คมดาบสีเงินกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว รัศมีของมันเย็นเยียบจนผิวหนังของผมรู้สึกชาหนึบ แต่ทว่าในวินาทีที่ปลายคมนั้นห่างจากลำคอของผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ผมกลับไม่แม้แต่จะกระพริบตา
"จำลองสถานการณ์ได้สมจริงดีนี่ เซร่า..." ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางเอื้อมมือออกไปจับคมดาบเปล่งประกายนั้นไว้ด้วยมือเปล่า
เลือดยังไม่ทันหยด ความร้อนจากการประจุมานาในกระแสเลือดของผมก็ทำให้ดาบสีเงินนั้นระเหยกลายเป็นไอหมอกสีจางๆ เซร่าในร่างที่ได้รับอนุญาตให้ปรากฏกายชั่วคราวชะงักไป ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววสังหารเปลี่ยนกลับมาเป็นความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
"คุณกล้าดียังไงถึงคิดว่ามันเป็นแค่การจำลอง ริน?" เธอกระซิบชิดใบหู ความเย็นจากร่างของเธอยังคงติดอยู่ที่ไหล่ของผม "กิลด์ 'ราชันย์โลหิต' กำลังรอคุณอยู่ที่ห้องโถงชั้นใต้ดิน พวกเขาเตรียมการต้อนรับคุณด้วยกับดักมานาที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสร้างได้... และนั่นไม่ใช่การจำลอง"
ผมปล่อยมือจากเศษซากของมานาที่แตกสลาย แววตาของผมไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป กิลด์ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผม กิลด์ที่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมทีมให้ตายในดันเจี้ยนระดับ S เพียงเพื่อผลประโยชน์ของไอ้หัวหน้ากิลด์สารเลว 'คาร์ลอส'
"ไปกันเถอะ" ผมหมุนตัวเดินตรงไปยังทางเข้าห้องโถง "ฮีลเลอร์ที่เคยซ่อมแซมกระดูกให้พวกมัน กำลังจะกลับไปทำลายทุกอย่างที่พวกมันสร้างมาด้วยมือของตัวเอง"
ทางเดินสู่ห้องโถงใหญ่ของกิลด์ราชันย์โลหิตถูกตกแต่งด้วยทองคำและอัญมณีล้ำค่า ซึ่งเงินทั้งหมดนั้นมาจากเลือดและคราบน้ำตาของฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่ถูกพวกมันฉ้อโกง ทันทีที่ผมก้าวผ่านประตูบานใหญ่ยักษ์ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังสะท้อนก้อง
คาร์ลอสยืนอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากซากอาวุธฮันเตอร์ เขาสวมชุดเกราะเต็มยศ มือข้างหนึ่งหมุนแหวนทองคำเล่นอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรู แต่กำลังนั่งดูละครตลกฉากหนึ่ง
"โอ้... ดูสิว่าใครกลับมาหาเรา" คาร์ลอสเหยียดยิ้ม มุมปากของเขากระตุกอย่างผู้เหนือกว่า "ริน... ฮีลเลอร์กระจอกที่ฉันเคยเมตตาให้เศษขนมปังกิน ตอนนี้มีปัญญาเดินเข้ามาถึงหน้าประตูบ้านฉันได้แล้วหรือ?"
รอบตัวผม เหล่ามือสังหารระดับ A กว่ายี่สิบคนค่อยๆ ปรากฏตัวจากเงามืด อาวุธของพวกมันถูกชักออกมาพร้อมๆ กัน เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊งเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ผมกลับรู้สึกโล่งอย่างประหลาด
"คาร์ลอส" ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ แต่ทว่าเสียงนั้นกลับทรงพลังพอที่จะกลบเสียงรอบข้างทั้งหมด "ฉันไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตาเหมือนวันวาน และฉันก็ไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องศีลธรรม... ฉันมาเพื่อทำในสิ่งที่อาชีพของฉันถนัดที่สุด"
"งั้นก็เชิญเลยสิ! อยากจะรักษาใครก่อนดีล่ะ?" คาร์ลอสหัวเราะร่า
ผมขยับเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างของผมก็หายวับไปจากสายตาของเหล่านักฆ่า!
ความเร็วที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป ผมพุ่งเข้าหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ฝ่ามือที่ควรจะใช้ร่ายเวทรักษาถูกกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผมกระแทกหมัดเข้าที่จุดตายใต้ลิ้นปี่ของมันโดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์ใดๆ แค่เพียงแรงกายที่ผสานกับออร่าทำลายล้างที่ได้รับจากการพิชิตดันเจี้ยนหอคอยทมิฬ
*โครม!*
ร่างของฮันเตอร์ระดับ A กระเด็นไปอัดติดกำแพงจนกระดูกซี่โครงยุบลงไปฝังในอกทันที การโจมตีเพียงครั้งเดียว... การรักษาแบบ 'หมอเทวะ' คือการตัดวงจรชีวิต ไม่ใช่การยื้อความตาย
"ใครคนต่อไป?" ผมหันไปมองกวาดสายตาผ่านเหล่าสมาชิกกิลด์ที่เริ่มขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นในพริบตา ผมไม่ได้วิ่งหนี ผมพุ่งเข้าปะทะกับทุกอย่างที่ขวางหน้า หมัดของผมคือใบสั่งตาย เวทมนตร์ฮีลเลอร์ของผมถูกบิดเบือนให้กลายเป็นคลื่นกระแทกที่ฉีกกระชากชุดเกราะระดับสูงให้กลายเป็นเศษเหล็ก
"แก... แกมันไม่ใช่ฮีลเลอร์!" คาร์ลอสตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขารีบเปิดใช้งานวงเวทป้องกันชั้นสูงรอบตัว แต่มันก็ไร้ความหมายเมื่อผมเดินทะลุผ่านม่านพลังนั้นเหมือนเดินผ่านม่านน้ำ
ผมคว้าคอเสื้อของเขาแล้วยกขึ้นด้วยมือเดียว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังตัวสั่นเทา
"เวทมนตร์รักษาที่งดงามที่สุด..." ผมกระซิบข้างหูเขา ขณะที่รวบรวมมานาสีดำสนิทไว้ที่ปลายนิ้ว "คือการรักษาให้เจ้าไม่ต้องมีความเจ็บปวดอีกตลอดกาล... ลาก่อน คาร์ลอส"
ทว่า ในวินาทีที่ผมเตรียมจะปลิดชีพเขาด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอายที่กดทับจนผมนิ่งค้างไป
"เจ้าหนู... วางของเล่นในมือลงเถอะ" เสียงแหบพร่าของผู้เฒ่าคนหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดที่ผมมองไม่เห็นมาก่อน "เจ้ามีพรสวรรค์สูงส่ง แต่ถ้าเจ้าฆ่าเขาในตอนนี้... ข้อตกลงที่เจ้าทำไว้กับหอคอยทมิฬจะถือเป็นโมฆะทันที"
ผมชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาที่ว่านั้นปรากฏตัวขึ้นเต็มๆ ตา ชายชราในชุดคลุมสีขาวเปื้อนเลือดคนนี้... คือคนที่เคยหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน และเขาคนนี้เองที่เป็นคนเดียวที่กุมความลับเรื่อง 'ระบบฮีลเลอร์สายหมัด' ของผมไว้
เขายิ้มให้ผมอย่างใจดี แต่ในดวงตานั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพ "ริน... แท้จริงแล้วเจ้าไม่ใช่ผู้กล้าหรอก แต่เจ้าคือภาชนะที่ถูกรอคอยให้ 'แตกสลาย' เพื่อให้เทพที่แท้จริงได้จุติลงมาต่างหาก"
ความจริงที่ผมไม่เคยเฉลียวใจกระแทกเข้ากลางหน้าอก ราวกับถูกดาบที่มองไม่เห็นแทงทะลุหัวใจ คาร์ลอสที่ผมถือคออยู่หัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่เขากำลังจะตาย... มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนแพ้ แต่เป็นเสียงหัวเราะของคนที่รู้ความลับอะไรบางอย่างที่ผมยังเข้าไม่ถึง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหมอเทวะคนนี้มาถึงโค้งสุดท้ายนะครับ
หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 33
ล้างแค้นกิลด์ทรยศ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!