เสียงกลองศึกจากหอคอยทิศประจิมมิได้ดังขึ้นเพื่อกึกก้องขับขานชัยชนะ หากแต่กังวานระรัวเป็นจังหวะกระชั้นถี่ราวกับเสียงหอบหายใจของม้าศึกที่วิ่งตะบึงมาตลอดราตรี ความหนาแน่นของหมอกหนายามค่ำคืนที่ปกคลุมท้องพระโรงและกำแพงเมืองชั้นใน มิอาจบดบังไอสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาตามสายลมเยือกเย็นแห่งเหมันตฤดูได้เลยแม้แต่น้อย
"ดี... มาได้เวลาก็จริงพ่ะย่ะค่ะ"
เซียวจิ่งเหยียนแค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจหินผานั้นราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีกลับทอประกายวับวาวราวกับคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก พระองค์ทรงหมุนวงแหวนหยกอุ่นประจำราชตระกูลบนพระอังสาช้าๆ ก่อนจะหันมาสบตากับไป๋จินเฉิงที่ยืนสง่านิ่งเคียงข้างในชุดคลุมผ้าแพรปักลายเมฆา
"ดูท่าว่า... มีคนร้อนใจอยากจะชิงตัดหัวพวกเราก่อนเสียแล้วกระมัง" ไป๋จินเฉิงเอื้อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากเรียวสวยราวกับมิได้สะท้านสะเทือนต่อข่าวศึกประชิดเมืองแม้แต่น้อย นางยกมือขึ้นจัดปลายแขนเสื้อผ้าไหมซาตินสีนิลสนิทของตนเองอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงพักตร์รูปไข่กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความเฉลียวฉลาดที่ล้ำลึกเกินกว่าสตรีใดในแผ่นดินจะเทียบเคียง
บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง แผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นหนังโคกระบือถูกกางออกโดยมีหมุดทองคำปักระบุตำแหน่ง กองกำลังปริศนาที่เคลื่อนตัวตัดผ่านแนวป่าสนทหาญเมื่อยามกึ่งพุทธกาล มิใช่กองโจรป่าอย่างไร้ระเบียบ หากแต่เป็นการเคลื่อนพลแบบกระบวนทัพ "อัสนีคำราม" อันลือลั่น ซึ่งมีเพียงกองทัพลับประจำองค์รัชทายาทและขุนศึกตระกูลหลี่เท่านั้นที่ล่วงรู้เคล็ดลับการจัดกระบวนนี้
"ไม่ใช่แค่ร้อนใจ..." เซียวจิ่งเหยียนก้าวพระบาทเข้าไปใกล้ร่างบางของนางโดยธรรมชาติ กลิ่นกายบุรุษเจือจางผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีลอยวนอยู่รอบวรกายสูงสง่า พระองค์โน้มพระวรกายลงเล็กน้อยเพื่อให้พระเนตรอยู่ในระดับเดียวกับดวงตาคู่สวยของยอดกุนซือ "พวกเขาคงคิดว่ากรงขังแห่งนี้ไร้ทางหนีทีไล่แล้วกระมัง ถึงได้กล้าส่งสุนัขรับใช้มารangตีนกำแพงเมืองหลวงในยามวิกาลเช่นนี้"
บรรยากาศภายในตำหนักลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ทว่าระหว่างคนทั้งสองกลับมีความมั่นคงหนักแน่นดั่งขุนเขาค้ำจุนโลก ไป๋จินเฉิงเงยหน้าขึ้นสบประสานสายตากับพระองค์ แววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ มือเรียวบางยื่นออกไปแตะลงบนแผนที่บริเวณช่องแคบเขาอี้หลิง จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่หากพลาดพลั้งเพียงคืบเดียว เมืองหลวงจะกลายเป็นกระสอบทรายให้ข้าศึกรุมทุบตีทันที
"หม่อมฉันตรวจสอบรายชื่อแม่ทัพที่คุมกำลังระลอกนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋จินเฉิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็น และเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกระดาษสา "แม่ทัพหน้าคือหลี่ซาน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าบิ่นและกระหายเลือด ทว่าเบื้องหลังเงาของเขา... คือเสนาบดีหลงผู้กุมคลังเสบียงหลวง การที่พวกมันเคลื่อนพลยามวิกาลโดยไม่เกรงกลัวกฎอัยการศึก ย่อมแสดงว่ามีตราประทับลับของฮ่องเต้อยู่ในมือพวกมันแล้วอย่างแน่นอน"
เซียวจิ่งเหยียนมิได้ตอบคำทันที พระหัตถ์หนายื่นไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะแผนที่สัมผัสนั้นอบอุ่นและแข็งแกร่งดั่งหินผา ทว่าแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างยิ่งยวดที่ทรงมีให้แก่สตรีตรงหน้าเพียงผู้เดียวในใต้หล้า
"เจ้ากลัวหรือไม่... จินเฉิง" กระแสรับสั่งทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา แววตาที่เคยดุดันและเย็นชาเมื่อยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยลึกซึ้งที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน
ไป๋จินเฉิงแย้มสร้อยพระโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจมองพระพักตร์หล่อเหลาที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและการศึกสงคราม นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องให้บุรุษมาปกป้องหลังฉาก นางคือผู้ที่เคยพลิกกระดานการเมืองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และพร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ตายตกไปตามกัน ณ สมรภูมิแห่งนี้
"หม่อมฉันเกิดมาเพื่อยืนเคียงข้างท่านอ๋อง... ไม่ใช่เพื่อยืนหลบอยู่ข้างหลังพ่ะย่ะค่ะ" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กระตุกวูบ "หากพวกมันปรารถนาจะเหยียบย่ำบัลลังก์นี้ พวกมันจะต้องข้ามศพของหม่อมฉันกับพระองค์ไปเสียก่อน"
ฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงขององครักษ์เงาก็กระแทกเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูตำหนัก ร่างในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทคุกเข่าลงอย่างเร่งรีบ ไอเย็นและหยาดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนบ่า สะท้อนกับแสงคบเพลิงด้านนอกที่วับแวม
"กราบทูลท่านอ๋อง! กองกำลังปริศนาฝ่ายหน้าแตกแนวเข้าประชิดประตูทักษิณแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันใช้เครื่องตีเมืองขนาดใหญ่ พร้อมทั้ง... พร้อมมีราชโองการลับอ้างสิทธิ์การกวาดล้างกบฏ!"
เซียวจิ่งเหยียนมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย พระองค์ทรงปล่อยมือจากไป๋จินเฉิงช้าๆ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระบี่ประจำพระองค์ "หลงหยวน" ขึ้นมาถือไว้มั่น เสียงเหล็กกระทบฝักดังขึ้นกังวานบาดแก้วหู ประกาศถึงการเริ่มต้นของมหาสงครามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ดีนัก..." เซียวจิ่งเหยียนเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมพระโอษฐ์ แววตาดุดันเปล่งประกายอำมหิตราวกับพญายมราชที่พร้อมจะคร่าวิญญาณผู้บังอาจ "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นราชโองการนัก เราก็จะออกไปต้อนรับพวกมันด้วยปลายกระบี่นี้เอง"
ไป๋จินเฉิงขยับกายลุกขึ้นยืนเคียงข้าง รอยยิ้มเย้ายวนทว่าเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้า นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอู่หลงที่ยังคงมีไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อย น้ำชาสีอำพันเข้มถูกรินลงในจอกหยกขาวบริสุทธิ์อย่างประณีตบรรจงตามธรรมเนียมโบราณ ก่อนที่นางจะหยิบผงยาวิเคราะห์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะจากถุงแพรเล็กๆ ขึ้นมาโปรยลงไปในจอกชาด้วยกิริยาอันเชื่องช้าและสง่างาม
เสียงน้ำชาละลายผงยาเกิดเสียงฟู่เบาๆ พร้อมกับฟองอากาศสีม่วงจางที่ผุดขึ้นมาแล้วสลายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ไป๋จินเฉิงยกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นสัมผัสรสชาติอันตรายนั้น ก่อนจะหันมาส่งจอกหยกให้แก่เซียวจิ่งเหยียนด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าร้อยคำพูด
"ดื่มจอกนี้ก่อนออกศึกเถิดพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง..." นางกระซิบแผ่วเบาข้างพระ कर्ण "เพราะหลังจากคืนนี้ไป... แผ่นดินนี้จะไม่มีตระกูลหลี่หลงเหลืออยู่อีกแม้แต่คนเดียว และชาจอกต่อไป... เราจะดื่มฉลองชัยชนะบนบัลลังก์มังกรด้วยกัน"
เซียวจิ่งเหยียนรับจอกชาหยกขาวมาถือไว้ พระเนตรคมกริบมองลึกลงไปในผิวน้ำชาสีอำพันที่สะท้อนเงาใบหน้าของพระองค์และนางเอกในดวงใจ ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นแย้มสรพระโอษฐ์กว้างแล้วยกขึ้นดื่มจนหมดจอกในรวดเดียวโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ทว่า ในวินาทีที่จอกหยกถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกัมปนาทจากการพังประตูเมืองชั้นนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งราตรี พร้อมๆ กับเงาร่างอันคุ้นเคยของขันทีเฒ่าคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นถือม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามพุ่งเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องพระพักตร์ โดยมีรอยเลือดสดๆ หยดลงเปื้อนพื้นศิลาทุกย่างก้าวอย่างน่าสยดสยอง!
"กราบทูลท่านอ๋อง... พระ... พระราชโองการฉบับจริงจากองค์ฮ่องเต้... เพิ่งมาถึงพ่ะย่ะค่ะ!"
นักเล่าประวัติศาสตร์
(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ)
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 25
กองทัพทมิฬเคลื่อนพล
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!