กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเรือนรับรองฝ่ายใน กลิ่นหอมหวานปนฉุนกานพลูและเปลือกไม้พยุงนี้ แท้จริงแล้วคืออาวุธไร้คมที่ถูกปรุงขึ้นเพื่อบั่นทอนสติสัมปชัญญะของผู้สูดดมทีละน้อย ไป๋จินเฉิงปรายตามองควันสีขาวนวลที่ลอยละล่องขึ้นจากเตากำยานทองเหลืองรูปหงส์คาบแก้ว มุมปากสลักเสลาแย้มยิ้มเย็นเยียบราวน้ำค้างบนยอดหญ้าฤดูเหมันต์
"ฮูหยินสามช่างใส่ใจยิ่งนัก ส่งกำยานบรรเทาอาการนอนไม่หลับมาให้ข้าถึงเรือน... เกรงว่าหากข้าสูดดมเข้าไปอีกเพียงสามวัน เกรงว่าวิญญาณคงได้ล่องลอยไปเฝ้ายมบาลก่อนวัยอันควรเสียแล้วกระมัง"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางไม่ได้แม้แต่จะชายตามองถาดไม้ลงรักปิดทองที่บ่าวรับผิดชอบถือเข้ามา แต่สายตากลับจดจ่ออยู่กับการบรรจงเขียนอักษรพู่กันจีนลงบนกระดาษเซวียนจื่อแผ่นบาง ลายเส้นพู่กันของนางหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และแฝงไว้ด้วยพลังตบะอันกล้าแข็ง ไม่ต่างจากกระบวนท่ารบในตำราพิชัยสงคราม
เสี่ยวหลัน สาวใช้คนสนิทตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางก้มหน้าต่ำจนคางแทบชิดอก กระซิบเสียงสั่น "คุณหนู... บ่าวได้ยินมาว่ากำยานนี้ฮูหยินรองเป็นผู้กำชับให้บ่าวรับใช้ นำมามอบให้ท่านโดยเฉพาะ เจ้าค่ะ... พวกนางคงไม่กล้าถึงขั้นลงมือปลิดชีพท่านกลางจวนอ๋องหรอกกระมังเจ้าคะ"
"ลงมือหรือ? คนโง่เท่านั้นที่ใช้ยาพิษปลิดชีพศัตรูอย่างโจ่งแจ้ง" จินเฉิงวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเสี่ยวหลัน แววตาคู่คมกริบดุจกระบี่เหล็กกล้าทอประกายวับวับ "ฮูหยินรองจ้าวผู้ทะเยอทะยานและฮูหยินสามผู้เจ้าเล่ห์ สองแม่ลูกคู่นี้เหยียบย่ำมารดาผู้ล่วงลับของข้ามานานเท่าใด เจ้าจำได้หรือไม่... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมชิงอำนาจในเรือนหลังนัก ข้าก็จะสนองตัณหาของพวกมันให้สาสมทีละก้าว"
จดหมายเหตุราชสำนักบันทึกไว้ว่า ความขัดแย้งในเรือนหลังของตระกูลใหญ่เปรียบเสมือนสมรบไร้เสียงคำราม โลหิตมิได้หลั่งรินจากคมดาบ หากแต่ไหลรินจากรอยยิ้มและการหักหลัง
ยามนี้ นอกหน้าต่างเรือนพัก ปีกแมลงทับสีเขียวมรกตต้องแสงแดดยามสายระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบดุจห้องใต้ดิน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดิน
กึก... กึก... กึก...
จังหวะฝีเท้าเช่นนี้มีเพียงผู้เดียวในจวนอ๋องที่ครอบครอง—เซียวจิ่งเหยียน
ประตูไม้แกะสลักลวดลายมังกรหงส์ถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนา ร่างสูงใหญ่สง่างามในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ทะยานเมฆก้าวเข้ามา รัศมีกดดันแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณจนเสี่ยวหลันต้องรีบหมอบกราบลงกับพื้นแทบไม่กล้าหายใจ ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจหินผา กวาดสายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของสตรีผู้เป็นกุนซือในนาม
"เจ้าจุดกำยานอันใด กลิ่นฉุนรุนแรงถึงเพียงนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงตากลับสะท้อนแววห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
ไป๋จินเฉิงไม่ลุกขึ้นทำความเคารพ นางเพียงแย้มรอยยิ้มบางเบา ขยับกายลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน กลิ่นกายหอมสะอาดบริสุทธิ์ของนางปะทะเข้ากับจมูกของเซียวจิ่งเหยียน ยามที่นางหยุดยืนตรงหน้าเขา
"ทูลท่านอ๋อง... ของขวัญต้อนรับจากพี่สะใภ้รองและน้องสามเพิ่งมาถึงเมื่อครู่ กำยานหอมหมื่นลี้บรรเทาความฟุ้งซ่าน... ท่านอ๋องสนใจจะลองสูดดมดูสักคราหรือไม่เล่าเพคะ? เผื่อว่าจะช่วยให้พระทัยที่ร้อนรุ่มยามศึกสงครามสงบลงได้บ้าง" น้ำเสียงของนางเจือแววเย้าแหย่ ทว่าแววตากลับลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง
เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้โดยไม่ลังเล แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ ทว่ามั่นคงและทรงพลังราวกับคีมเหล็ก "ไป๋จินเฉิง... เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตตัวเองมาล่อเสือออกจากถ้ำ"
"หากไม่ยอมให้พวกมันขุดหลุมพลาง แล้วข้าจะฝังพวกมันลงไปทั้งเป็นได้อย่างไรเล่าเพศ" นางเอ่ยตอบทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "หมากกระดานนี้เพิ่งเริ่มเดิน ตาแรกฮูหยินรองส่งยาพิษไร้กลิ่นมาลองเชิง ตาที่สองข้าจะส่งศพส่งคืนพวกมันไปทีละคน... ท่านอ๋องคิดว่า แผนการของข้าชิ้นนี้ พอจะทำให้ท่านรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาได้บ้างหรือไม่"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เคมีอันทรงพลังระหว่างแม่ทัพผู้ไร้ใจกับยอดกุนซือหญิงผู้ใช้ปัญญาแผ่ซ่านระอุขึ้นในอากาศ เซียวจิ่งเหยียนมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มีทั้งความระอา ความเป็นห่วง และความพึงพอใจอย่างลึกซึ้งที่ยากจะหาผู้ใดเทียบเทียมได้ในใต้หล้า
"เจ้ามันคือปีศาจตัวน้อยที่สวรรค์ส่งมาปั่นป่วนชีวิตข้าชัดๆ" เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นและสติปัญญาเป็นเลิศของนาง ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและตึงเครียดในคราวเดียวนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ก้องสะท้อนมาจากนอกเรือน ตามด้วยเสียงเคาะประตูกระชั้นชิดด้วยความร้อนรน
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงของหลี่กงกงขันทีคนสนิทดังแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ท่านอ๋องคุมกำลังพลสามหมื่นนายเดินทางออกจากเมืองหลวงทันทีในคืนนี้ เพื่อไปปราบกบฏที่ชายแดนตะวันตก!"
เซียวจิ่งเหยียนชะงักกุนซือในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบวาบแสงอำมหิตขึ้นในทันที
ไป๋จินเฉิงหรี่ตาลงทันควัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังต้องขนหัวลุก
"ดูเหมือนว่า... หมากตานี้ มิใช่แค่ฮูหยินรองในเรือนหลังเสียแล้วล่ะเพคะท่านอ๋อง... แต่มีคนชักใยอยู่เบื้องหลังราชสำนักจริงๆ เสียแล้ว"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 3
หมากตานี้ผู้ใดเป็นคนเดิน
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!