คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 19

จุดแตกหักของตระกูล

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงกระแทกถ้วยชาเซรามิกเนื้อหยาบลงบนโต๊ะไม้สนดัง “เพล้ง!” ตามด้วยเศษกระเบื้องที่แตกกระจายบาดลึกเข้าไปในบรรยากาศอึมครึมของห้องโถงใหญ่ตระกูลจ้าว น้ำชาร้อนกรุ่นไหลนองเปรอะเปื้อนพื้นดินอัดแน่น สกัดกั้นทุกคำพูดของคนในบ้านให้กลืนหายลงไปในลำคอ “หลินเฟยเฟย! เจ้ามีความกล้ามากนะ ถึงกล้าปีนเกลียวผู้ใหญ่ในบ้านคอกนี้!” เสียงแหลมสูงของจ้าวชุนเหมย แม่สามีผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้านหลังนี้แผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางชี้หน้าสะใภ้รองผู้ยืนหลังตรงอย่างไร้ความเกรงกลัว สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองหลินเฟยเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล หลินเฟยเฟยไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีซีดจางไม่ได้ลดทอนรัศมีสง่างามที่ติดตัวนางมาจากชาติก่อนแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่ผ่านการนวดแป้งและจับตะหลิวมานับไม่ถ้วนยกขึ้นจัดชายเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น “ผู้ใหญ่หรือคะ? คนที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น เพื่อเอาเงินไปปรนเปรอพี่ใหญ่ผู้สอบจอหงส์ไม่ติดซ้ำซาก แบบนี้เรียกว่าผู้ใหญ่ หรือเรียกว่า ‘ปลิง’ เกาะตระกูลกินกันแน่คะคุณแม่” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน บรรยากาศภายในห้องโถงลดฮวบลงจนแทบติดลบ พี่สะใภ้ใหญ่ที่แอบยืนหลบมุมอยู่หลังประตูถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนจ้าวชุนเหมยอ้าปากค้างจนแทบหายใจไม่ทัน นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสะใภ้รองผู้เคยหัวอ่อน ก้มหน้าทำงานหนักโดยไม่ปริปากบ่นคนนี้ จะกล้าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำด้วยวาจาร้ายกาจปานนี้ “นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาว่าลูกชายฉัน! เขาคือความหวังของตระกูลจ้าว!” จ้าวชุนเหมยกรีดร้องพุ่งตัวหมายจะเข้ามาตบสั่งสอน ทว่า ยังไม่ทันที่ร่างท้วมนั้นจะก้าวถึงตัว หลินเฟยเฟยก็ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างว่องไว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้เสียก่อน จ้าวเหวินหลงยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็ก ใบหน้าคมคายไร้ระลอกคลื่นความรู้สึก ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เขามองมารดาตนเองด้วยแววตาที่ทำให้จ้าวชุนเหมยต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ “เหวินหลง! แกจะเข้าข้างนังเมียร่านนี่งั้นหรือ? มันอยากจะหย่ากับแก! มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตระกูลจ้าวของเรา!” แม่สามีเปลี่ยนเป้าหมายมาโวยวายใส่บุตรชายคนรองผู้เป็นเสาหลักส่งเงินเดือนเข้าบ้านทันที หลินเฟยเฟยเหลือบมองสามีในนามแวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อเห็นร่องรอยความเจ็บปวดและหวาดกลัวที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของนายทหารหนุ่ม เขาหันมามองนางด้วยแววตาวิงวอน มือหนาเอื้อมมาหมายจะคว้าข้อมือนางไว้ แต่หลินเฟยเฟยกลับเบี่ยงกายหลบอย่างเด็ดเดี่ยว ความอบอุ่นจากมิติลับในห้างสรรพสินค้าที่นางเก็บซ่อนไว้ ทั้งแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์ เนื้อหมูสามชั้นติดมันฉ่ำๆ และขวดน้ำมันพืชชั้นดี คือหลักประกันว่านางไม่ง้อชีวิตบัดซบในบ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้ว “ไม่ต้องมาแตะต้องฉันค่ะ เหวินหลง” หลินเฟยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนน่าตกใจ “พวกเราตกลงกันแล้วนี่คะ หรือคุณจะตระบัตย์สัตย์เรื่องใบหย่าที่ฉันวางไว้บนโต๊ะเมื่อคืน?” จ้าวเหวินหลงหน้าซีดเผือด เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ไม่... เฟยเฟย ผมไม่หย่า ผมบอกแล้วว่าผมไม่หย่าเด็ดขาด!” เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความสั่นเครือเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวกระสุนปืนในสนามรบ กลับกำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่จะสูญเสียภรรยาคนนี้ไปตลอดกาล “แต่ฉันต้องการหย่าค่ะ!” หลินเฟยเฟยประกาศกร้าว สายตากวาดมองสมาชิกตระกูลจ้าวทุกคนที่ยืนหน้าตาตื่น “วันนี้... ต่อหน้าธารกำนัลและพยานทุกคน ฉัน หลินเฟยเฟย ขอประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลจ้าวอย่างถาวร!” สิ้นคำประกาศราสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ห้องโถงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัดชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ จ้าวชุนเหมยเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า นางกรีดร้องออกมาด้วยความสติหลุด “แกตัดขาดไม่ได้! นำเงินที่แกซ่อนไว้คายออกมาให้หมด! แกเป็นคนตระกูลจ้าว ตายก็ต้องเป็นผีตระกูลจ้าว!” “ผีตระกูลจ้าวอะไรกันคะ ในเมื่อพวกคุณไม่เคยเห็นฉันเป็นคนตั้งแต่แรก” หลินเฟยเฟยหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันฉายชัดบนใบหน้าสวย “ทรัพย์สินทุกหยอดที่ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน หรือแม้แต่เงินที่เหวินหลงส่งมาแล้วพวกคุณแอบอมไว้... ฉันไม่สนใจจะทวงคืนหถือฟ้องร้องให้เสียเวลาหรอกค่ะ ถือว่าทำทานให้ขอทานก็แล้วกัน” “นัง... นังสารเลว!” “ส่วนเรื่องการตัดขาด...” หลินเฟยเฟยหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่นางเขียนเตรียมไว้ล่วงหน้าจากอกเสื้อ ชูขึ้นให้ทุกคนเห็นลายมือพู่กันที่หนักแน่นเด็ดเดี่ยว “นี่คือหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ไม่มีความผูกพันทางกฎหมาย นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครจะตายหรือจะจนตรอกอย่างไร... ก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ” นางปาแผ่นกระดาษลงแทบเท้าจ้าวชุนเหมยอย่างไม่ไยดี กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งทอดกรอบที่นางแอบทำซ่อนไว้ในมิติลับลอยอบอวลขึ้นมาแตะจมูก ตัดกับบรรยากาศเน่าเฟะของตระกูลจ้าวอย่างสิ้นเชิง หลินเฟยเฟยสูดหายใจเข้าลึก, ร่างระหงหมุนตัวกลับเตรียมก้าวเท้าเดินออกจากประตูบ้านหลังนี้ ทว่าจ้าวเหวินหลงกลับพุ่งเข้ามาขวางทางไว้อีกครั้ง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ “เฟยเฟย... ถ้าเธอจะตัดขาดจากตระกูลจ้าว งั้นก็ตัดผมออกจากตระกูลนี้ด้วยสิครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงสั่นพร่า คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าภรรยา ท่ามกลางความตกตะลึงของมารดาและคนในบ้าน “ผมขอติดตามคุณไป... ให้ผมเป็นคนรับใช้คุณ เถอะนะเฟยเฟย อย่าทิ้งผมไว้ที่นี่เลย” สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน หลินเฟยเฟยชะงักฝีเท้า นางก้มลงมองสามีหนุ่มผู้ยอมทิ้งแม้กระทั่งศักดิ์ศรีลูกผู้ชายและวงศ์ตระกูลเพื่อเหนี่ยวรั้งนางไว้ หัวใจที่ด้านชาจากการถูกเอารัดเอาเปรียบมานานเริ่มมีรอยร้าวเกิดขึ้น ทว่า ก่อนที่หลินเฟยเฟยจะทันได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธสิ่งใด เสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโโห่ร้องเอะอะโวยวายจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “เปิดประตู! ทางการมาตรวจค้น! มีคนแจ้งว่าบ้านหลังนี้ซ่อนสินค้าหนีภาษีและค้าของเถื่อนจากตลาดมืด!” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวชุนเหมยทันที นางหัวเราะลั่นออกมาอย่างสะใจ “ฮ่าๆๆๆ นังเฟยเฟย แกคิดว่าจะหนีพ้นรึไง! ของเถื่อนพวกนั้นอยู่ในห้องหับที่แกชอบเก็บตัวไม่ใช่รึ!” หลินเฟยเฟยหรี่ตาลงคมกริบ กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหง นางหันกลับไปมองประตูบ้านที่กำลังถูกพังเข้ามา... และพบเงาร่างของใครบางคนที่นางคุ้นเคยดีกำลังก้าวตามเจ้าหน้าที่เข้ามาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%