จอกสุราเคลือบกระเบื้องลายครามสั่นริกตามแรงสั่นสะเทือนของเกือกม้าที่บดขยี้พื้นดินยามวิกาล กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นโคลนสาบควายอบอวลอยู่ในค่ายพักแรมชั่วคราวริมชายป่าตงหลาน แสงไฟจากคบเพลิงสาดกระทบใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยกของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียน พระองค์มิได้ปริปากตรัสสิ่งใดออกมาเลยตั้งแต่กองทัพม้าเหล็กเคลื่อนพลมาถึงจุดนี้ ทว่าดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีกลับกวาดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังสูงสุด
ราตรีนี้... คือหมากตาสำคัญที่ถูกกำหนดไว้ในแผนการอันแยบคายของยอดกุนซือหญิงแห่งจวนอ๋อง
"พวกมันระวังตัวแจ ท่านอ๋อง"
ไป๋จินเฉิงเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัด นางอยู่ในชุดบุรุษผ้าแพรปักลายเมฆสีนิลกลมกลืนกับความมืด เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นอย่างทะมัดทะแมงด้วยกبارหยกขาว มือเรียวบางกำลังบรรจงวางแผนที่หนังแกะลงบนโต๊ะไม้สนามอย่างใจเย็น กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรไป๋ฮวาที่นางพกติดตัวช่วยขับไล่ความอับชื้นในยามดึกได้เป็นอย่างดี
เซียวจิ่งเหยียนเบนสายตาจากความมืดเบื้องนอกกลับมามองสตรีตรงหน้า แววตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งนับพันปีพลันไหววูบลงชั่วขณะ ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีองอาจแผ่ซ่านออกมาอย่างเงียบเชียบ พระองค์ยื่นมือหนาไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้โดยไม่เอ่ยคำใด เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความผูกพันอันลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบเปรย
"เจ้าไม่ควรมาเสี่ยงภัยในแนวหน้าเช่นนี้เลย จินเฉิง" สุระเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลระคนตัดพ้อ แม้จะรู้ดีว่าสติปัญญาของนางเหนือล้ำกว่าผู้ใดในแผ่นดิน แต่หัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับหวาดหวั่นทุกครั้งที่เห็นนางต้องเอาตัวเข้าแลกในเกมการเมืองอันโสมมนี้
ไป๋จินเฉิงแย้มสรวลน้อยๆ มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกสาวทรงภูมิ นางดึงมือกลับอย่างนุ่มนวลก่อนจะใช้พัดจีบในมือเคาะเบาๆ ลงบนแผนที่หนังแกะ
"หากหม่อมฉันไม่มา แล้วเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ตัวนั้นจะยอมคายเขี้ยวเล็บออกมาหรือเพคะ? พวกมันซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมานานเกินไป คอยชักใยอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในราชสำนัก หากไม่เปิดช่องว่างให้มันเห็นว่าเหยื่ออ่อนแอ มีหรือที่งูพิษจะยอมเลื้อยออกจากรูมาฉก"
คำกล่าวของนางทำให้เซียวจิ่งเหยียนต้องลอบถอนหายใจ แผนการ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" ในคืนนี้ เดิมพันด้วยความปลอดภัยของพระองค์และชีวิตของคนทั้งกองทัพ ข่าวลือที่จงใจปล่อยออกไปว่าอ๋องเซียวจิ่งเหยียนทรงบาดเจ็บสาหัสจากการลอบปลงพระชนม์ และทรงประทับอยู่ลำพังในกระโจมกลางป่าลึกเพื่อพักผ่อน บัดนี้ได้แพร่สะพัดไปถึงหูของเหล่ากบฏและขั้วอำนาจเก่าที่จ้องจะโค่นล้มราชบัลลังก์แล้ว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหิวผ่านยอดสนและเสียงกองไฟปะทุเบาๆ
*แคว่ก!*
เสียงแหวกอากาศของลูกศรอาบยาพิษพุ่งแหวกความมืดเข้ามาปักลงบนเสากระโจมไม้อย่างแม่นยำ ปลายลูกศรมีควันสีม่วงจางๆ พวยพุ่งออกมา แสดงถึงฤทธิ์ร้ายแรงที่สามารถปลิดชีพคนได้ในชั่วพริบตา
บรรยากาศในกระโจมพลิกผันเป็นตึงเครียดทันที ทหารยامด้านนอกส่งเสียงร้องคำรามเตือนภัย ตามมาด้วยเสียงอาวุธกระทบกันและเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังขึ้นเป็นระยะ
เซียวจิ่งเหยียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะสีดำสนิทแผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัว พระองค์คว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงเนตรคมกลาคมจดจ้องไปยังช่องทางเข้ากระโจมด้วยความเยือกเย็นดุจหินผา
"พวกมันมาแล้ว..." เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ
ไป๋จินเฉิงมิได้มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ขยับกายถอยไปยืนอยู่ในมุมมืดที่จัดเตรียมไว้ สายตาสอดส่องมองผ่านรอยแยกของผ้าใบกระโจมเพื่อประเมินสถานการณ์ภายนอก กองกำลังเงาที่ถูกส่งมาลอบสังหารมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็ว สมกับที่เป็นหน่วยมือสังหารลับของสำนักเงาโลหิตที่รับใช้ขุนนางใหญ่ในราชสำนัก
"อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามเพคะ ท่านอ๋อง" ไป๋จินเฉิงเอ่ยเตือนเมื่อเห็นพระสวามีทำท่าจะพุ่งออกไปบู๊ล้างผลาญด้วยพระองค์เอง "ปล่อยให้พวกมันบุกเข้ามาจนถึงด้านในเสียก่อน เมื่อพวกมันมั่นใจว่าแผนการสำเร็จและไม่มีทางหนีรอด ความลับที่พวกมันปกปิดไว้จึงจะถูกเปิดเผยออกมาโดยปริยาย"
เซียวจิ่งเหยียนเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักพระพักตร์รับอย่างจำยอม พระองค์ทรงย่อพระวรกายลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือกับการจู่โจมระลอกใหญ่
*โครม!*
ผ้าใบกระโจมด้านหน้าถูกกระชากจนขาดวิ่น ร่างเงาสวมชุดดำสนิทปิดบังใบหน้ามิดชิดนับสิบคนทะยานเข้ามาภายในกระโจมอย่างพร้อมเพรียง อาวุธในมือสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวาววับน่ากลัว ผู้นำกลุ่มมือสังหารเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อเห็นเป้าหมายอยู่ตรงหน้า
"เซียวจิ่งเหยียน วันนี้คือวันตายของเจ้า!" ผู้นำมือสังหารคำรามก้อง พร้อมกับพุ่งกระบี่เข้าใส่พระองค์ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
เซียวจิ่งเหยียนแค่น "ฮึ" ในลำคอ ร่างสูงใหญ่เบี่ยงหลบคมกระบี่ได้อย่างงดงามราวกับสายลม ก่อนจะสะบัดกระบี่ในมือสวนกลับไปด้วยความรุนแรงและเด็ดขาด เพียงกระบวนท่าเดียว ร่างของมือสังหารคนแรกก็ล้มลงจมกองเลือดอย่างไร้เสียง
การต่อสู้ในพื้นที่แคบดำเนินไปอย่างดุเดือด เศษผ้าใบและข้าวของภายในกระโจมกระจัดกระจาย ทว่าด้วยฝีมือระดับปรมาจารย์ของเซียวจิ่งเหยียน เหล่ามือสังหารจึงไม่ต่างอะไรกับใบไม้ที่ร่วงหล่น ทว่ายอดกุนซือหญิงกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ... ผู้นำกลุ่มมือสังหารผู้นั้นไม่ได้เน้นการโจมตีเพื่อเอาชีวิต แต่สายตากลับกวาดมองหาบางสิ่งบางอย่างอย่างร้อนรน และที่สำคัญที่สุด... บนข้อมือซ้ายของมันมีรอยสักรูป "ดอกบัวโลหิต" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ลับของราชองครักษ์ฝ่ายในที่ขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาท!
ไป๋จินเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นรำด้วยความตื่นเต้น ปลาน้อยติดเบ็ดแล้ว... และมันไม่ใช่ปลาธรรมดาเสียด้วย
ในจังหวะที่มือสังหารคนสุดท้ายเพลี่ยงพล้ำและถูกเซียวจิ่งเหยียนกดร่างให้คุกเข่าลงกับพื้นด้วยคมกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอ ผู้นำมือสังหารผู้นั้นกลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นอย่างน่าขนลุก
"ฮ่าๆๆๆ... เซียวจิ่งเหยียน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นฝ่ายล่าพวกเรางั้นหรือ? ผิดแล้ว... พวกเราเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อเท่านั้น!"
เซียวจิ่งเหยียนขมวดพระพักตร์แน่น กดคมกระบี่ลึกลงไปอีกนิดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา "ใครส่งพวกเจ้ามา? จงพูดความจริงเสีย!"
ผู้นำมือสังหารแสยะยิ้มหยัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่ง ก่อนที่มันจะกัดฟันกรอดแล้วพ่นโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต
"คนที่พวกเจ้ากำลังรอ... บัดนี้ได้เดินทางไปถึง 'จวนอ๋อง' เพื่อรอรับศพของพวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว!"
สิ้นคำกล่าวนั้น ร่างของมือสังหารก็กระตุกเกร็ง ดวงตาเบิกค้างไร้แววชีวิต ลมหายใจขาดห้วงไปในทันทีโดยไม่ต้องรอให้เซียวจิ่งเหยียนเค้นความลับใดๆ เพิ่มเติม... *ยาพิษสลายวิญญาณที่ถูกซ่อนไว้ในฟันกราม*
ไป๋จินเฉิงหน้าถอดสีลงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในโสตประสาท นางหันขวับกลับไปมองหน้าเซียวจิ่งเหยียนที่บัดนี้พระพักตร์มืดมนดึงเครียดราวนรกภูมิ
"จวนอ๋อง..." ไป๋จินเฉิงพึมพำเสียงสั่น "นี่คือแผนซ้อนแผน... พวกมันรู้ทันแผนการของเราตั้งแต่แรก!"
ในวินาทีที่ความตระหนักรู้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสียงฝีเท้าของม้าเร็วนับร้อยควบตะบ็งฝ่าความมืดเข้ามายังค่ายพักแรมแห่งนี้อย่างเร่งรีบ พร้อมกับราชองครักษ์ประจำพระองค์ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เลือดโทรมกาย ที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวจิ่งเหยียนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ท...ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ราชองครักษ์ละล่ำละลักรายงานเสียงสั่นเครือ "เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน มีพระราชโองการลับจากฮ่องเต้... สั่งให้ปิดล้อมจวนอ๋องทันทีด้วยข้อหา... *กบฏต่อแผ่นดิน!*"
เซียวจิ่งเหยียนนิ่งงัดค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดวงเนตรคมกลาคมจะลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในรอบทศวรรษ...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุกลยุทธ์นี้มาด้วยกันนะครับ
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 23
แผนซ้อนแผนลวงตา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!