เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 28

กุนซือผู้พลิกสถานการณ์

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
ปลายพู่กันขนหมาป่าชุ่มหมึกสีชาดจรดลงบนแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบอย่างมั่นคง เส้นสายที่ลากผ่านไม่ใช่เพียงแผนผังภูมิศาสตร์ หากแต่เป็นชะตากรรมของทหารนับหมื่นนายที่กำลังจะถูกกำหนดด้วยสติปัญญาเพียงชั่วลมหายใจ "ท่านอ๋องทรงรับรองได้หรือไม่ ว่ากองทัพม้าเหล็กแคว้นเป่ยฉีจะบุกมาทางช่องเขาตงหลิงตามที่หม่อมฉันคำนวณไว้" เสียงหวานใสที่กังวานก้องภายในกระโจมบัญชาการรบเอ่ยขึ้น โดยมิได้เงยหน้าขึ้นจากแผนที่ยุทธศาสตร์ มือเรียวบางยังคงขยับหมากกระดานไม้จันทน์หอมเพื่อจำลองกระบวนทัพ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายของสนิมเหล็กและควันไฟจากสนามรบภายนอกลอยอบอวลเข้ามาผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีที่เพิ่งชงเสร็จ เซียวจิ่งเหยียน ในชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทประดับลวดลายพยัคฆ์คำราม ยืนกอดอกพิงเสากระโจม สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นมิได้มองแผนที่บนโต๊ะ แต่มองร่างระหงของสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—ความอาทร ความห่วงใย และความยำเกรงในมันสมองที่เฉียบคมราวกับเทพเซียน "เป่ยฉีขึ้นชื่อเรื่องทหารม้าความเร็วสูง ย่อมเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดและสร้างความเสียหายได้รวดเร็วที่สุด" เซียวจิ่งเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "แต่เหตุผลที่ข้ายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อรอให้เจ้าพิสูจน์คำคำนวณ... แต่เพราะข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ไป๋จินเฉิง" จินเฉิงชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวและท้าทาย "ถ้าเช่นนั้น คืนนี้... เราจะเปลี่ยนช่องเขาตงหลิงให้กลายเป็นสุสานไร้หลุมศพของพวกมัน" แผนการที่นางร่างขึ้นไม่ใช่การตั้งรับแบบธรรมดา แต่เป็นการผสานหลักพิชัยสงครามโบราณเข้ากับหลักการฟิสิกส์และจิตวิทยาการสงครามสมัยใหม่ นางใช้ภูมิประเทศที่เป็นหุบเขารูปตัวยู วางกลยุทธ์ "อัคคีผลาญนภา" ซ้อนทับด้วยค่ายกลค่ายกลพรางตาแปดทิศ ที่จะทำให้ทหารม้าแคว้นเป่ยฉีพุ่งชนกันเองในความมืดโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นเงาของทหารต้าเหลียงแม้แต่คนเดียว ยามรัตติกาลมาเยือน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วค่ายพักแรมราวกับความตายกำลังย่างกรายเข้ามา ลมหนาวพัดโชยกลิ่นไอความตายจากแนวหน้าปะทะเข้ากับผืนผ้าใบกระโจมบัญชาการ ไป๋จินเฉิงยังคงยืนกรานที่จะตรวจความเรียบร้อยของค่ายกลด้วยตนเอง แม้เซียวจิ่งเหยียนจะพยายามคัดค้านเพียงใดก็ตาม "เจ้าไม่ใช่ทหารแนวหน้า จินเฉิง หน้าที่ของกุนซือคือการอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เดินไปท่ามกลางคมหอกคมดาบเช่นนี้" มือหนาคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ ยามที่นางก้าวผ่านธรณีประตู ยามสัมผัสกัน ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของท่านอ๋องแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของสตรีผู้เยือกเย็น ทว่าสีหน้าของนางยังคงเรียบเฉย "สงครามครั้งนี้เดิมพันด้วยแผ่นดินและลมหายใจของคนนับหมื่น หม่อมฉันในฐานะกุนซือ ย่อมต้องตรวจสอบด้วยตาตนเองทุกตารางนิ้วจึงจะวางใจได้เพคะ... ท่านอ๋องโปรดปล่อยมือด้วย" นางเอ่ยเตือนเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรำไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสนั้น เซียวจิ่งเหยียนถอนหายใจยาวอย่างจำยอม เขารู้ดีว่าความดื้อรั้นของสตรีผู้นี้มีค่าเท่ากับความปลอดภัยของกองทัพ "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าต้องอยู่ในสายตาของข้าตลอดเวลา ห้ามแยกจากข้าแม้แต่ก้าวเดียว นี่คือคำสั่ง" ท่ามกลางความมืดมิด ณ ช่องเขาตงหลิง เสียงกีบม้าหลายพันตัวดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าผ่า กองทัพม้าเหล็กเป่ยฉีบุกเข้ามาตามคาด พวกมันควบม้าด้วยความเร็วสูงด้วยความฮึกเหิมหมายจะบดขยี้ค่ายทหารต้าเหลียงให้ราบคาบในค่ำคืนเดียว ไป๋จินเฉิงยืนอยู่บนหน้าผาสูงชันเบื้องบน เคียงข้างกับเซียวจิ่งเหยียน สายตานางจดจ้องขบวนทหารข้าศึกที่กำลังพุ่งเข้าสู่ปากอุโมงค์แห่งความตาย "จุดไฟ" นางเอ่ยคำสั่งเบาๆ แต่ทรงพลัง สิ้นเสียงของกุนซือสาว ธนูเพลิงนับพันดอกถูกยิงขึ้นฟ้าพร้อมกัน ก่อนจะตกลงบนกองฟางและน้ำมันดิบที่ถูกซ่อนไว้ใต้หิมะหนาแน่น ปฏิกิริยาเคมีและความร้อนทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นอย่างฉับพลัน ปิดกั้นทั้งทางเข้าและทางออกของหุบเขาในพริบตา เสียงร้องโหยหวนของม้าศึกและทหารเป่ยฉีดังระเบิดขึ้น ทว่าความน่ากลัวยังไม่หมดเพียงแค่นั้น ค่ายกลค่ายกลแปดทิศที่จินเฉิงวางไว้ทำให้เกิดภาพลวงตาและเสียงสะท้อน ทหารเป่ยฉีที่แตกตื่นต่างพากันควบม้าชนกันเองจนกองทัพปั่นป่วนและพังทลายลงจากภายใน โดยที่ทหารต้าเหลียงแทบไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว เซียวจิ่งเหยียนมองภาพความพินาศของข้าศึกเบื้องล่างด้วยความทึ่งอย่างที่สุด เขากวาดสายตามองสตรีข้างกายผู้ยืนสงบนิ่งท่ามกลางประกายไฟสีส้มที่สะท้อนในดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกชื่นชมและเสน่หาท่วมท้นจนยากจะควบคุม ทว่า ในขณะที่ชัยชนะกำลังอยู่ในกำมือ และรอยยิ้มแห่งความสำเร็จกำลังจะปรากฏบนใบหน้าของกุนซือสาว เสียงฝีเท้าขององครักษ์เงาก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มชุดเกราะ "ท่านอ๋อง! กองกำลังไม่ทราบฝ่ายอีกกลุ่มหนึ่ง... บุกเข้าทางค่ายเสบียงหลังเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่งเหยียนหน้าเปลี่ยนสีทันที ดวงตาคมกริบหันขวับมามองจินเฉิง ขณะที่ไป๋จินเฉิงขมวดคิ้วแน่น หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... นี่ไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก แต่เป็น "หนอนบ่อนไส้" จากภายในราชสำนักที่ส่งข่าวความลับให้ศัตรูรู้ถึงจุดอ่อนที่สุดของกองทัพ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%