"ฝ่าบาททรงมีพระราชประสงค์ให้รื้อถอนหอคอยบรรณารักษ์... แต่กระผมเกรงว่า ต่อให้ใช้กำลังพลทั้งสามกองทัพ ก็ยังไม่อาจขยับศิลาจารึกแม้แต่แผ่นเดียวได้พ่ะย่ะค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำของรองแม่ทัพหลินก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงแปดเหลี่ยม กลิ่นอายของไอน้ำจากกระถางทองเหลืองผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศลอยอวลในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักลวดลายพยัคฆ์คำรณ อ๋องเซียวจิ่งเหยียนประทับนิ่งดุจรูปสลักหินอ่อน พระเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองม้วนสฎีกาในพระหัตถ์ด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยความหวั่นไหว แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกกำแพงเมืองหลวงในยามนี้ จะกำลังถูกคุกคามด้วยกองกำลังนอกราชสำนักที่ยกมาประชิดก็ตาม
ไป๋จินเฉิง ยอดกุนซือหญิงในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆา ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษร นางมิได้เอ่ยคำใดออกมาทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินความมั่นใจของขุนนางฝ่ายชำระบัญชีที่นั่งตัวสั่นอยู่มุมห้อง นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวของนางเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วกระทบเนื้อไม้ ราวกับเสียงกลองศึกที่คอยเร่งเร้าจังหวะหัวใจของฝ่ายตรงข้ามให้เต้นระรัว
"ขุนนางหลิว..." จินเฉิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและทรงอำนาจจนทุกคนต้องสะดุ้ง "ท่านบอกว่า ราชสำนักจำเป็นต้องตัดงบประมาณบำรุงกองทัพพยัคฆ์ เพื่อนำไปใช้ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติในเดือนหน้า... ช่างเป็นความคิดที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีเสียจริง"
ขุนนางหลิวผู้มีใบซีดเผือดรีบก้มหน้าจนคางชิดอก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ "ท่านกุนซือ... กระผมเพียงแต่... ปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรมคลัง..."
"กฎระเบียบหรือ?" ไป๋จินเฉิงแย้มยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มิได้ส่งไปถึงดวงตา นางก้าวเดินช้าๆ เข้าหาขุนนางเฒ่า อาภรณ์เนื้อดีพลิ้วไหวตามจังหวะการย่างก้าว "ในยามที่ชายแดนลุกเป็นไฟ ทหารกล้าต้องหลั่งเลือดแลกแผ่นดิน ข้าวสารในคลังหลวงถูกกัดกินโดยพวกหนูในสภา ท่านกลับบอกว่าพิธีรื่นเริงสำคัญกว่าชีวิตของราษฎรและทหารหาญกระนั้นหรือ?"
เซียวจิ่งเหยียนปรายพระเนตรมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดอย่างองอาจเบื้องหน้าขุนนางผู้ใหญ่ พระองค์มิได้เอตรัสห้ามปราม ยินยอมให้สตรีในดวงใจได้แสดงสติปัญญาอันเฉียบคมและเด็ดขาดในการจัดการบ้านเมือง เคมีระหว่างแม่ทัพผู้ไร้ใจกับยอดกุนซือผู้ใช้ปัญญา ช่างกลมกลืนและทรงพลังราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่บรรจงขีดเขียนขึ้นด้วยความประณีต ท่ามกลางพายุการเมืองที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้เป็นจุล
"กองทัพพยัคฆ์มิได้ขอร้องให้ท่านเห็นใจ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของท่านอ๋องดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบที่น่าอึดอัด พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดเกราะประดับหยกดำแผ่รังสีแห่งผู้กุมอำนาจสูงสุดออกมาอย่างไร้การปิดบัง "พวกเรามีหน้าที่ปกป้องบัลลังก์ และกำจัดเสี้ยนหนามที่บังอาจคิดรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมาย หากผู้ใดขัดขวางการส่งเสบียง... กฎอัยการศึกย่อมไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ขุนนางขั้นหนึ่ง"
สิ้นพระSura ศาลากลางพลันตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ขุนนางหลิวทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ อำนาจที่แท้จริงหาใช่ราชโองการที่เขียนด้วยหมึกบนกระดาษ หากแต่เป็นคมดาบในฝักของอ๋องเซียวจิ่งเหยียนและมันสมองอันไร้พ่ายของไป๋จินเฉิงต่างหาก ที่เป็นผู้ชี้ชะตาแผ่นดินในยามนี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็แหวกม่านไหมเข้ามาคั่นกลาง เขาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ด้วยท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ในมือถือหีบไม้สนหอมสลักลายมังกรห้าเล็บ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากแดนไกลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏขึ้นในเวลานี้
"ทูลท่านอ๋อง... ท่านกุนซือ..." องครักษ์เงารายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "มีสาส์นด่วนส่งตรงจากแดนเหนือ... พระชายาองค์ก่อนที่ทรงหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน... ทรงส่งตราประทับหยกประจำราชวงศ์กลับมา พร้อมกับกองกำลังทหารม้าเหล็กสามหมื่นนายที่กำลังเคลื่อนพลข้ามแม่น้ำหลินจิงพ่ะย่ะค่ะ!"
รอยยิ้มเยือกเย็นบนพระพักตร์ของอ๋องเซียวจิ่งเหยียนชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ขณะที่ไป๋จินเฉิงหันขวับกลับมามองกล่องไม้สลักนั้นทันที หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจบางอย่างที่คาดไม่ถึง
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งเล่ห์กลและหัวใจที่มั่นคงดั่งหินผานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะครับ
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 16
ประกาศิตจากกองทัพพยัคฆ์
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!