เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 19

กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาในตำหนักบูรพาไม่ได้ช่วยให้จิตใจของฮองเฮาซูเฟยสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เสียงก้านธูปที่ปะทุแตกดังเปรี๊ยะในกระถางทองเหลือง กลับยิ่งขับเน้นบรรยากาศความตึงเครียดอันเยียบเย็นยามราตรีให้เด่นชัดขึ้น พระเนตรคมกริบภายใต้เรียวคิ้วโก่งดั่งคันศรทอดมองร่างอรชรในชุดผ้าไหมปักลายหงส์สวรรค์สีชาด ที่กำลังคุกเข่าคำนับอยู่เบื้องพระพักตร์ด้วยท่าทีนอบน้อม ทว่าแฝงไว้ด้วยความมั่นคงดุจหินผา "เจ้ากล้าดียังไง ถึงนำเรื่องนี้มาทูลข้า... ไป๋จินเฉิง" สุ้มเสียงของมารดาแห่งแผ่นดินทรงอำนาจและเยียบเย็น ทว่าสตรีเบื้องพระพักตร์กลับไม่มีอาการสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ไป๋จินเฉิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ชายสวมเสื้อปักลายเมฆสีครามเคลื่อนไหวตามจังหวะการขยับตัวอย่างงดงาม ดวงตาดอกท้อคู่สวยทอประกายฉลาดเฉลียวไร้ก้นบึ้ง รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากนั้นช่างกรีดลึกบาดใจยิ่งนัก "หม่อมฉันเพียงแต่นำความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแพรแห่งตำหนักบูรพามาถวายฝ่าบาท... เพคะ" ไป๋จินเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าถ้อยคำกลับคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ "สนมเอกหลิวผิงผิงหาได้มีความจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างแท้จริงไม่ สิ่งที่นางเทิดทูนมิใช่บัลลังก์หงส์ของฮองเฮา แต่คือสายเลือดในครรภ์ที่นางหวังจะใช้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินต่างหากเล่าเพคะ" คำว่า 'สายเลือด' เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจฮองเฮาซูเฟย สตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในฝ่ายหลังมานานนับปี พระหัตถ์ที่กำพัดขนนกยูงสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยว ความจริงข้อนี้พระองค์ย่อมทรงระแคะระคายอยู่บ้าง แต่การถูกนำมาตีแผ่โดยสตรีที่เป็นกุนซือคนสนิทของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน ย่อมมีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน "เจ้าคิดจะยืมมือข้ากำจัดนางสินะ แม่นางไป๋" ฮองเฮาซูเฟยเหยียดยิ้มหยัน "เหตุใดท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจหินผา จึงยอมปล่อยให้สตรีเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าเข้ามาเดินหมากในวังหลวงตามอำเภอใจได้" "ทูลฮองเฮา ท่านอ๋องทรงรักความยุติธรรมและบ้านเมืองเป็นที่ตั้งเพคะ" ไป๋จินเฉิงตอบโดยไม่หลบสายตา "สนมเอกหลิวแอบติดต่อกับขุนนางฝ่ายใต้ ลักลอบส่งแผนที่คลังเสบียงกองทัพพายัพที่ท่านอ๋องดูแลอยู่ไปยังแดนประจิม... การกระทำเช่นนี้ หาใช่เพียงแค่เรื่องชิงรักหักสวาทในเรือนหลังไม่ แต่มันคือการ 'กบฏ' เพคะ" เพล้ง! ถ้วยชาหยกขาวหล่นกระทบพื้นกระเบื้องเคลือบแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันนองไหลไปตามร่องหิน รัศมีอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนนางกำนัลรอบตำหนักต่างพากันคุกเข่าตัวสั่นงันทว่าไร้เสียง ฮองเฮาซูเฟยทรงสูดพระลมหายใจเข้าลึก พระพักตร์แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอำมหิตในพริบตา หากเรื่องการติดต่อกับขุนนางฝ่ายใต้เป็นความจริง สนมเอกหลิวก็สมควรต้องโทษประหารสถานเดียวโดยไม่ต้องรอให้ใครมาเอ่ยปาก "ดี... ดีมาก!" ฮองเฮาแค่นหัวเราะ "ในเมื่อสุนัขตัวนี้เริ่มกัดเจ้าของ ข้าผู้เป็นนายย่อมต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึก แต่ไป๋จินเฉิง... เจ้าจงจำเอาไว้ การที่ข้าเลือกจะเชื่อเจ้าในวันนี้ มิได้หมายความว่าข้าไว้ใจเจ้า หากแผนการของเจ้าเกิดผิดพลาดแม้แต่กระเบื้องครึ่งแผ่น ศีรษะบนบ่าของเจ้าจะไม่หลุดพ้นจากคมดาบของราชสำนักเป็นแน่" "หม่อมฉันเอาชีวิตและเกียรติแห่งสกุลไป๋เป็นเดิมพันเพคะ" ไป๋จินเฉิงโขกศีรษะคำนับอย่างงดงาม รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นภายใต้เงาแสงตะเกียงน้ำมันหอม ยามย่างก้าวออกจากตำหนักบูรพา สายลมหนาวเหน็บยามดึกพัดผ่านผืนผ้าแพรต่วนจนชายเสื้อพลิ้วไหว ไป๋จินเฉิงแหงนพระพักตร์มองท้องฟ้าไร้ดาว ท่ามกลางความมืดมิดของวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการหักหลัง เงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากแนวระเบียงไม้แกะสลัก เสื้อคลุมผ้าแพรสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืด ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับเปล่งประกายทอแสงอ่อนโยนล้ำลึกยามทอดมองนาง อ๋องเซียวจิ่งเหยียนมิได้เอ่ยคำหวานอันใด เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของนางไว้ด้วยความทะนุถนอม ไออุ่นจากฝ่ามือของแม่ทัพผู้เยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของนางอย่างมั่นคง "เจ้าเล่นกับไฟเกินไปแล้ว จินเฉิง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอמהกล่าวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม "หากฮองเฮาตลบหลังเจ้าขึ้นมา เจ้าคิดหรือว่าเปิ่นหวางจะยอมปล่อยให้แผ่นดินนี้สงบสุข" ไป๋จินเฉิงแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน นางพลิกฝ่ามือกลับไปกุมมือเขาไว้แน่นเช่นกัน "หม่อมฉันมิได้เล่นกับไฟเพคะท่านอ๋อง... หม่อมฉันกำลังใช้ไฟแผดเผาหนทางข้างหน้า เพื่อให้พวกเราเดินไปสู่บัลลังก์ที่มั่นคงต่างหากเล่า" ในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยความลึกซึ้ง ท่ามกลางความเงียบสงบของราตรี เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กประจำพระตำหนักก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมา พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "ท่านอ๋อง! แม่นางไป๋! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มหาเล็กคุกเข่าหอบหายใจโยน รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "สนมเอกหลิว... สนมเอกหลิวถูกพบว่าสิ้นพระชนม์ในตำหนักส่วน Mนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และข้างพระกาย... มีราชโองการลับฉบับใหม่จากฝ่าบาทที่เพิ่งทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อยามสาม... สั่งปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพายัพทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%