เสียงไม้เรียวฟาดลงบนพื้นไม้สนอายุกว่าร้อยปีในกระโจมบัญชาการดังขึ้นกังวาน ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว
แผ่นหลังของนายกองคลังเสบียงสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความเย็นเยือกของแดนเหนือหาได้มาจากหิมะที่โปรยปรายอยู่เบื้องนอกไม่ หากแต่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าในชุดเกราะหนังสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวง บุรุษผู้ยืนหันหลังให้อย่างสงบนิ่งผู้นั้นคือ หลี่เฟยหลง แม่ทัพทมิฬแห่งบูรพาทิศ นัยน์ตาดั่งน้ำแข็งคู่นั้นกวาดมองบัญชีเสบียงในมือด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง
"เสบียงกองทัพสำหรับสามเดือน เหตุใดจึงร่อยหรอลงไปครึ่งหนึ่งภายในเวลาเพียงสามสัปดาห์?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบเฉย ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคนในกระโจม นายกองคลังเสบียงโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ
"ท... ทูลท่านแม่ทัพ ปีนี้ภัยหนาวมาเยือนเร็วกว่ากำหนด การขนส่งจากเมืองหลวงติดขัดอุทกภัยทางเหนือ อีกทั้ง... อีกทั้งพวกโจรป่าคอยดักปล้นเส้นทางลำเลียง ข้าน้อยได้พยายามสุดความสามารถแล้วขอรับ!"
หลี่เฟยหลงยังคงนิ่งเงียบ เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ชิด กลิ่นอายของสนามรบและกลิ่นอายอันเย็นชาแผ่กระจายออกมารอบกาย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวพลิกกระดาษบัญชีแผ่นนั้นช้าๆ ทุกการกระทำเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนลำคอได้ทุกเมื่อ
"โจรป่าดักปล้นเส้นทางสายหลัก?" หลี่เฟยหลงทวนคำ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น "เส้นทางที่กองทัพหลวงใช้ขนส่ง มีทหารคุ้มกันนับร้อย ไฉนจึงพ่ายแพ้แก่โจรป่ากลุ่มกระจอกได้ หรือเพราะโจรกลุ่มนั้นมีฝีมือล้ำเลิศเกินกว่ากองทัพของเปิ่นหวังจะปราบปราม"
"ข้าน้อยมิกล้า! ข้าน้อยมิกล้า!" นายกองคลังเสบียงละล่ำละลักละลานเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ม่านหน้ากระโจมก็ถูกสะบัดออกเบื้องหลัง สายลมหนาวยะเยือกพัดพาเกล็ดหิมะเข้ามาวูบหนึ่ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดคลุมขนจิ้งจอกสีเทาอ่อน นางก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศอันนองเลือดนี้แม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตาดั่งหงส์ที่ฉายแววเฉลียวฉลาดล้ำลึก เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นหยกสลักลายเมฆ
นางคือ เหวินซูเจิน กุนซือหญิงผู้เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เดินทางมาประจำการ ณ ค่ายชายแดนแห่งนี้ตามราชโองการลับ
ซูเจินกวาดสายตาปราดเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงาม ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสราดรดความร้อนรุ่มในกระโจมให้สงบลง
"ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ ข้าน้อยคิดว่านายกองผู้นี้มิได้พูดปด เส้นทางสายหลักอาจถูกปล้นจริงดังว่า... เพียงแต่สิ่งที่ถูกปล้นไป หาใช่เสบียงข้าวสารไม่"
หลี่เฟยหลงชะงัก นัยน์ตาน้ำแข็งหันขวับมาจ้องมองสตรีผู้มาใหม่ ความสงสัยฉายชัดขึ้นในแววตาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
ซูเจินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่ ปลายเรียวนิ้วชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์บนแผนที่หนังแกะ "ในบัญชีระบุว่าเสบียงหมวดข้าวสารและเกลือสมุทรหายไปจำนวนมหาศาล ทว่าหากพิจารณาจากปริมาณม้าศึกและจำนวนพลทหารในค่าย ณ ปัจจุบัน อาหารแห้งเหล่านี้ไม่มีทางถูกบริโภคหมดภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้อย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่า... มันถูกแอบขนย้ายออกไปในยามวิกาล เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งอื่นที่ทรงคุณค่ามากกว่าในสายตาของ 'ผู้ชักใย'"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของหลี่เฟยหลงอย่างไร้ความเกรงกลัว แววตาคู่นั้นทั้งลุ่มลึกและเปี่ยมด้วยปัญญา ราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการสกปรกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังค่ายทหารแห่งนี้
"สิ่งอื่นที่ว่า... คืออะไร?" หลี่เฟยหลงถามเสียงต่ำ
"อาวุธเหล็กกล้าชั้นดี และ... จดหมายลับจากแคว้นเป่ยหลิว" ซูเจินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดแต่ละคำกลับหนักแน่นราวน้ำหนักพันชั่ง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมกระโจมบัญชาการอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก หลี่เฟยหลงพิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ กุนซือหญิงผู้นี้มิเพียงแต่มีความกล้าหาญ หากแต่ยังมีสายตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยว ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายบางอย่างในตัวนางทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับเคยพบกันในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำอันมืดมน
ก่อนที่หลี่เฟยหลงจะได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานขององครักษ์ประจำตัวที่หน้ากระโจม
"เรียนท่านแม่ทัพ! มีม้าเร่งจากเมืองหลวงส่งตรงถึงมือท่าน เป็นพระราชโองการด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เฟยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขายื่นมือมารับม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองประทับตราหยกจากมือองครักษ์ เมื่อคลี่ออกอ่าน นัยน์ตาน้ำแข็งที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับต้องหรี่แคบลงอย่างอันตราย
ข้อความในพระราชโองการลับเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า: *'จับตาดูกุนซือเหวินซูเจิน นางคือบุตรสาวของกบฏแผ่นดิน ผู้ใดขัดขวางการประหาร ให้ถือว่ามีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด'*
หลี่เฟยหลงเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบดั่งมีดดาบพุ่งตรงไปยังสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที ขณะที่เหวินซูเจินยังคงแย้มยิ้มบางเบา นางค่อยๆ เอื้อมมือหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับล่วงรู้เนื้อความในพระราชโองการนั้นอยู่ก่อนแล้ว...
---
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกานี้ด้วยกันนะครับ
แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม•ตอนที่ 1
รอยเท้าในกองทัพ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
