แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม•ตอนที่ 2

หมากตาที่หนึ่ง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอับชื้นของคลังเสบียงค่ายทหารรกร้างผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นดินของชายแดนตะวันตก ทำให้บรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการหลักค่ำคืนนี้ดูอึมครึมยิ่งกว่าเดิม บนโต๊ะแผนที่ไม้สนแกะสลัก ไข ไข่มุกราตรีส่องแสงนวลสีฟ้าจางอาบไล้ร่างสูงสง่าของหลี่เฟยหลง แม่ทัพทมิฬผู้กุมชะตากรรมกองทัพพิทักษ์ประจิม นัยน์ตาดั่งน้ำแข็งคู่นั้นกวาดมองรายงานตัวเลขความเสียหายด้วยความเยือกเย็น ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนกลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังคำรามอยู่เบื้องหลังความเงียบงัน "เสบียงสามหมื่นกระสอบถูกเผาทำลายที่ตำบลผาโลหิต รอยไหม้เป็นเชื้อเพลิงน้ำมันสนชั้นดี... ฝีมือของสายลับแคว้นหลิวอย่างไม่ต้องสงสัย" รองแม่ทัพหลิวรายงานเสียงสั่นเทา เขารู้ดีว่าความผิดพลาดครั้งนี้ร้ายแรงเพียงใด ท่ามกลางฤดูหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามาและการศึกที่ยังไม่จบสิ้น การขาดแคลนเสบียงย่อมหมายถึงความพินาศย่อยยับของกองทัพโดยไม่ต้องรอให้ข้าศึกเงื้อดาบฟัน "ส่งคนไปตรวจสอบเส้นทางขนส่งสายรองที่หุบเขาอสูรหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากดดันจนผู้ฟังแทบหยุดหายใจ "เรียนท่านแม่ทัพ เส้นทางนั้น... มีรายงานว่าเกิดดินถล่มปิดกั้นเมื่อสามวันก่อน หน่วยสำรวจยังไม่สามารถทะลวงผ่านกองหินนับพันชั่งได้ทันเวลาขอรับ" หลี่เฟยหลงแค่นเสียงหึในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ดินถล่มธรรมชาติหรือ... เกรงว่าจะเป็นหินผาที่ถูกสลักด้วยดินดำระเบิดตามคำสั่งของ 'หนอนบ่อนไส้' ในเมืองหลวงเสียมากกว่า" ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมทั่วกระโจมอีกครา ก่อนที่ม่านผ้าไหมหนาหนักหน้าทางเข้าจะถูกสะบัดเบาๆ พร้อมกับร่างของทหารยามที่ล้มทรุดลงอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่าไม่มีเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์นักเดินทางสีเทาเข้ม สวมหมวกปีกกว้างคลุมใบหน้าครึ่งซีกก้าวเข้ามาอย่างเยื้องย่างมั่นคง กลิ่นหอมจางของชาอูหลงชั้นดีลอยวนตัดกับกลิ่นคาวเลือดและเหงื่อไคลของค่ายทหารอย่างประหลาด "บังอาจ! ที่นี่คือเขตทหารยามหลวง กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามา!" รองแม่ทัพหลิวชักกระบี่ออกจากฝักพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที ทว่า สตรีในคราบนักเดินทางผู้นั้นเพียงแค่สะบัดพัดเหล็กจารึกอักษรในมือเบาๆ ปลายพัดกระแทกเข้าที่จุดชีพจรบนข้อมือของรองแม่ทัพหลิวอย่างแม่นยำและรวดเร็วจนน่าตกใจ แรงปะทะเพียงน้อยนิดกลับทำให้กระบี่ในมือหลุดร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง พร้อมกับร่างของรองแม่ทัพที่เซถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตื่นตระหนก "ฝีมือเปิ่นเฉิง (แย่มาก) นัก... กองทัพพิทักษ์ประจิมขึ้นชื่อเรื่องความเกรียงไกร เหตุไฉนยามนี้จึงเหลือเพียงสุนัขเฝ้าบ้านที่ตื่นตูมกับลมพัดผ่านเล่า" น้ำเสียงใสกระจ่างดั่งไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับมือเรียวบางที่เอื้อมขึ้นถอดหมวกปีกกว้างออก เปิดเผยใบหน้างดงามล้ำเลิศที่สะกดให้ทุกลมหายใจในกระโจมต้องสะดุด นัยน์ตาดั่งหงส์คู่นั้นพินิจพิเคราะห์หลี่เฟยหลงด้วยรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก หลี่เฟยหลงยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง นัยน์ตาดั่งน้ำแข็งหรี่แคบลงเล็กน้อย ประเมินสตรีตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณนักรบ นางไม่ใช่แค่ชาวยุทธ์ทั่วไป กลิ่นอายความเยือกเย็นและรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นคมมีดเช่นนี้ มีเพียงผู้ที่ผ่านการชิงไชยในราชสำนักมาอย่างโชกโชนเท่านั้นจึงจะมีได้ "เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงบุกรุกค่ายทหารหลวง มีโทษสถานเดียวคือประหาร" หลี่เฟยหลงเอ่ยเสียงเยียบเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า สตรีผู้นั้นหาได้มีความหวาดกลัวไม่ นางสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหยิบแผนเส้นทางเสบียงที่ถูกทำลายขึ้นมาพิจารณา "ข้าคือผู้ที่จะต่อลมหายใจให้กองทัพของท่าน... นามของข้าไม่สำคัญเท่ากับข้อเสนอที่ข้าถือมาหรอกท่านแม่ทัพหลี่" เหวินซูเจินเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นทอประกายล้ำลึกราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงกลยุทธ์ทั้งหมดที่เขากำลังวางแผน "ต่อลมหายใจ? เสบียงสามหมื่นกระสอบถูกเผา เส้นทางถูกตัดขาด เจ้าเด็กน้อย... เอาอะไรมาพูดจาใหญ่โต" รองแม่ทัพหลิวเค้นเสียงตวาดด้วยความโมโห เหวินซูเจินไม่แม้แต่จะชายตามองรองแม่ทัพ นางหันไปจ้องมองหลี่เฟยหลงโดยตรง รอยยิ้มที่มุมปากลึกซึ้งขึ้นราวกับกำลังเล่นหกระดานกับพญามาร "เสบียงหลวงถูกเผาจริง แต่เสบียงสำรองของตระกูลหลี่ที่ซ่อนไว้ใต้ดินลึกสามจั้ง ณ อารามร้างนอกเมืองย่อมยังอยู่ครบใช่หรือไม่ท่านแม่ทัพ? และเส้นทางขนส่งที่ท่านคิดว่าถูกปิดกั้นด้วยดินถล่ม แท้จริงแล้วเป็นอุโมงค์ลับที่ท่านสร้างไว้ใช้ยามฉุกเฉิน... น่าเสียดายที่ท่านคาดไม่ถึงว่า มีคนล่วงรู้ความลับนี้และกำลังจะใช้มันเป็นทางเข้าตีตลบหลังท่านในคืนวันเพ็ญนี้" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในกระโจมราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บ หลี่เฟยหลงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างกำยำจนรองแม่ทัพหลิวถึงกับเข่าอ่อน ความลับสูงสุดของตระกูลหลี่ แม้แต่คนสนิทในกองทัพยังไม่ล่วงรู้ เหตุใดสตรีแปลกหน้าผู้นี้จึงรู้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้! "เจ้าเป็นใครกันแน่... และต้องการอะไรจากการล่วงรู้ความลับนี้" หลี่เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง กลิ่นอายอันตรายแผ่พุ่งจนปลายเส้นผมของเหวินซูเจินปลิวไสว ทว่านางกลับแย้มยิ้มอย่างท้าทาย ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นกระตุกวูบ "ข้าต้องการหัว 'โจรภูเขา' ที่สวมชุดเกราะแม่ทัพพิทักษ์แคว้น... และข้ามาเพื่อร่วมเดิน 'หมากตาที่หนึ่ง' กับท่าน เพื่อโค่นบัลลังก์มังกรที่เน่าเฟะนั่นด้วยกัน... ท่านแม่ทัพผู้เย็นชา" เหวินซูเจินผละตัวออกถอยหลังไปหนึ่งก้าว พร้อมกับโยนป้ายหยกประจำตัวฮ่องเต้เฉินจงลงบนโต๊ะไม้ท่ามกลางกองแผนที่ เสียงป้ายหยกกระทบไม้ดังชัดเจนกังวาน และก่อนที่หลี่เฟยหลงจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เสียงกลองศึกจากค่ายกลด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับควันไฟสีดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี! ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกานี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%