“ถ้าหมัดของเจ้าที่ปลิดชีพพวกเศษเดนมนุษย์คือสัญชาตญาณฆาตกร แล้วเหตุใดเลือดที่ไหลทะลักออกมาถึงให้ความรู้สึกเหมือน ‘น้ำทิพย์’ ที่กำลังรดน้ำลงบนเมล็ดพันธุ์แห่งความทรงจำที่เหี่ยวเฉาของเจ้ากันล่ะ ริน?”
เสียงของเซร่าดังสะท้อนอยู่ในมโนภาพของผม ท่ามกลางภาพความทรงจำที่แตกกระจายเหมือนเศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ผมยืนนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพังของรังโจรที่ผมเพิ่งบดขยี้ด้วยหมัดเปล่า มือขวาของผมสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงปะทะที่หลงเหลืออยู่ยังคงเต้นตุบๆ เหมือนหัวใจอีกดวงที่พยายามจะตะเกียกตะกายออกมาจากกระดูก
ผมก้มมองฝ่ามือที่เปื้อนเลือด... เลือดของศัตรูที่บังอาจเข้ามาล้ำเส้นในเวลาที่ผมต้องการความสงบที่สุด
“อย่าพูดเหมือนเจ้าเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์หน่อยเลย เซร่า” ผมเอ่ยขึ้น ลมหายใจที่หอบถี่เริ่มคงที่ “เจ้าเป็นแค่โค้ดดิ้งที่ถูกสร้างขึ้นในหอคอยทมิฬ อย่ามาทำเป็นตั้งคำถามกับสันดานดิบที่เจ้าเองก็เป็นคนมอบ ‘พลัง’ นี้ให้ผม”
เซร่าหัวเราะเบาๆ ในหัวของผม เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขัน “ข้าไม่ได้มอบพลังให้เจ้า ริน... ข้าแค่เป็นพยานว่า ‘เจ้าคนเดิม’ ที่เจ้าพยายามกดทับไว้ มันได้ตายไปตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกจะหยิบชุดกาวน์มาสวมเพื่ออำพรางหมัดนรกคู่นี้แล้ว”
ผมไม่ตอบโต้ แต่แล้วทุกอย่างรอบตัวก็เปลี่ยนไป ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นยามค่ำคืนเหนือกรุงโซลกลับบิดเบี้ยว มันไม่ได้มืดมิด แต่มันกำลัง ‘ปริแตก’ ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกคมมีดกรีดผ่าน ใจกลางเมืองหลวงปรากฏมิติทรงกลมสีดำสนิทที่ไม่สะท้อนแสงใดๆ ทั้งสิ้น มันขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว กวาดกลืนตึกระฟ้าและแรงกดดันทางอากาศให้พุ่งสูงขึ้นจนฮันเตอร์รอบข้างถึงกับกระอักเลือด
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าผมจนแสบตา
[ประกาศเตือนระดับภัยพิบัติ: ดันเจี้ยนระดับ SSS 'หอคอยแห่งบาปที่ถูกลืม' ปรากฏขึ้น ณ ใจกลางเมือง]
[เงื่อนไขการเคลียร์: ฆ่าหรือถูกฆ่า]
[หมายเหตุ: ระบบรับรองว่า นี่คือที่ที่คำตอบเรื่องความทรงจำที่หายไปของท่าน... รอคอยอยู่]
ผมหรี่ตามองรอยแยกมิตินั้น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนทั่วไป แรงกดดันที่แผ่ออกมามันรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวหนาแน่นเหมือนปรอท มันคือสถานที่ที่กักเก็บความลับของตัวตนที่แท้จริงของผมเอาไว้
"เซร่า... นี่คือสิ่งที่เจ้าพยายามจะบอกงั้นหรือ?" ผมพึมพำขณะเดินตรงไปยังศูนย์กลางของแรงดึงดูด
"นี่คือบททดสอบสุดท้าย ริน" เซร่าตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม "ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงเป็นฮีลเลอร์ที่ต่อยคนตายได้โดยไม่รู้ตัว ก็จงก้าวเท้าเข้าไปในนั้นเสียเถอะ เพราะเมื่อประตูบานนี้ปิดลง... โลกที่เจ้าเคยรู้จักจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป"
ในวินาทีที่ผมก้าวเข้าสู่รอยแยกมิติ แรงลมมหาศาลปะทะเข้ากับใบหน้าจนแสบไปหมด เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผมไม่ได้อยู่ในห้องมืดหรือคุก แต่กลับมายืนอยู่ในโถงทางเดินที่คุ้นเคย... เป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอดีตที่ผมเคยทำงานอยู่ แต่ทว่า พื้นที่รอบข้างกลับเต็มไปด้วยศพของฮันเตอร์ระดับสูงที่ผมเคยรู้จัก พวกเขาทุกคนนอนตายในท่าทางที่บิดเบี้ยว และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ บาดแผลที่หน้าอกของพวกเขาแต่ละคน... มันคือรอยหมัดที่สมบูรณ์แบบ แบบเดียวกับที่ผมใช้เมื่อครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน
ผมทรุดเข่าลง สั่นสะท้านไปทั้งตัว หรือว่าผมเคยมาที่นี่แล้ว? หรือว่าผมไม่ใช่ฮีลเลอร์ที่มาช่วยคน แต่เป็น ‘ต้นตอ’ ของการฆ่าล้างบางครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กันแน่?
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังมาจากสุดโถงทางเดิน ผมเงยหน้าขึ้นมองผ่านหมอกควันแห่งความสับสน เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด มันเป็นร่างชายหนุ่มที่สวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาแบบเดียวกับผมไม่มีผิดเพี้ยน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น คือใบหน้าของชายคนนั้น... มันคือใบหน้าของผมในกระจกตอนที่ผมยัง ‘ไร้เดียงสา’
เขายิ้มให้ผม ยิ้มที่ดูอ่อนโยนจนน่าขนลุกก่อนจะชูกำปั้นที่โชกไปด้วยเลือดขึ้นมา
"หมอครับ... ได้เวลาผ่าตัดคนไข้เคสสุดท้ายของเราแล้วนะครับ"
ความสับสนที่กัดกินหัวใจผมพุ่งถึงขีดจำกัด เมื่อร่างจำลองนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าผมหลายเท่าตัว พร้อมกับหมัดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างตรงหน้า!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและเปี่ยมด้วยปริศนาของหมอเทวะคนนี้ครับ!
หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 24
ดันเจี้ยนระดับพระเจ้าเปิดออก
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!