กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักบูรพา แสงตะเกียงน้ำมันสำริดไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล ไป๋จินเฉิงยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษรทำจากไม้จันทน์แดง บนโต๊ะนั้นไม่ได้มีเพียงฏีกาสําคัญของราชสำนัก แต่กลับมี "หลักฐาน" ชิ้นหนึ่งที่สามารถสั่นคลอนบัลลังก์มังกรให้พังทลายลงมาได้ในชั่วพริบตา
มันคือป้ายหยกประจำตัวสลักลายหงส์คู่คาบกิ่งหลิว... หยกเนื้อดีที่ควรจะอยู่บนเอวของพระสนมเอกผู้ทรงอำนาจ หรือไม่ก็บุรุษผู้กุมชะตากรรมในกรมพิธีการ ทว่าเวลานี้ มันกลับกล nằm อยู่บนกองเอกสารลับที่เพิ่งถูกกู้คืนมาจากคูน้ำนอกกำแพงวังหลวง
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือจินเฉิง ว่าร่องรอยทั้งหมดชี้มาที่จุดนี้"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารลึกดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนระคนระมัดระวัง เซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้ามาใกล้ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายเมฆสีเงิน ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจหินผาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนางเพียงคืบ ไหล่กว้างของเขาแผ่ไออุ่นอันคุ้นเคยออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่เหน็บหนาว เสื้อคลุมผ้าแพรสีเข้มของเขายังคงมีกลิ่นอายของสนามรบและค่ำคืนอันยาวนานเจือจางอยู่
ไป๋จินเฉิงไม่หันกลับไปมองนางพญาหรือบุรุษผู้ใด นางเพียงแต่ยกปลายนิ้วเรียวงามแตะลงบนผิวหยกเย็นเยียบนั้นแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้คมดาบที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
"หม่อมฉันไม่เคยพลาดเรื่องการคำนวณ หยกชิ้นนี้มิได้สำคัญที่ตัวเนื้อหยกพญายม แต่มันสำคัญที่รอยบิ่นตรงมุมขวา ท่านอ๋องยังทรงจำฎีกาถอดถอนแม่ทัพตระกูลหลี่เมื่อสามปีก่อนได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาเยือกเย็นของชายหนุ่ม
เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความทรงจำอันแม่นยำดั่งบันทึกประวัติศาสตร์ผุดขึ้นในหัว "รอยบิ่นนั้นเกิดจากคราบน้ำหมึกตระกูลซู... และรอยขูดขีดที่เกิดจากมีดพกสตรีของสำนักนางโลมซ่อนเร้น"
"ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋จินเฉิงแย้มรอยยิ้มบางเบา ดุจดอกเหมันต์ที่แย้มกลีบกลางพายุทل "หนอนบ่อนไส้ที่คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของกองทัพพิทักษ์ชายแดนให้แก่แคว้นต้าเป่ย มิใช่ขุนนางฝ่ายบู๊ผู้ใด แต่มันคือผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหลังม่านไหมสีมุก คอยชักใยการเมืองในวังหลังมาตลอดทศวรรษ... ขันทีทูลกระหม่อมเอกผู้ดูแลพระคลังข้างที่"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางตำหนักอันเงียบสงบ เซียวจิ่งเหยียนนิ่งงันไปชั่วอึดใจ แม้แต่บุรุษผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อตระหนักว่าตาหมากรุกที่ซ่อนเร้นมานานนับปี บัดนี้ได้เผยหางออกมาให้เห็นชัดเจนแล้ว
"หากเป็นเช่นนั้นจริง ตาหมากตานี้... ใหญ่เกินกว่าที่เราจะขยับโดยพลการ" อ๋องเซียวจิ่งเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมออกไปโอบประคองเอวบางของนางเข้ามาแนบชิดอย่างธรรมชาติ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มั่นคงดั่งหินผา ท่ามกลางพายุแห่งการแย่งชิงอำนาจ "ฝ่าบาททรงไว้วางพระทัยขันทีผู้นำทางนี้ยิ่งกว่าผู้ใด การที่เราจะกระชากหน้ากากเขาออกมา จำเป็นต้องมีหลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุด และเหยื่อล่อที่ล่อให้มันจนมุม"
ไป๋จินเฉิงพิงกายเข้าหากลุ่มไออุ่นจากแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม นางสูดกลิ่นกายอันคุ้นเคยเพื่อเรียกสติ ปัญญาญาณอันรวดเร็วแล่นริ้วราวกับสายน้ำไหล นางรู้ดีว่าเวลามีน้อยเกินกว่าจะลังเล
"หม่อมฉันมีแผน..." นางเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยว "เราจะไม่บุกจับกุมเขาในคืนนี้ แต่เราจะปล่อยให้เขาเคลื่อนไหวครั้งสุดท้าย"
ขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดและลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเสียงกลองศึกก็ดังทำลายความเงียบขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ขันทีคนสนิทของตำหนักอ๋องวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ่งเหยียนปล่อยมือจากเอวบางอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ "มีเรื่องอันใด? เหตุใดจึงแตกตื่นเช่นนี้"
"สายรายงานด่วนจากตำหนักใน... พระสนมเอกหลิว... พระสนมเอกหลิวทรง... ทรงกระอักพระโลหิตสิ้นพระชนม์บนพระแท่นบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ไป๋จินเฉิงเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มแห่งชัยชนะเมื่อครู่หายวับไปกับตา ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นจากปลายนิ้วเท้า
*พระสนมเอกหลิวสิ้นพระชนม์? ในเวลานี้เนี่ยนะ?*
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะทันได้ตั้งตัว ขันทีหนุ่มผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของไป๋จินเฉิงเกือบหยุดชะงัก
"และ... และขันทีทูลกระหม่อมเอกผู้นั้น... ได้นำราชโองการลับจากฮ่องเต้มาถึงหน้าตำหนักอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ... เขาบอกว่า... ท่านอ๋องและกุนซือไป๋ทรงต้องข้อหากบฏร่วมกับพระสนมเอก..."
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะครับ
นักเล่าประวัติศาสตร์
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 22
หมากตัวสุดท้ายที่หายไป
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!