หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 26

เส้นทางสู่จุดสูงสุด

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"ถอดหน้ากากที่เจ้าสวมอยู่ออกเสียที ริน... เพราะข้าเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า ระหว่าง 'ระบบ' กับ 'หัวใจ' ของเจ้า สิ่งไหนกันแน่ที่กำลังจะพังทลายลงก่อนกัน" น้ำเสียงของเซร่าที่ดังสะท้อนอยู่ในมโนภาพนั้นเย็นเยียบและเฉียบคมดุจใบมีดโกน ผมไม่ได้ตอบโต้ในทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างของหอคอยทมิฬชั้นที่ 99 กลิ่นอายของเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นโอโซนจากพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวยังคงคุกรุ่น มือขวาของผมที่สวมถุงมือหนังเนื้อละเอียดกำแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ ผมมองไปที่ฝ่ามือตนเอง พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ควรจะเป็นเวทรักษาอันอบอุ่น บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยเส้นสายสีดำทมิฬที่คดเคี้ยวราวกับงูพิษ นี่คือสิ่งที่ระบบมอบให้เพื่อแลกกับการ 'ก้าวข้ามขีดจำกัด' ของมนุษย์ ผมกลายเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยมือที่เปื้อนคราบของสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา "เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อตั้งคำถามเรื่องหน้ากากของผมหรอก เซร่า" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดัน "เธอมาที่นี่เพื่อยืนยันว่า 'ผู้เล่น' คนนี้พร้อมจะกลายเป็นหมากตัวสุดท้ายที่พังทลายกระดานนี้แล้วหรือยัง ต่างหาก" เซร่าปรากฏกายขึ้นในรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูไร้ที่ติ เธอเยื้องกรายเข้ามาใกล้ ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอมองลึกเข้ามาในดวงตาผม เหมือนพยายามควานหาเศษเสี้ยวของรินที่เป็นเพียงฮีลเลอร์ใจดีเมื่อครั้นอดีต แต่เธอจะพบสิ่งนั้นได้อย่างไร ในเมื่อผมเผาทิ้งมันไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ถูกเพื่อนร่วมทีมทิ้งให้ตายในดันเจี้ยนระดับ S "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก ริน" เธอยกมือขึ้นลูบไล้แก้มผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นจัดจนน่าขนลุก "แต่น่าเสียดายที่กฎของระบบไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้เจ้าชนะ มันถูกเขียนขึ้นเพื่อให้เจ้าเป็นภาชนะ... ภาชนะที่ทรงพลังที่สุดในการรองรับ 'การดับสูญ' ครั้งใหญ่" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าข้อมือของเธอไว้อย่างรวดเร็ว แรงมหาศาลที่ถูกเพิ่มพูนด้วยเลเวลที่ทะลุขีดจำกัดทำให้พื้นหินใต้เท้าผมแตกร้าว แรงบีบนั้นมากพอจะทำลายกระดูกมนุษย์ได้ แต่เซร่ากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เธอเพียงแค่แย้มยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ "ภาชนะงั้นเหรอ?" ผมโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอ "ถ้าผมคือภาชนะ งั้นผมก็ขอเป็นภาชนะที่ล้นปรี่ไปด้วยพลัง จนกระทั่งมันระเบิดใส่หน้าของคนที่วางระบบนี้ขึ้นมาก็แล้วกัน" บรรยากาศรอบตัวสั่นไหว พลังเวทสีดำพุ่งพล่านออกมาจากร่างของผมจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ผมไม่ได้ใช้ทักษะการรักษาเพื่อเยียวยาใครมานานแล้ว ในทางกลับกัน ทุกครั้งที่ผมปล่อยพลังออกไป มันคือการทำลายล้างโครงสร้างโมเลกุลของทุกสิ่งที่ขวางหน้า ผมไม่ใช่ฮีลเลอร์อีกต่อไป ผมคือหายนะที่สวมชุดกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ผมก้าวเดินออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ ทิ้งให้เซร่ายืนอยู่เพียงลำพังกลางห้องโถงที่กำลังพังทลายลง เป้าหมายของผมคือยอดสูงสุดของหอคอยทมิฬ ที่นั่นคือจุดที่ 'แก่นแท้ของระบบ' ถูกเก็บงำเอาไว้ หากผมต้องเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อที่จะทำลายกำแพงแห่งโชคชะตานี้ทิ้ง ผมก็พร้อมจะทำ แม้ว่าในตอนจบ ผมจะต้องกลายเป็นปีศาจที่โลกไม่ต้องการก็ตาม ขณะที่ผมก้าวเท้าออกไปยังระเบียงเปิดโล่งของหอคอย เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงที่รออยู่เบื้องล่าง แสงจากดวงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของผม ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว แต่มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์แบบเดิมที่เซร่าใช้ มันเป็นเสียงของ 'ใครบางคน' ที่ผมรู้จักดี... เสียงของเพื่อนร่วมทีมที่ผมเคยคิดว่าตายไปแล้วในวันนั้น "ริน... อย่าได้ก้าวเท้าออกไปจากหอคอยนั้นเด็ดขาด" เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ "เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องล่างนั่น ไม่ใช่ศัตรู... แต่มันคือ 'ตัวตน' อีกร่างหนึ่งของนาย ที่รอคอยการกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่นายแย่งชิงไป" ผมชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ ขณะที่เงาสีดำทมิฬเบื้องล่างเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่เหมือนกับผมราวกับพิมพ์เขียว ทุกอย่างที่ผมสร้างมา ทุกเลเวลที่ผมสะสมมา... กำลังจะถูกพิพากษาด้วยตัวของผมเอง ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายและงดงามของหมอเทวะแรงก์ SSS มาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%