“นี่คือสิ่งที่พวกคุณเรียกว่า ‘การพัฒนาศักยภาพฮันเตอร์’ อย่างนั้นหรือครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงลับใต้ดินที่มืดมิด กลิ่นคาวเลือดผสมกับสารเคมีเข้มข้นจนชวนสะอิดสะเอียน รินยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกบานยักษ์ที่บรรจุร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เขารู้จัก—เขาคือฮันเตอร์หน้าใหม่ที่เคยทักทายรินด้วยรอยยิ้มสดใสเมื่อสัปดาห์ก่อน ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงร่างที่ถูกพันธนาการด้วยสายระโยงระยางและอักขระเวทมนตร์สีเลือด
“ริน... นายไม่ควรมาเห็นที่นี่” เสียงของ ‘เซร่า’ ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา น้ำเสียงของเธอในครานี้ไม่ได้ราบเรียบเหมือนเอไอทั่วไป แต่มันสั่นไหวอย่างประหลาด “ความจริงบางอย่าง... แลกมาด้วยชีวิตที่หนักเกินกว่าที่ฮีลเลอร์คนหนึ่งจะแบกรับได้”
รินไม่ได้ตอบโต้ เขาขยับถุงมือสีขาวสะอาดขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับแผงควบคุมโฮโลแกรมที่กระพริบแสงสีแดงสลัว ข้อมูลที่ไหลผ่านนัยน์ตาของเขาไม่ใช่ระดับพลังที่เพิ่มขึ้น แต่มันคือบันทึก ‘การสกัดแก่นพลังงานมนุษย์’ เพื่อผลิตยาเพิ่มระดับแรงก์ในตลาดมืด
“หึ...” รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก “กิลด์ที่ประกาศตัวเป็นผู้พิทักษ์มวลมนุษย์ กลับกำลังดูดกลืนชีวิตของคนในกิลด์ตัวเองเพื่อสร้าง ‘สัตว์ประหลาด’ ที่มีระดับพลังสูงขึ้น พวกเขาลืมไปแล้วใช่ไหมครับว่า รากฐานของพลังที่ได้มาจากการสังเวยเพื่อนมนุษย์ มันก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจที่พวกเราคอยล่า”
เขากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ ในความเงียบ เส้นเลือดที่มือปูดโปน รินไม่ใช่ฮีลเลอร์สายเมตตาอีกต่อไปแล้ว หลังจากถูกหักหลังและถูกผลักให้ไปตายในดันเจี้ยนระดับ S ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่า ‘ความใจดี’ ในโลกของฮันเตอร์นั้นมีค่าเท่ากับ ‘ความโง่เขลา’
“ริน ระวังข้างหลัง!” เซร่าตะโกนก้อง
รินไม่ต้องหันกลับไปมอง เขาสัมผัสได้ถึงแรงลมที่พุ่งเข้ามาจากความมืด แรงกดดันมหาศาลบ่งบอกถึงระดับพลังที่สูงกว่าฮันเตอร์ทั่วไป รินเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ หมัดของศัตรูลึกลับกระแทกเข้ากับผนังห้องจนรอยร้าวขยายวงกว้างราวกับใยแมงมุม
มันคือ ‘ผู้คุมกฎ’ ของกิลด์ที่รินเคยให้ความเคารพ
“แกไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาใครใช่ไหม ริน” ชายร่างยักษ์ในชุดคลุมสีดำสนิทกล่าวขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเหมือนคนไม่ได้ใช้ลำคอมานาน “แกมาเพื่อปิดฉากความลับนี้... แต่น่าเสียดายที่แกไม่มีวันได้ออกจากดันเจี้ยนนี้ในฐานะ ‘ฮีลเลอร์’ อีกต่อไป”
รินคลี่ยิ้ม—เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้คุมกฎถึงกับชะงัก รินปลดปล่อยพลังเวทมนตร์แห่งการรักษาออกมา แต่แทนที่จะเป็นแสงสีทองอันอบอุ่น มันกลับกลายเป็นไอหมอกสีดำมืดมิดที่ควบแน่นรอบหมัดของเขา นี่คือวิชา ‘ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาต’ ที่เขาคิดค้นขึ้นจากเศษซากของความแค้น
“ผมไม่ได้มาเพื่อรักษาชีวิตใครครับ” รินก้าวเข้าไปหาศัตรูอย่างมั่นคง “ผมมาที่นี่เพื่อ ‘ตัดวงจร’ แห่งความเสื่อมทรามนี้ทิ้งซะ”
เขาง้างหมัดที่สั่นไหวด้วยพลังงานทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ในจังหวะที่หมัดของเขากำลังจะกระแทกเข้ากับร่างของผู้คุมกฎ หน้าจอมอนิเตอร์ในห้องลับก็พลันดับวูบลง ก่อนจะปรากฏภาพสดจากกล้องวงจรปิดของชั้นบนสุดของกิลด์—ภาพที่ทำให้รินต้องหยุดชะงัก
ในภาพนั้น... มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นเคยที่สุดกำลังเดินเคียงข้างกับหัวหน้ากิลด์ที่ทรยศเขา เธอคนนั้นคือคนเดียวกับที่รินเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่วันนี้ เธอคนนั้นกลับถือสมุดบันทึกเล่มเดียวกับที่รินถืออยู่ และส่งยิ้มให้หัวหน้ากิลด์ด้วยความชื่นชม
“ริน... ดูเหมือนว่าความจริงที่คุณพบ จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่เขาวางไว้เพื่อล่อคุณมาที่นี่ตั้งแต่วันแรกแล้วนะ” เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิม “และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บุคคลที่อนุมัติให้มีการทดลองนี้ คือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตครับ”
รินชะงักค้าง หมัดที่กำลังจะซัดเข้าหน้าศัตรูค่อยๆ ลดต่ำลง ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อเห็นรอยยิ้มบนหน้าจอ... มันคือรอยยิ้มที่เขาเคยคิดว่าบริสุทธิ์ที่สุด แต่วันนี้เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า มันคือรอยยิ้มเดียวกับที่ส่งเขาไปสู่ความตายในดันเจี้ยนเมื่อปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังจะเปิดเผยนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับผม
หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 13
ความจริงหลังม่านดันเจี้ยน
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!