เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 13

หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“หากท่านคิดว่าการตัดแขนขาของจิ้งจอกเฒ่าเพียงข้างเดียวจะทำให้มันหยุดกัดกินราชสำนัก ท่านก็ประเมินค่าความโฉดชั่วของเสนาบดีฝานต่ำเกินไปแล้วท่านอ๋อง” เสียงของไป๋จินเฉิงกังวานราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทรงงานส่วนพระองค์ แสงเทียนไขหอมกลิ่นไม้กฤษณาเต้นระริกอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่คมของนาง ในขณะที่ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนกำลังประทับยืนนิ่งอยู่หน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่บนผนังหิน มือหนาข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างกำกระบี่ประจำกายไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว “เจ้าต้องการสื่อความหมายใด” เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงฟ้าร้องก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองกุนซือคู่ใจที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้สลักลายมังกร “ในเมื่อข้ากุมหลักฐานการยักยอกเสบียงคลังของมันไว้ในมือ อีกเพียงสองวันข้าจะยื่นฎีกาถวายฮ่องเต้ ความพินาศของตระกูลฝานย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง” ไป๋จินเฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเดินช้าๆ ไปยังโต๊ะไม้จันทน์หอมที่วางม้วนกระดาษแผนผังเครือข่ายขุนนางไว้ ก่อนจะชี้ปลายนิ้วลงบนรายชื่อหนึ่ง “ท่านอ๋อง ท่านมองเห็นเพียงเสบียง แต่ท่านมองไม่เห็น ‘ใยแมงมุม’ ที่ถักทออยู่เบื้องหลัง หากท่านยื่นฎีกาในตอนนี้ ฝานหยวนไม่ได้เพียงแค่จะตาย แต่เขาจะดึงขุนนางในกรมพระคลังและกรมพิธีการลงหลุมศพไปกับเขาด้วย ท่านคิดหรือว่าฮ่องเต้จะยอมให้เสาหลักค้ำบัลลังก์หักสะบั้นลงพร้อมกันถึงสามต้นเพียงเพราะความผิดเรื่องเสบียง?” เซียวจิ่งเหยียนหันกลับมา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความไหวหวั่น “เจ้าจะบอกว่าข้าต้องปล่อยให้เขาถอนรากถอนโคนไปทีละส่วน?” “ไม่ครับ” ไป๋จินเฉิงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของท่านอ๋อง “เราไม่ทำลาย... แต่เราจะทำให้นามสกุล ‘ฝาน’ กลายเป็นหนามแหลมที่แทงทะลุหัวใจของเขาเอง ท่านเคยได้ยินสุภาษิตหนามยอกต้องเอาหนามบ่งหรือไม่? ในเมื่อเขาสร้างเครือข่ายด้วยเงินตรา เราก็ต้องทำลายเครือข่ายนั้นด้วยความโลภที่เขาสั่งสมมา” นางหยิบพู่กันขึ้นมาแตะหมึกสีชาด ก่อนจะตวัดขีดฆ่าชื่อขุนนางระดับล่างสามรายที่อยู่ใต้สังกัดของเสนาบดีฝาน “คนเหล่านี้คือจุดอ่อนที่ซ่อนเร้นที่สุด พวกเขาคือบัญชีดำที่ฝานหยวนใช้ฟอกเงินผ่านหอคณิตศาสตร์และร้านค้าผ้าไหมในหัวเมืองเหนือ หากเราทำให้บัญชีเหล่านั้นไปปรากฏบนโต๊ะเสวยของฮ่องเต้ในฐานะ ‘หลักฐานการคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงถึงองค์รัชทายาท’ ท่านคิดว่าฝานหยวนจะทำอย่างไร?” เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้ว “เขาย่อมต้องรีบทำลายหลักฐานและตัดหางปล่อยวัดคนของตน” “ถูกต้อง” ไป๋จินเฉิงแย้มยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บ “และในวินาทีที่เขาขยับตัวทำลายหลักฐาน นั่นแหละครับคือจังหวะที่หน่วยเงาของท่านจะเข้าถึงตัวพวกเขาพร้อมกับพยานปากเอก... ข้าได้เตรียม ‘เหยื่อล่อ’ ไว้เรียบร้อยแล้ว ในงานเลี้ยงฉลองเทศกาลสารทจีนคืนพรุ่งนี้” บรรยากาศในห้องทรงงานหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน เซียวจิ่งเหยียนจ้องมองไป๋จินเฉิงราวกับกำลังมองยอดขุนพลผู้ควบคุมกระดานหมากทั้งแผ่นดิน ความเยือกเย็นดุจหินผาของเขาสั่นคลอน มิใช่ด้วยความเกรงกลัว แต่ด้วยความลุ่มหลงในสติปัญญาที่ล้ำลึกเกินสตรีใดในใต้หล้านี้ “เจ้าช่างอำมหิตนัก... จินเฉิง” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง จนไป๋จินเฉิงรู้สึกได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันจากร่างกายกำยำของบุรุษตรงหน้า “เจ้าทำให้ข้าต้องทบทวนบ่อยครั้ง ว่าการมีเจ้าอยู่เคียงข้างคือนิมิตหมายแห่งชัยชนะ หรือเป็นพายุที่พร้อมจะกลืนกินหัวใจข้าไปตลอดกาล” ไป๋จินเฉิงไม่ได้หลบสายตา นางเงยหน้าสบประสานกับดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นอย่างท้าทาย “ความรักของท่านอ๋องก็เปรียบดั่งอาวุธที่อันตรายที่สุด หากข้าไม่กล้าหาญพอที่จะเป็นพายุ ท่านก็คงไม่อาจเป็นดั่งหินผาที่ไร้พ่ายได้หรอกครับ” มือหนาของเซียวจิ่งเหยียนเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่แผ่วเบาทว่าหนักแน่นที่ข้างแก้มเนียน กลิ่นอายของอำนาจและเสน่ห์ของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตคนนับหมื่นอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขาทั้งสอง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทรงงาน ตามด้วยเสียงรายงานที่แฝงความตระหนก “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนรับรองของเสนาบดีฝาน... มีคนลอบวางยาพิษในถ้วยชาของสายลับที่เราแฝงตัวเข้าไป และตอนนี้เขากำลังสิ้นใจ!” เซียวจิ่งเหยียนชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจดาบสังหารในทันที เขาหันไปมองไป๋จินเฉิงด้วยความคาดการณ์ที่ลางสังหรณ์เริ่มเตือนถึงแผนซ้อนแผนที่อาจซ่อนอยู่ในเงามืด ไป๋จินเฉิงมองไปยังถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะทรงงานของตนเอง นางเพิ่งตระหนักได้ว่าซองจดหมายลับที่ได้รับมาเมื่อครู่มีกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ผิดปกติไปจากเดิม กลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้... กลิ่นเดียวกับที่อยู่ในถ้วยชาของสายลับที่เพิ่งตายไป นางค่อยๆ เลื่อนถ้วยชาใบนั้นออกห่างจากตัว พร้อมกับที่รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้จะมีคนนอกเข้ามาร่วมเล่นด้วยเสียแล้วครับท่านอ๋อง” รอยเลือดหยดหนึ่งซึมออกมาจากมุมปากของไป๋จินเฉิงช้าๆ ก่อนที่นางจะทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของเซียวจิ่งเหยียน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่ดังแว่วมาจากนอกหน้าต่าง ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่เพิ่งเริ่มต้น ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และกลเกมอันล้ำลึกนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%