นเชียวนะ ว่าแต่... เย็นนี้ว่างไปเดินดูแปลงผักหลังสหกรณ์กับพี่สักหน่อยไหมลืมตาอ้าปากได้เพราะค้าขายแบบนี้เหนื่อยแย่ มีผู้ชายอกสามศอกคอยช่วยดูแลย่อมดีกว่ากระมัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าชู้ของ "สหายกัว" ลูกชายผู้ใหญ่บ้านฝ่ายผลิตที่มักทำตัวเป็นแมลงวันหัวเขียววนเวียนอยู่แถวแผงค้าของหลินเฟยเฟยดังขึ้น พร้อมกับสายตาแพรวพราวที่กวาดมองตั้งแต่เรือนร่างระหงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนไปจนถึงเอวคอดกิ่ว หลินเฟยเฟยตักแป้งผสมงาคั่วลงในกระทงกระดาษสีน้ำตาลอย่างใจเย็น มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบาแต่แววตากลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่พยายามยื่นหน้าเข้ามาใกล้เสียด้วยซ้ำ ทว่ากลิ่นอายอันตรายรอบตัวกลับเข้มข้นขึ้นจนคนรอบข้างเริ่มถอยร่น "สหายกัว ถ้าพูดถึงเรื่องแปลงผัก เกรงว่าฉันคงไม่มีเวลาว่างไปเดินเล่นกับใครหรอกค่ะ เพราะสามีของฉัน... เขาค่อนข้างหวงแปลงผักของตัวเองมาก อีกอย่าง ขนมพายชุดนี้หมดเกลี้ยงแล้ว ถ้าคุณอยากกินจริงๆ คงต้องรอรอบหน้า วันพรุ่งนี้เช้าโน่นเลยค่ะ" หลินเฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก สหายกัวหัวเราะร่อด้วยความลำพองใจ "สามีเธอน่ะหรือ? เป็นแค่ทหารยศน้อยๆ ประจำการอยู่ค่ายทหารชายแดนโน่น นานๆ จะกลับบ้านสักที จะเอาเวลาไหนมาหวงเธอเล่า สหายเฟยเฟย ผู้หญิงตัวคนเดียวทำมาค้าขายเหนื่อยยาก มีคนคอยช่วยถือของคอยคุ้มครองไม่ดีกว่าหรือ..." ยังไม่ทันที่สหายกัวจะพูดจบประโยค มือหนาแข็งกระด้างราวกับคีมเหล็กก็เอื้อมมาจากด้านหลัง คว้าเข้าที่ปกเสื้อด้านหลังของเขาเต็มแรงจนร่างโปร่งลอยหวือด้วยพละกำลังอันมหาศาล ก่อนจะเหวี่ยงกระแทกเข้ากับเสาไม้ข้างแผงค้าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "โอ๊ย! ใครวะ! ตาบอดหรือไง..." สหายกัวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด หันกลับมาเตรียมจะด่าทอด้วยความโมโห แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุจพญาอินทรีที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและรังสีอำมหิตของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ลมหายใจสะดุดกักค้างในลำคอทันที จ้าวเหวินหลงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบกวาดมองสหายกัวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาราวกับกำลังมองซากศพ ไหล่กว้างและแผ่นอกหนาแผ่ไอความกดดันกดทับจนบรรยากาศรอบบริเวณนั้นเงียบกริบลงทันตาเห็น แม้แต่แม่ค้าแผงข้างๆ ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "แก... แกเป็นใครวะ!" สหายกัวละล่ำละลักถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว จ้าวเหวินหลงไม่แม้แต่จะชายตาแลคู่สนทนา เขาค่อยๆ ปัดฝุ่นบนลาดไหล่ของตัวเองช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "สามีของเธอ... ที่เธอบอกว่าไปประจำการอยู่ชายแดน และไม่มีเวลามาหวงเมียยังไงล่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลินเฟยเฟยลอบถอนหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นกอดอกมองสามีหนุ่มที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากรถบรรทุกทหารแล้วตรงดิ่งมายังตลาดมืดแห่งนี้พอดี รอยยิ้มขบขันฉายชัดขึ้นในแววตาคู่สวย ผู้ชายคนนี้... ปากบอกว่ายุ่งกับภารกิจกองทัพ แต่ดูท่าทางประสาทสัมผัสเรื่องภรรยาจะไวเสียยิ่งกว่าเรดาร์ทหารเสียอีก สหายกัวหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้จ้าวเหวินหลงยืนจ้องมองตามหลังด้วยสายตาคาดโทษ บรรยากาศรอบแผงค้ายิ่งเงียบสงบลงไปอีก หลินเฟยเฟยหยิบผ้ากันเปื้อนสีสะอาดมาเช็ดมือเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าตอนคุมกองร้อยฝึกทหารใหม่เสียอีก "มองอะไรคะ? ของในร้านขายหมดแล้ว ฉันกำลังจะเก็บของพอดี" หลินเฟยเฟยเอ่ยยิ้มๆ ตั้งใจจะแกล้งหยอกเย้าคนขี้หึงสักหน่อย จ้าวเหวินหลงไม่ตอบคำถาม เขาเดินเข้าไปประชิดตัวภรรยาโดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้านที่เริ่มหันมามอง มือหนาคว้าข้อมือเรียวบางไว้หลวมๆ ก่อนจะดึงเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นฝุ่นควันจากการเดินทางไกลลอยเข้าจมูก "เมื่อกี้มันพูดอะไรกับเธอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำคาดคั้นเอ่ยกระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้น颈จนหลินเฟยเฟยรู้สึกจักจี้เล็กน้อย "ก็ไม่มีอะไรนี่คะ แค่ชวนไปดูแปลงผัก... อุ๊บ!" ยังไม่ทันที่หลินเฟยเฟยจะพูดจบ จ้าวเหวินหลงก็โน้มใบหน้าลงมาฉวย ริมฝีปากหยักกดทับลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น แม้จะเป็นเพียงการสัมผัสเพียงชั่วเสี้ยววินาทีท่ามกลางสายตาผู้คน แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เลือดในกายของหลินเฟยเฟยสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที "แปลงผักของเธอ... มีแค่ฉันคนเดียวที่มีสิทธิ์ดูแล" จ้าวเหวินหลงกระซิบเสียงพร่า แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหวงแหนและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "จำไว้" หลินเฟยเฟยใจเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอค้อนขวับใส่สามีตัวโตไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "คุณนี่นะ! กลางตลาดแท้ๆ ไม่อายชาวบ้านเขาหรือไงคะ!" "อายทำไม เมียตัวเอง" จ้าวเหวินหลงตอบหน้าตาย ก่อนจะก้มลงช่วยเก็บตะกร้าไม้และกล่องใส่อาหารขึ้นมาถือไว้เองทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว "กลับบ้านกัน วันนี้ฉันเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เธอด้วย รับรองว่าเธอต้องชอบแน่ๆ" หลินเฟยเฟยเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "ของขวัญอะไรคะ?" จ้าวเหวินหลงไม่ยอมตอบ เขายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะจูงมือภรรยาเดินลึกเข้าไปในตรอกลับเพื่อมุ่งหน้ากลับเรือนพัก ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินผ่านซอกตึกอับทึบใกล้กับสหกรณ์ประจำตำบล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็พุ่งตรงเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน เงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสีเทาเก่าๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ฉาบอยู่บนใบหน้ายับย่น "สหายจ้าว... และคุณหนูหลิน ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับ" จ้าวเหวินหลงหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาอีกครั้งเมื่อพบว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้คือใคร แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%