หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 29

ร่างที่แท้จริงของบอส

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“อย่ามาทำเป็นพูดจาสวยหรูหน่อยเลยครับ... คุณเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ ว่าในโลกที่วัดค่าความเป็นมนุษย์ด้วยตัวเลขเลเวลแบบนี้ ความเมตตาน่ะมันก็แค่เศษขยะที่คนอ่อนแอเอาไว้ปลอบใจตัวเอง” เสียงของรินราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาขยับถุงมือสีขาวสะอาดขึ้นจัดระดับให้เข้าที่ เลือดสีเข้มของอสูรระดับสูงที่เปื้อนอยู่บนปกเสื้อสูทดูราวกับลวดลายประดับที่น่าสะพรึงกลัว เบื้องหน้าของเขา บอสประจำดันเจี้ยนระดับ SSS ที่ควรจะเป็นเพียงสัตว์ประหลาดไร้สติปัญญา บัดนี้กลับยืนตระหง่านในร่างมนุษย์ที่สวมชุดคลุมบาทหลวงเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าของบอสผู้นี้... หากมองให้ดี มันคือใบหน้าของรินในอีกยี่สิบปีข้างหน้า “ผมไม่ได้อยากจะเรียกว่าความเมตตาหรอกนะริน” ร่างนั้นตอบกลับพลางยิ้มเยาะ ดวงตาที่เคยสว่างไสวด้วยเวทมนตร์เยียวยาบัดนี้ขุ่นมัวด้วยไอสีดำสนิท “ผมเรียกว่า ‘บทเรียนที่แสนเจ็บปวด’ ต่างหาก วันที่นายถูกเพื่อนร่วมทีมทิ้งให้ตายกลางฝูงอสูร วันที่นายร้องขอความช่วยเหลือจนคอแตก แต่คนพวกนั้นกลับเลือกที่จะก้าวข้ามร่างนายไปเพื่อสมบัติ... นายลืมความรู้สึกนั้นไปแล้วหรือยัง?” รินนิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน “ผมไม่เคยลืมครับ แต่นั่นคือเหตุผลที่ผมกลายเป็น ‘หมอ’ ที่รักษาด้วยกำปั้น เพราะถ้าคนมันเน่าเฟะจนเยียวยาไม่ได้ การตัดเนื้อร้ายทิ้งเสียตั้งแต่ต้นทาง คือวิธีรักษาที่ประหยัดเวลาที่สุด” เซร่าที่ลอยตัวอยู่ข้างกายรินขมวดคิ้วแน่น แสงสีฟ้าจากตัวเธอวูบไหวราวกับสัญญาณเตือนภัย “ริน ถอยออกมา! ค่าพลังในตัวมันกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล นี่ไม่ใช่บอสปกติ... แต่นี่คือ ‘ข้อมูลตกค้าง’ จากเส้นเวลาที่ถูกลบไปแล้ว หากเขาตายที่นี่ ประวัติศาสตร์ที่นายพยายามสร้างขึ้นอาจจะพังทลาย!” “พังทลายงั้นเหรอครับเซร่า?” รินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือขวาของเขากำแน่นจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ “ถ้าอนาคตที่รออยู่คือการกลายเป็นไอ้สารเลวแบบนั้น... งั้นผมขอจบมันตั้งแต่วันนี้เลยจะดีกว่า” ร่างในชุดบาทหลวงหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วโถงวิหารที่แตกร้าว เขาชูมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังเวทสีม่วงเข้มพุ่งทะลักออกมาดุจกระแสน้ำวน มันคือ ‘พลังฮีลเลอร์’ ชนิดเดียวกับริน แต่มันถูกบิดเบือนจนกลายเป็นเวทมนตร์แห่งความตายและการกัดกิน “นายเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่งริน” ร่างนั้นก้าวเข้ามาหาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาฮันเตอร์ทั่วไป “นายคิดว่าตัวเองกำลังต่อสู้เพื่อเปลี่ยนอนาคตงั้นเหรอ? เปล่าเลย... ทุกครั้งที่นายใช้ ‘หมัด’ ของนายสังหารคนที่สมควรตาย นายกำลังเดินตามรอยเท้าของผมเป๊ะๆ นายก็แค่ ‘ผม’ ที่ยังไม่ยอมรับความจริงก็เท่านั้น!” ตูม! รินพุ่งตัวออกไปเหมือนกระสุนปืน แรงปะทะทำให้พื้นหินอ่อนรอบตัวเขาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยออร่าแห่งการฟื้นฟูอันเข้มข้นถูกซัดเข้าไปที่กึ่งกลางลำตัวของอีกฝ่าย ทว่าบอสผู้นั้นกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว มันเอื้อมมือมาคว้าหมัดของรินไว้แน่น ไอสีดำจากมือของมันซึมผ่านถุงมือเข้าไปกัดกินผิวหนังของรินจนเกิดเสียงฉ่าดังน่าสยดสยอง รินกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินเนื้อเยื่อพุ่งพล่านเข้าสู่สมอง แต่นัยน์ตาของเขาไม่สั่นคลอน “งั้นเหรอครับ? ถ้าผมคือคุณ... งั้นคุณก็ต้องรู้วิธีที่จะตายด้วยมือของผมสินะ” รินไม่ถอย เขาอาศัยจังหวะที่มืออีกข้างว่างลง อัดพลังฮีลระดับโอเวอร์โหลดเข้าไปในจุดชีพจรบนไหล่ของร่างบาทหลวง พลังที่รุนแรงจนน่าเหลือเชื่อทำให้ร่างของบอสชะงักงันไปชั่วครู่ มันคือเทคนิคการ ‘ฮีลกลับด้าน’ ที่รินคิดค้นขึ้นเพื่อฉีกกระชากอวัยวะภายในของศัตรูโดยไม่ทิ้งรอยแผลภายนอก ทั้งสองร่างแยกออกจากกันด้วยแรงระเบิดของมานา บอสหนุ่มถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีดำไหลออกจากมุมปาก ทว่าใบหน้าของมันกลับเผยให้เห็นความสุขสมที่บิดเบี้ยว “ดี... ดีมากริน” มันปาดเลือดออกพลางแสยะยิ้ม “พลังนี่แหละที่ผมใฝ่ฝัน... พลังที่จะทำให้โลกทั้งใบต้องกราบกราน!” ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผนังของวิหารเริ่มสั่นสะท้าน อักขระสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนพื้นห้องเหมือนกรงขัง เซร่าส่งเสียงเตือนด้วยความตื่นตระหนก “ริน! ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากหอคอยทมิฬ... มันไม่ใช่บอสธรรมดา มันคือกุญแจ! ถ้ามันตายในจังหวะนี้ ประตูมิติที่จะเชื่อมต่อโลกทั้งสองจะเปิดออกทันทีโดยไม่มีใครหยุดได้!” รินชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัว “กุญแจงั้นเหรอครับ?” “ใช่แล้วล่ะ” บอสหนุ่มกางแขนออก ร่างกายของมันเริ่มกลายเป็นละอองสีทองและดำผสมปนเปกัน “เราสองคนคือชิ้นส่วนที่ขาดหายไปของจิ๊กซอว์ชิ้นเดียวกัน ริน... การที่นายมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะโชคชะตาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะ ‘เจ้านาย’ ของระบบนี้ต้องการให้ร่างภาชนะที่สมบูรณ์ที่สุดถือกำเนิดขึ้น” มันก้าวเข้ามาใกล้รินอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีท่าทีว่าจะโจมตี แต่มันกลับโน้มตัวลงมาข้างหูของริน กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก “ลองหันไปดูข้างหลังนายสิริน... คนที่นายพยายามปกป้องมาตลอดน่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?” รินขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน เขาหันขวับไปมองยังทางเข้าวิหารที่เขาเพิ่งจะฝ่าด่านเข้ามา และนั่นคือภาพที่ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตระหนกถึงขีดสุด—หญิงสาวที่เขาให้คนคอยดูแลอยู่ในเซฟเฮาส์ บัดนี้เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดำที่โหมกระหน่ำ โดยมีชายร่างยักษ์ในชุดเกราะฮันเตอร์ระดับ S คนหนึ่งยืนกดดาบลงบนคอของเธออยู่ รินกำหมัดแน่นจนเลือดไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ‘อดีต’ ของเขาจะตามมาหลอกหลอนในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุดแบบนี้ บอสหนุ่มหัวเราะร่าในลำคอ “เลือกเอาสิริน... จะกำจัดผมเพื่อจบเรื่องราวโง่ๆ นี่ หรือจะวางหมัดลง แล้วปล่อยให้ความรักครั้งสุดท้ายของนายต้องดับสูญไปพร้อมกับโลกใบนี้!” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับหมอเทวะแรงก์ SSS นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%