กลิ่นชาผู๋เอ๋อร์เก่าแก่ย่างปีที่สิบห้าอบอวลคละคลุ้งผสมกับกลิ่นหมึกชั้นดีบนโต๊ะไม้จันทน์แดง ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับของค่ายทหารประจิมกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ หลี่เฟยหลงนั่งนิ่งสงบดั่งรูปสลักหิน นัยน์ตาดั่งน้ำแข็งคู่นั้นกวาดมองม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่กางอยู่เบื้องหน้า โดยมีเหวินซูเจินยืนสงี่ยมอยู่ปลายโต๊ะ อาภรณ์สีขาวปักลายเมฆสีเงินไหววูบตามจังหวะการหายใจแผ่วเบา รัศมีแห่งความสุขุมรอบคอบแผ่ออกมาจากตัวนางจนแม้แต่ทหารยามหน้าประตูก็ยังไม่กล้าหายใจแรง
"เจ้าบอกว่า แคว้นเป่ยหลี่จะส่งเสบียงผ่านช่องเขาอูหลิงในอีกสามวัน..." หลี่เฟยหลงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย ทว่าแฝงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับสติสัมปชัญญะของผู้ฟัง "แต่หน่วยสอดแนมของข้าเพิ่งรายงานเมื่อยามโฉยว่า กองทัพหน้าของเป่ยหลี่เปลี่ยนเส้นทางไปทางหนองน้ำหลิ่วโจวแล้ว ข่าวกรองของเจ้า... ผิดพลาดตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบกระนั้นหรือ กุนซือเหวิน"
ประโยคคำถามที่เต็มไปด้วยข้อกังขาไม่ได้ทำให้เหวินซูเจินสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงแย้มสร้อยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ราวกับดอกเหมยที่แย้มกลีบกลางพายุหิมะ
"ท่านแม่ทัพหลี่โปรดอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าข้าพเจ้าคำนวณพลาดเลยครับ" ซูเจินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามั่นคงในทุกพยางค์ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้จันทน์อีกครึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวชี้ลงบนจุดสีแดงที่ถูกแต้มไว้บนแผนที่ "หน่วยสอดแนมของท่านเห็นกองทัพหน้าเดินทัพไปยังหนองน้ำหลิ่วโจว นั่นคือ 'ภาพลวงตา' ที่แม่ทัพศัตรูจงใจจัดฉากขึ้นเพื่อตบตา กองทัพจริงหาได้เคลื่อนพลไปทางนั้นไม่ แต่พวกมันซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเงาจันทร์ รอเวลาให้กองเสบียงเคลื่อนผ่านช่องเขาอูหลิงตามที่ข้าพเจ้าคาดการณ์ไว้แต่แรกต่างหาก"
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขาไม่ชอบความมั่นใจที่เกินพอดีของสตรีตรงหน้า และยิ่งไม่ชอบใจที่นางสามารถอ่านความคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง
"เหตุใดข้าจึงต้องเชื่อคำพูดของเจ้า บนโต๊ะนี้มีเพียงแผนที่และคำกล่าวอ้าง ลำพังแค่การคาดเดาไม่เพียงพอที่จะแลกกับชีวิตทหารนับหมื่นนายในชายแดน" แม่ทัพทมิฬเอ่ยเสียงเฉียบขาด ยื่นมือไปหยิบป้ายคำสั่งทองคำมาถือไว้ "หากเจ้าต้องการพิสูจน์ว่าเจ้าคู่ควรกับตำแหน่งกุนซือของกองทัพประจิม จงรับโจทย์นี้... ภายในหนึ่งก้านธูป เจ้าต้องวางแผนกลยุทธ์ 'ล้อมเมืองตีค่าย' เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของเป่ยหลี่ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามใช้กำลังพลเกินสามพันนาย และห้ามใช้กองทหารม้า"
โจทย์ข้อนี้โหดเหี้ยมและเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ การล้อมเมืองโดยไม่มีทหารม้าและใช้กำลังพลเพียงน้อยนิด เท่ากับการส่งคนไปตายกลางวงล้อมของศัตรูชัดๆ ข้าราชบริพารหลายคนต่างพากันกลืนน้ำลายฝืดคอด้วยความหวาดแทน
ซูเจินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมัน ทอประกายล้ำลึกราวกับห้วงมหาสมุทร นางก้มลงมองแผนที่อย่างพินิจพิเคราะห์ สมองทำงานอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น
หลี่เฟยหลงเฝ้ามมองปฏิกิริยาของนางทุกกระเบียดนิ้ว หัวใจที่ด้านชามานานนับปีมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้น ลึกๆ แล้วเขารอดูว่าสตรีผู้นี้จะพังทลายลงด้วยความกดดัน หรือจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาให้เขาได้ประหลาดใจอีกครั้ง
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป ควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นช้าๆ ซูเจินก็เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยอีกครั้ง นางหยิบพู่กันจุ่มหมึกดำสนิท แล้วลากเส้นตวัดลงบนแผนที่อย่างเด็ดขาด
"ท่านแม่ทัพ... หากเราไม่ใช้กำลังพลบุกเข้าตีตรงๆ เหตุใดเราไม่ใช้ 'ลม' เป็นอาวุธเล่าครับ" ซูเจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานน่าฟัง ทว่าเต็มไปด้วยกลอุบายล้ำลึก "ในคืนนี้ ทิศทางลมที่ช่องเขาอูหลิงจะเปลี่ยนจากทิศใต้เป็นทิศเหนืออย่างฉับพลัน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง..."
ขณะที่เหวินซูเจินกำลังอธิบายกลยุทธ์อันแยบยลจนหลี่เฟยหลงต้องนิ่งอึ้งและยอมรับในความปราดเปรื่องของนางทีละน้อยนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเกือกม้าดังสนั่นหวั่นไหวก็แหวกความเงียบยามวิกาลเข้ามา ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง นายกองทัพผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยเนื้อตัวที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและฝุ่นควัน
"ท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" นายกองละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้ปลดท่านจากการเป็นแม่ทัพใหญ่กองทัพประจิมทันที และส่งตัว... ส่งตัวคุณชายซูเจินกลับไปรับโทษทัณฑ์ฐานกบฏ ณ เมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงานนั้น รัศมีเยือกเย็นรอบกายหลี่เฟยหลงก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด นัยน์ตาน้ำแข็งคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่เหวินซูเจินซึ่งยืนอยู่ข้างกาย กลับชะงักค้างไปชั่วอึดใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม เมื่อปมแค้นที่นางเฝ้าปกปิดไว้กำลังถูกกระชากออกมากลางแสงไฟ
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกานี้ด้วยกันนะครับ
แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม•ตอนที่ 3
สายลมที่เปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
