กลิ่นอายกำยานไม้กฤษณาอบอวลเจือจางในความเงียบสงบของตำหนักบูรพา เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีชาดด้านนอกขับเน้นให้บรรยากาศภายในยิ่งดูวังเวงและบีบคั้นหัวใจ
เซียวจิ่งเหยียนยังคงประทับนิ่ง พระเนตรคมกริบดั่งพญาราชสีห์จ้องมองสตรีในอ้อมพระกรอย่างไม่วางตา ความอบอุ่นจากร่างกายของนางที่แนบชิดอยู่บนอาภรณ์เนื้อดีไม่ได้ทำให้อ๋องผู้เย็นชาเช่นเขาคลายความระแวดระวังลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจที่เคยสงบนิ่งดุจหินผากลับไหววูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจนิยาม
ไป๋จินเฉิงไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคู่นั้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่มุมปาก ดุจเซียนผู้ล่วงรู้ฟ้าดิน
"ท่านอ๋องทรงประคองหม่อมฉันเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมกับธรรมเนียมของราชสำนักสักเท่าใดกระมังครับ" นางจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่แฝงความหยอกเย้า ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม
เซียวจิ่งเหยียนแค่นพระS[ส]รวลในลำคอเบาๆ แววพระเนตรฉายแววทึ่งระคนเยียบเย็น พระองค์ค่อยๆ คลายพระอัจฉะ (วงแขน) ออกอย่างช้าๆ ทว่ายังคงยืนประชิดตัวจนนางแทบจะถอยหลังชนเข้ากับฉากกั้นลายมังกร
"เจ้าเป็นสตรีคนแรกที่กล้าต่อรองกับเปิ่นหวาง (เรา) กลางวงล้อมของทหารองครักษ์เสื้อแพร" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ในถ้ำลึก "ไป๋จินเฉิง เจ้าเป็นใครกันแน่? บุตรีอนุภรรยาผู้ไร้ค่าแห่งจวนเสนาบดี หรือปีศาจจำแลงกายมาเพื่อปั่นป่วนราชสำนักกันแน่?"
จินเฉิงไม่สะทกสะท้าน นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"หม่อมฉันเป็นใคร... คงไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ท่านอ๋องกำลังเผชิญอยู่ ณ เวลานี้หรอกเพคะ... เอ๊ย... มิใช่ ประทานอภัย หม่อมฉันหมายถึง... สิ่งที่พระองค์กำลังทรงกังวลต่างหาก" นางแก้คำพูดอย่างลื่นไหลเมื่อเห็นพระเนตรคมกริบหรี่ลงด้วยความสงสัย
"เจ้าหมายถึงคดีทุจริตคลังเสบียงชายแดนตะวันตก... และเงื่อนงำการตายของใต้เท้าหลี่?" เซียวจิ่งเหยียนตรัสถามเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองปฏิกิริยาของนางทุกกระเบียดนิ้ว
"10 วัน..." จินเฉิงชูนิ้วเรียวยาวขึ้นมาหนึ่งข้าง ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยับด้วยปัญญา "หม่อมฉันให้เวลาท่านอ๋องคิดทบทวน หากไม่มีหม่อมฉันร่วมมือด้วย คดีนี้จะไม่เพียงแต่ทำให้ขุนนางในราชสำนักล้มตายเป็น N[ใบไม้]ร่วงเท่านั้น แต่อาจสั่นคลอนถึงบัลลังก์มังกรที่พระองค์ทรงปกป้องด้วยชีวิตเลยทีเดียว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ภายในห้องทรงพระอักษร กลิ่นหอมของชาผู่อ่อที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอมกรุ่นตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียด เซียวจิ่งเหยียนพิจารณาร่างระหงตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง นางมีความกล้าหาญที่สตรีในห้องหอไม่มี มีมันสมองที่เฉียบคมยิ่งกว่าบัณฑิตจอหงวน และที่สำคัญ... นางมองทะลุปรุโปรดถึงเกมการเมืองที่แม้แต่มหาเสนาบดีเฒ่ายังต้องกุมขมับ
"ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ?" เซียวจิ่งเหยียนตรรัสถามในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล "เปิ่นหวางยื่นมือเข้าช่วยชีวิตเจ้า ย่อมหมายความว่าเจ้าต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าพอ"
"ความปลอดภัยของตระกูลไป๋... และอิสรภาพของหม่อมฉัน" จินเฉิงตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
"หึ เจ้าเกลียดชังบิดาและแม่เลี้ยงของตนเอง มิใช่หรือไยจึงต้องร้องขอความปลอดภัยให้พวกมัน?" พระพักตร์หล่อเหลาดุจเทพเซียนปรากฏรอยยิ้มเยาะหยัน
"หม่อมฉันมิได้ปกป้องพวกเขา แต่หม่อมฉันต้องการใช้พวกเขาเป็น 'เหยื่อล่อ' ตัวสำคัญในการกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังต่างหากเล่า" แววตาของจินเฉิงวาบประกายความอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม "ท่านอ๋อง... ยอดแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสงครามสนามรบ แต่ในสนามการเมืองวังหลวง พระองค์กำลังตกเป็นรองเพราะความซื่อตรง... ให้หม่อมฉันเป็นกุนซือเงาให้พระองค์เถิด แล้วเรามาดูกันว่า ใครกันที่จะต้องคุกเข่าต่อหน้าเรา"
คำกล่าวอ้างอันอาจหาญนี้ หากเป็นผู้อื่นคงถูกประหารชีวิตข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปนานแล้ว แต่สำหรับเซียวจิ่งเหยียน... มันกลับสร้างความเร้าใจในสายโลหิตของนักรบอย่างประหลาด
พระองค์ทรงก้าวเข้าไปประชิดนางอีกก้าวหนึ่ง จนจินเฉิงต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายพระนาสิกของทั้งสองแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจของยอดกุนซือสาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ นางพยายามรักษาอาการสงบไว้อย่างเต็มที่
"ดี..." เซียวจิ่งเหยียนตรรัสช้าๆ ทีละคำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "เปิ่นหวางตกลงร่วมมือกับเจ้า"
พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนาออกไปหมายจะจับมือนางเพื่อทำสัญญาตามธรรมเนียมโบราณ
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูตำหนักดังขึ้นอย่างรวดเร็วขัดจังหวะบรรยากาศอันน่าพิศวงเสียก่อน
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ใต้เท้าสวี อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ถูกลอบปลิดชีพในห้องหนังสือเมื่อครู่ พร้อมกับ... พบป้ายคำสั่งลับของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณในที่เกิดเหตุพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ่งเหยียนชะงัก พระเนตรคมกริบหันขวับกลับมามองไป๋จินเฉิงทันที
ทว่า ใบหน้าของไป๋จินเฉิงกลับไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มสวยอีกครั้ง ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้ามานับร้อยปี... และกระดานหมากตานี้ ได้ถูกเดินโดยนางตั้งแต่แรกแล้ว!
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ
เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน•ตอนที่ 5
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกุนซือทมิฬกับบัลลังก์รักท่านอ๋องสะท้านแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!