เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 15

อ้อมกอดที่มั่นดั่งหินผา

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“เจ้าจงเลือกระหว่างความตายที่ไร้เกียรติในคุกใต้ดินแห่งนี้ หรือการศิโรราบต่ออำนาจที่เหนือกว่าเจ้าเสีย ไป๋จินเฉิง” เสียงแหบพร่าของขันทีเฒ่าผู้กุมอำนาจเงาในวังหลวงดังก้องสะท้อนไปตามผนังศิลาชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ไป๋จินเฉิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวงามของนางแม้จะอ่อนล้าจากการถูกทรมาน แต่ทว่าประกายแห่งปัญญาหาได้หม่นแสงลงไม่ นางแย้มยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดลงบนพื้นหินเบื้องหน้า “อำนาจที่ต้องแลกมาด้วยการคุกเข่าต่อคนเช่นท่าน... ข้าเกรงว่าแม้แต่สุนัขในจวนของท่านอ๋องก็ยังไม่คิดจะเฉียดกรายไปใกล้หรอกครับท่านขันที” คำพูดจิกกัดของนางทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายตรงหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาเงื้อแส้เหล็กขึ้นเตรียมจะฟาดลงมา ทว่าในจังหวะที่สายลมเย็นเยียบวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในคุกมืด แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาที่ถล่มทลายก็เข้ากดทับพื้นที่โดยรอบจนคนทั้งห้องแทบหยุดหายใจ ประตูเหล็กกล้าที่ปิดตายถูกเตะกระเด็นออกด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะปะทะกันดั่งฟ้าผ่าท่ามกลางความเงียบงัน บุรุษในชุดเกราะสีนิลสนิททอดร่างยาวสง่างามท่ามกลางแสงคบเพลิงที่วูบไหว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของอ๋องเซียวจิ่งเหยียนกราดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางที่ถูกตรึงไว้กับกางเขนไม้ “ใครบังอาจแตะต้องสตรีของเปิ่นหวาง... จงก้าวออกมา” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจนั้นไม่ได้ตะโกน หากแต่ก้องกังวานด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกจนเหล่าองครักษ์ลับของขันทีเฒ่าต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว อ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามา ราวกับมัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ทุกย่างก้าวที่เขาวางเท้าลง พื้นศิลาดูราวกับจะร้าวรานตามแรงกดดันนั้น “ท่านอ๋อง! นี่มันเขตพระราชฐานชั้นใน ท่านบุกรุกเข้ามาเช่นนี้หมายจะก่อกบฏหรือ!” ขันทีเฒ่าตะโกนเสียงหลง มือสั่นเทาพยายามคว้าดาบออกมาป้องกันตัว เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้สนใจคำขู่ เขาเดินตรงไปที่ไป๋จินเฉิงโดยไม่หันไปมองคนผู้นั้นแม้แต่น้อย เขาใช้มือหนาหยาบกร้านดึงโซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือนางออกด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ ไป๋จินเฉิงที่หมดแรงโอนอ่อนลงสู่อ้อมกอดที่กว้างใหญ่และมั่นคงราวกับหินผา กลิ่นอายของไม้กฤษณาและโลหะสงครามจากกายแกร่งทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด “ข้าบอกแล้วว่าอย่าดื้อรั้น... รู้หรือไม่ว่าเปิ่นหวางเกือบจะเผาพระราชวังแห่งนี้ทิ้งเพียงเพราะเจ้าหายไปเพียงครึ่งชั่วยาม” กระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปิดบังไม่มิด “ท่านอ๋อง... ท่านมาสายไปนิดเดียว แต่ก็ยังดีที่มาทัน” ไป๋จินเฉิงเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของเขา เซียวจิ่งเหยียนกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เขาตวัดดาบยาวข้างกายขึ้นชี้ไปยังเหล่าผู้คุมที่ยังคงยืนตะลึงงัน “ถอยไปเสีย ถ้าไม่อยากให้หัวของพวกเจ้าประดับอยู่บนยอดเสาหน้าประตูวัง” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าขยับ ท่านอ๋องจึงอุ้มนางขึ้นแนบอกและก้าวเดินออกไป ทว่าก่อนที่จะพ้นประตูคุก เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ไร้แสง เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาค่อยๆ ก้าวออกมา “สมแล้วที่เป็นท่านอ๋องผู้เกรียงไกร ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจนัก... แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า ในขณะที่ท่านบุกมาช่วยสตรีของท่าน พระราชโองการลับที่ถูกลงนามโดยฮ่องเต้ได้ถูกส่งถึงมือแม่ทัพใหญ่ชายแดนเหนือแล้ว” เซียวจิ่งเหยียนหยุดชะงัก ร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสั่นไหวเพียงชั่ววูบ เขาหันกลับมามองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ขันทีเฒ่ายิ้มเหยียด “โองการนั้นสั่งให้กองทัพทั้งหมดของท่านสลายตัว และตัวท่านต้องถูกขังในคุกหลวงภายในยามสามของคืนนี้... ท่านเลือกได้ท่านอ๋อง จะรักษาหญิงนางนี้ไว้ หรือจะรักษาบัลลังก์และชีวิตของเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาของท่าน?” ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมอีกครั้ง เซียวจิ่งเหยียนก้มมองไป๋จินเฉิงในอ้อมแขน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองขันทีเฒ่าด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก “บัลลังก์ที่เปื้อนเลือดผู้อื่นข้าไม่เคยต้องการ และถ้าการรักษาชีวิตทหารของข้าต้องแลกด้วยการปล่อยให้ใครมาพรากสิ่งที่ข้ารักไป... เปิ่นหวางจะแสดงให้เห็นว่า กองทัพที่แท้จริงนั้นไม่ได้สั่งการด้วยกระดาษแผ่นเดียวที่เรียกว่าโองการหรอก” เขาสะบัดชายเสื้อเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและไอสังหารที่ยังคงค้างอยู่ ทว่าเมื่อก้าวพ้นประตูวังออกมา สายลับคนสนิทของเขาก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ท่านอ๋อง! แย่แล้วครับ... กองทัพที่ชายแดนไม่ได้ขัดขืนโองการ แต่พวกเขากำลังถูกล้อมด้วยทหารขององค์รัชทายาท และที่สำคัญกว่านั้น... สตรีที่อยู่ในอ้อมแขนท่าน มิใช่คนเดิมที่ท่านรู้จัก” เซียวจิ่งเหยียนชะงักกึก ร่างในอ้อมแขนของเขานิ่งสนิท ก่อนที่ใบหน้าที่เขาเฝ้าทะนุถนอมจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าของหญิงสาวอีกนางที่เขาไม่รู้จัก พร้อมกับมีดสั้นอาบยาพิษที่แทงทะลุเกราะอ่อนเข้าสู่สีข้างของเขาอย่างจัง! ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งเล่ห์กลและหัวใจที่มั่นคงดั่งหินผานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%