คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 18

ความขัดแย้งที่รอคอย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อต้มพะโล้สูตรลับจากมิติลับที่อบอวลไปด้วยเครื่องเทศจีนโบราณอย่างโป๊ยกั๊กและอบเชย ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงบ้านตระกูลจ้าว ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “หลินเฟยเฟย! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงกล้าทำตัวเย่อหยิ่งใส่ข้า! คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!” เสียงแหลมสูงของจ้าวชุนเหมย แม่สามีตัวแสบตวาดก้องจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่เล็กหรี่มองด้วยความริษยาและเกลียดชังที่สั่งสมมานาน วันนี้... นางตั้งใจจะหักกระดูกสันหลังของสะใภ้ผู้ไม่เคยอยู่ในโอวาทผู้นี้ให้แหลกคามือต่อหน้าเครือญาติที่ถูกเชิญมาเป็นสักขีพยาน หลินเฟยเฟยแย้มยิ้มบางๆ บนเรียวปากสีชาด ริมฝีปากคู่นั้นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังอย่างยิ่ง นางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในมือเรียวยังคงถือตะหลิวสแตนเลสเงาวับจากห้างสรรพสินค้าในมิติ สะท้อนแสงไฟตะเกียงวับแวม “คุณแม่คะ... ท่านบอกให้ฉันคุกเข่า ในฐานะอะไรหรือคะ? ในฐานะลูกสะใภ้ที่หาเงินเข้าบ้านจนพวกเรามีกินมีใช้ หรือในฐานะคนที่พวกท่านจ้องจะเอาเปรียบมาตลอดหลายปีนี้กันแน่?” น้ำเสียงของเฟยเฟยราบเรียบแต่นุ่มนวล ทว่าบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังขึ้นเป็นระลอก ทุกคนต่างรู้ดีว่าตระกูลจ้าวเอาเปรียบหลินเฟยเฟยมาโดยตลอด แต่น้อยคนนักที่จะกล้าต่อปากต่อคำกับแม่สามีจอมเผด็จการเช่นนี้ จ้าวชุนเหมยหน้าดำคร่ำเครอ นางไม่เคยถูกลูกสะใภ้ย้อนถามด้วยเหตุผลที่คมคายเช่นนี้มาก่อน “สามหาว! เจ้ากล้าเถียงข้าอย่างนั้นรึ! จ้าวเหวินหลง! ดูเอาเถอะว่าเมียรักของเจ้ามันจองหองขนาดไหน! ถ้าวันนี้มันไม่คุกเข่าขอขมาข้า สามีภรรยาอย่างพวกเจ้าก็ไสหัวออกไปจากตระกูลจ้าวซะ!” คำขู่เรื่องการขับไล่ออกจากบ้านถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อีกครั้ง หวังจะใช้กดดันให้เฟยเฟยยอมจำนนเหมือนในอดีต ทว่าหลินเฟยเฟยในวันนี้ไม่ใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีทีละน้อย กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำให้จ้าวชุนเหมยถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “ขับไล่หรือคะ?” เฟยเฟยหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ “บ้านหลังนี้ที่ท่านอยู่ เงินซ่อมแซมหลังคามาจากเงินเดือนที่เหวินหลงส่งกลับมา และค่าอาหารบนโต๊ะทุกมื้อในยามนี้ ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงในการค้าขายของฉัน หากจะพูดถึงการไสหัวออกไป เกรงว่าคนที่จะต้องเดินออกไปมือเปล่า... คงไม่ใช่พวกเรากระมังคะ?” “นัง... นังเด็กปากดี!” จ้าวชุนเหมยกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ นางหันไปคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวที่มุมห้องเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะฟาดลงมากลางหลังของลูกสะใภ้ตัวดีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ “ถ้าท่านกล้าตีภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจในฐานะลูกชายก็แล้วกัน” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังมารดาของตนเองโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อนายทหารหนุ่มผู้สร้างชื่อเสียงจากแนวหน้าปรากฏตัวขึ้นในวินาทีวิกฤตนี้ จ้าวชุนเหมยชะงักมือที่ถือไม้กวาดค้างเติ่ง นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าลูกชายคนโปรดจะกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด และที่สำคัญ... เขากลับมายืนอยู่ข้างภรรยาที่นางเกลียดชังอย่างออกนอกหน้า “เหวินหลง! เจ้า... เจ้ากล้าพูดจากับแม่แบบนี้เพื่อผู้หญิงคนนี้งั้นเรอะ!” แม่สามีโวยวายเสียงหลง จ้าวเหวินหลงเดินตรงดิ่งเข้าไปโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิด ร่างสูงแผ่ไออุ่นปกป้องเฟยเฟยไว้อย่างมิดชิด เขากวาดสายตามองหน้ามารดาและเครือญาติที่มามิงดูด้วยแววตานิ่งสนิท แต่เฉียบคมบาดลึก “แม่ครับ... ผมเตือนแม่หลายครั้งแล้วว่าอย่าล้ำเส้นภรรยาผม” เหวินหลงเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัว “เรื่องการคุกเข่าอะไรนั่น... เลิกคิดไปได้เลย เพราะถ้าจะมีใครต้องคุกเข่าขอโทษวันนี้ คนๆ นั้นควรจะเป็นคนที่เที่ยวใส่ร้ายและรังแกภรรยาผมต่างหาก!” สิ้นคำพูดของจ้าวเหวินหลง ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันช็อกขีดสุด จ้าวชุนเหมยถึงกับลมแทบจับ หายใจติดขัดจนต้องเซไปพิงผนังบ้านด้วยความตื่นตระหนก ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านตระกูลจ้าว “เหวินหลง! เฟยเฟย! แย่แล้ว! สินค้าล็อตใหม่ที่พวกเธอฝากขายในตลาดมืด ถูกเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบุกเข้าตรวจค้นและยึดไว้หมดแล้ว!” หลินเฟยเฟยชะงักกึก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในขณะที่จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณทหารบอกเขาทันทีว่า... นี่ไม่ใช่การตรวจค้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%