“วางกระบี่ลงเสีย หากเจ้ายังหวังจะได้เห็นพระพักตร์โอรสสวรรค์ในยามรุ่งสาง”
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ณ ท้องพระโรงชั้นใน อ๋องเซียวจิ่งเหยียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูมังกร ร่างกำยำในชุดเกราะอ่อนสีนิลดั่งรัตติกาลเปรอะเปื้อนด้วยหยาดเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ในมือเขากุมกระบี่ประจำกายที่คมกริบสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงที่วูบไหวราวกับจิตใจของผู้คนในยามนี้
ตรงข้ามกับเขา คือขุนนางกังฉินที่กุมอำนาจกองกำลังอาสาติดอาวุธนับพันปิดล้อมพระราชวังหลวงไว้ทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกบฏดังกึกก้องสลับกับเสียงโลหะกระทบกันเป็นระยะ
ไป๋จินเฉิงยืนเคียงข้างท่านอ๋อง นางอยู่ในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา ตัดกับความโกลาหลเบื้องหน้าโดยสิ้นเชิง มือเรียวของนางประสานไว้ที่หน้าท้องท่าทางนิ่งสงบ ทว่าแววตาคู่คมนั้นกลับกำลังคำนวณหมากบนกระดานที่กำลังจะกลายเป็นสุสานแห่งอำนาจ
“ท่านอ๋อง ท่านยังคิดว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองอยู่อีกหรือ? ดูรอบกายท่านสิ กองทัพพิทักษ์เมืองถูกสยบราบคาบ ตราพยัคฆ์ในมือท่านก็เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า!” แม่ทัพกบฏแสยะยิ้ม แสงไฟกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทะเยอทะยาน
เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้สะทกสะท้าน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก “เศษเหล็กงั้นหรือ? เจ้าคงลืมไปว่าข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาอำนาจ แต่ข้ามาที่นี่เพื่อถอนรากถอนโคนสุนัขรับใช้ที่บังอาจเห่าหอนใส่ราชบัลลังก์”
ไป๋จินเฉิงก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นางเชิดหน้าขึ้นดุจหงส์ที่หยิ่งทรนงในศักดิ์ศรี “ท่านแม่ทัพ สิ่งที่ท่านถืออยู่ในมือคือตราสั่งการที่ปลอมแปลงขึ้น หากตรวจสอบด้วยวิชาช่างทองหลวงเพียงชั่วครู่ ความผิดฐานกบฏนี้จักต้องประหารเจ็ดชั่วโคตร ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะแลกชีวิตของคนทั้งตระกูลกับความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ กลุ่มกบฏที่ยืนอยู่รอบนอกเริ่มหันมองหน้ากันด้วยความหวาดหวั่น จิตวิทยาของยอดกุนซือหญิงมิใช่เพียงคำขู่ แต่เป็นการหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงลงในใจของพวกมัน
“ฆ่าพวกมันเสีย! อย่าให้สตรีปากดีนี่พูดอะไรได้อีก!”
เสียงคำสั่งเด็ดขาดของแม่ทัพกบฏทำให้สถานการณ์ระเบิดออกทันที ธนูอาบยาพิษนับร้อยถูกระดมยิงเข้ามาดุจห่าฝน เซียวจิ่งเหยียนตวัดกระบี่เป็นวงกว้าง แผ่นเหล็กจากปีกหมวกของเขาบังเกิดเสียงเคร้งคร้างเมื่อรับแรงกระแทกจากหัวลูกธนู ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานเข้าหาศัตรูเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่หลุดจากกรงขัง
ไป๋จินเฉิงไม่ได้ตื่นตระหนก นางอาศัยจังหวะชุลมุนดึงถุงผงสีดำออกจากแขนเสื้อแล้วซัดไปยังคบเพลิงรอบๆ เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับควันสีขาวที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่คือภูมิปัญญาที่นางคิดค้นขึ้นจากตำราโบราณผสานความรู้เคมีที่นางติดตัวมาจากอีกภพหนึ่ง
“จิ่งเหยียน! ทางซ้าย!” ไป๋จินเฉิงตะโกนก้อง
ท่านอ๋องหมุนตัวตามเสียงเรียก กระบี่ของเขาสังหารศัตรูที่คิดจะลอบแทงข้างหลังได้อย่างแม่นยำดุจจับวาง ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือของนางไว้แน่น กระชับให้มาอยู่ใต้การคุ้มครองของเขา “อย่าห่างจากข้าแม้แต่ก้าวเดียว”
“ท่านอ๋อง ประตูวังชั้นในกำลังจะถูกทำลาย หากเราไม่ใช้กลศึกปิดล้อมจากภายใน พระราชวังหลวงจะกลายเป็นทะเลเพลิงเสียก่อน” นางกระซิบผ่านเสียงดาบที่กระทบกันอย่างดุเดือด
“ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว” เขาตอบพลางสบตานาง แววตาที่เคยมืดมิดกลับมีความเชื่อมั่นอย่างประหลาด “เจ้าจงรอเวลาที่เข็มนาฬิกาน้ำแตะจุดเที่ยงคืน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่า กุนซือหญิงและแม่ทัพผู้เยือกเย็นจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเลือดของใคร”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานหน้าพระราชวัง เสียงร้องโหยหวนของเหล่ากบฏเริ่มเบาบางลงเมื่อกองกำลังลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของตำหนักพระสนมเริ่มเข้าตลบหลัง กองทัพของอ๋องเซียวจิ่งเหยียนที่แสร้งพ่ายแพ้ในตอนแรก บัดนี้กลับผงาดขึ้นดุจกำแพงหินผาที่ไม่มีวันพังทลาย
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหล สายตาของไป๋จินเฉิงกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นบนของตำหนักมังกร ร่างนั้นดูคุ้นตาจนหัวใจของนางกระตุกวูบ
แม่ทัพกบฏที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ กลับยิ้มออกมาอย่างสมเพช มันถอยร่นไปตั้งหลักพร้อมกับชูวัตถุบางอย่างขึ้นเหนือศีรษะ มันคือหีบไม้แกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บที่ควรจะประดิษฐานอยู่ในห้องลับของพระมหากษัตริย์เท่านั้น
“ท่านอ๋อง ดูนั่น!” ไป๋จินเฉิงอุทานพลางชี้ไปยังระเบียง
เซียวจิ่งเหยียนชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของศัตรูมิใช่เพียงแค่ตราประจำตัว แต่มันคือ ‘ม้วนพระราชโองการสละราชสมบัติ’ ที่มีรอยตราประทับสีชาดสดใหม่ราวกับเพิ่งจรดพู่กันเขียนเสร็จเมื่อครู่นี้เอง
ประตูระเบียงถูกเปิดออก ร่างของขันทีผู้ใกล้ชิดองค์ฮ่องเต้ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะประกาศก้องด้วยเสียงแหลมสูงที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “มีพระราชโองการ! ให้ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนวางอาวุธและถอนกำลังออกไปจากเขตพระราชฐานทันที มิเช่นนั้น... ศีรษะขององค์รัชทายาทจะถูกประจาน ณ ยอดกำแพงวังภายในหนึ่งก้านธูป!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 27
ศึกชิงบัลลังก์เลือดสะท้านแผ่นดิน
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!