“ถ้าตระกูลจ้าวยังเห็นว่าฉัน หลินเฟยเฟย เป็นมนุษย์เดินดินที่มีเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีไม่ใช่ควายเผือกไถนาแลกเศษข้าวสาร วันนี้เราต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่องค่ะ!”
เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นลงบนโต๊ะไม้ไผ่ดัง *เพล้ง* จนน้ำซุปผักป่ากระเด็นเปื้อนขอบโต๊ะ เรียกสายตาตื่นตะลึงจากทุกคนในห้องโถงบ้านตระกูลจ้าวให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว จ้าวชุนเหมยผู้เป็นแม่สามีอ้าปากค้าง ตะหลิวเหล็กในมือเกือบหลุดร่วง ขณะที่จ้าวอี้กั๋ง ผู้เป็นพ่อสามีที่มักนั่งสูบไปป์เงียบๆ ถึงกับขมวดคิ้วย่นจนรอยย่นบนหน้าผากแทบรวมกันเป็นปม
หลินเฟยเฟยยืนหลังตรงแน่ว ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวเยือกเย็น ต่างจากสะใภ้รองคนเดิมที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและถูกโขกสับมาตลอดสามปีเต็ม ในมือเรียวบางของเธอกำแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ สั่นเทาแต่มั่นคง—ใบหย่า
“นัง... นังสะใภ้รอง! แกกล้าดียังไงมาโวยวายเสียงดังในบ้านฉัน! อยากกินไม้เรียวหรือไง ถึงได้กล้าหาญชาญชัยลุกขึ้นมาปฏิวัติฟ้าดินแบบนี้!” จ้าวชุนเหมยกรีดเสียงแหลมสูง พลางตบโต๊ะฉาดใหญ่จนถ้วยน้ำชาสั่นระริก ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามหน้าต่อหน้าลูกหลาน
“ปฏิวัติฟ้าดินอะไรกันคะ แม่พูดเกินไปหน่อยแล้วค่ะ สามปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าว หยาดเหงื่อทุกหยด แรงกายทุกส่วน หรือแม้แต่ตั๋วอาหารและเงินเดือนทหารที่พี่ใหญ่เหวินหลงส่งกลับมา... มันไปอยู่ที่ไหนหมดคะ? ทำไมลูกสาวสุดที่รักของแม่อย่างชุนหัวถึงได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ทุกปี ส่วนลูกชายฝาแฝดของฉัน ต้องใส่เสื้อผ้าเก่าปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าผ้าเดิมแบบนี้!”
เฟยเฟยยื่นมือไปกระชากแขนเสื้อของลูกชายฝาแกร่งที่ยืนซุกตัวอยู่ข้างหลัง ให้ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับสายตาของผู้เป็นปู่และย่า เนื้อผ้าหยาบกระด้างสีตุ่นๆ ขาดวิ่นจนเห็นหัวไหล่เล็กๆ ทำให้จ้าวอี้กั๋งชะงักไปเล็กน้อย ชายชรากะพริบตาปริบๆ เหลือบมองภรรยาตัวเองอย่างจับผิด
“แก... แกอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีนะ! ข้าวของในบ้านนี้ฉันเป็นคนดูแล ก็ต้องจัดสรรตามความเหมาะสมสิฟะ ลูกสาวฉันต้องแต่งงานออกเรือน หน้าตาทางสังคมมันก็ต้องมี แกมันเป็นแค่คนนอกที่ถูกซื้อมาด้วยสินสอดกระจิดรอด ยังมีหน้ามาทวงสิทธิ์อะไรอีก!” จ้าวชุนเหมยแหวลั่น พยายามกลบเกลื่อนด้วยการพ่นวาจาเผ็ดร้อน
“คนนอกงั้นเหรอคะ?” เฟยเฟยหัวเราะในลำคอ แววตาสมเพชเวทนาฉายชัดเจนจนคนมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ “ถ้าฉันเป็นคนนอกจริง ทำไมตอนที่พี่ใหญ่เหวินหลงบาดเจ็บปางตายที่ชายแดน ส่งเงินก้อนสุดท้ายมาให้รักษาตัว แม่ถึงบอกว่าเอาไปใช้หนี้ค่าเมล็ดพันธุ์พืชหมดแล้วล่ะคะ? แต่ลับหลัง... ฉันกลับเห็นแม่แอบเอาเงินนั้นไปซื้อสร้อยเงินให้ลูกสาวคนโปรดใส่ไปเดินลอยหน้าลอยตาในตัวอำเภอ!”
คำพูดนี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำนิ่ง ความจริงที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความเงียบงันถูกกระชากออกมากลางแสงแดด ทำให้จ้าวชุนเหมยหน้าซีดเผือด รีบหันไปมองสามีด้วยความร้อนรน
“คุณคะ! อย่าไปฟังนังนี่พูดนะมันเพ้อเจ้อ! มันบ้าไปแล้วค่ะ!”
“ฉันไม่ได้บ้าค่ะพ่อ!” เฟยเฟยหันไปสบตากับจ้าวอี้กั๋งตรงๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่เต็มไปด้วยพลังกดดันที่น่ากลัว “พ่อเป็นถึงอดีตหัวหน้ากองกำลังหมู่บ้าน เป็นคนรักความยุติธรรมมาตลอดชีวิต พ่อจะยอมให้บ้านหลังนี้กลายเป็นขุมนรกที่สูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น เพื่อหล่อเลี้ยงความโลภของคนๆ เดียวจริงๆ เหรอคะ?”
จ้าวอี้กั๋งนิ่งเงียบ สีหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความครุ่นคิด มือหยาบกร้านลูบก้านไปป์ในมือไปมา ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่กระดาษแผ่นในมือของสะใภ้รอง
“เฟยเฟย... ลูกแน่ใจแล้วเหรอเรื่อง... การหย่า?” จ้าวอี้กั๋งเอ่ยถามเสียงแหบพร่า “เหวินหลงมันส่งจดหมายมาบอกว่าอีกสัปดาห์เดียวมันก็จะปลดประจำการกลับบ้านแล้ว ถ้ารู้เรื่องนี้เข้า... แกก็รู้ว่าลูกชายฉันเป็นคนยังไง”
“ต่อให้เขาเป็นพญายมราชกลับมา ก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอกค่ะพ่อ!” เฟยเฟยกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยความลังเลใจแม้แต่น้อย “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็แค่สามีในนามที่นานๆ กลับมาที และต่อให้กลับมา เขาก็ไม่เคยปกป้องฉันจากแม่ได้เลยสักครั้ง ชีวิตของฉันและลูก... ฉันขอลิขิตเองค่ะ!”
พูดจบ เธอก็กระแทกใบหย่าลงบนโต๊ะอีกครั้ง พร้อมกับประกาศคำขาดที่ทำให้ทุกคนในบ้านแทบสำลักอากาศ
“วันนี้! ฉันขอประกาศแยกบ้านเด็ดขาด ข้าวสารสักเม็ด ผักสักหัว หรือห้องครัวหลังเล็กท้ายสวน ต้องถูกแบ่งแยกสิทธิ์ให้ชัดเจน และเรื่องหย่า... ฉันเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ให้พี่ใหญ่เหวินหลงกลับมาลงนามเท่านั้น!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้นไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของจ้าวชุนเหมยดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดนอกชาน จ้าวอี้กั๋งถอนหายใจยาวเหยียด กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตัดสิน ทว่า...
*ปัง!*
ประตูไม้หน้าบ้านถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้ม กลิ่นอายเลือดและควันปืนลอยคละคลุ้ง พร้อมกับใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองตรงมาที่โต๊ะอาหาร และหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหย่าในมือของหลินเฟยเฟย
จ้าวเหวินหลงก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวราសพญามัจจุราชที่คืบคลานเข้าสู่ลานประหาร บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ เขากวาดสายตาดุดันมองแม่ตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองภรรยาตัวน้อยที่กล้าหาญประกาศกร้าวจะหย่ากับเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“เธอ... ว่าใครจะหย่ากับใครนะ, เฟยเฟย?”
****************************************
ขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสัมผัสความสะใจและความฟินไปด้วยกันนะคะ!
คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 4
ประกาศขอหย่า
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!