หมัดที่อัดแน่นด้วยมานาบริสุทธิ์หยุดชะงักลงห่างจากดั้งจมูกของฮันเตอร์คลาส A เพียงครึ่งข้อนิ้ว แรงอัดอากาศที่เกิดจากการหยุดกะทันหันกรีดใบหน้าของชายตรงหน้าจนเลือดซึมออกมาเป็นเส้นบาง
เสียงหอบหายใจของมันสั่นพร่า ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองกำปั้นของผมราวกับเห็นยมทูตมาทวงวิญญาณ
แต่ความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่ไอ้สวะใต้ร่างนี้อีกต่อไป
กลิ่นอายที่ลอยล่องอยู่ในสายลมยามค่ำคืน... กลิ่นของ ‘ดอกลิลลี่สีขาวเจือไอโอโซนเข้มข้น’ มันคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมานาที่ฝังลึกอยู่ในรอยแผลเป็นกลางหัวใจผม กลิ่นอายของคนที่ผลักผมลงสู่ก้นบึ้งของหอคอยทมิฬเมื่อสามปีก่อน คนที่ผมสาบานว่าจะต้องลากคอมาฟังคำอธิบายให้ได้ก่อนจะบดขยี้กะโหลกของมันด้วยมือคู่นี้
“แก... แกเป็นตัวประหลาดอะไรวะ ฮีลเลอร์บ้าอะไรจะมีแรงหมัดขนาด...”
*ผัวะ!*
ผมไม่ได้ตอบคำถามมัน สันมือขวาสับเข้าที่จุดตายข้างลำคอของมันอย่างแม่นยำ ไม่จำเป็นต้องใช้วงเวท ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง มานาฮีลเลอร์สายรักษาถูกอัดกระแทกเข้าไปตัดการทำงานของกระแสประสาทชั่วคราว ร่างหนาของฮันเตอร์สายแทงก์ทรุดฮวบลงกับพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว หมดสติไปทันทีโดยไม่มีโอกาสได้กรีดร้อง
ผมหมุนตัว พุ่งทะยานขึ้นสู่ดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามในชั่วพริบตาเดียว
ไร้ร่องรอยของผู้บงการ ไม่มีแม้แต่เศษดินหรือรอยเท้า ทว่าบนพื้นซีเมนต์ที่เย็นเยียบ ใจกลางจุดที่เงานั้นเคยยืนอยู่ กลับมีวงเวทสีทองหม่นกำลังแผ่คลื่นความร้อนระอุออกมา มันไม่ใช่กับดัก แต่เป็น ‘รอยประทับมิติ’ ที่กำลังจะพังทลายลงจากการบิดเบือนของกาลเวลา
“เซร่า” ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความกดดันจนอากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง
ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า รูปร่างจำลองของหญิงสาวปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบเรียบหรู ทว่าแววตาของเอไอสาวที่มักจะเฉยชาไร้อารมณ์ บัดนี้กลับมีระลอกคลื่นแห่งความปั่นป่วนฉายชัดอยู่ลึกๆ
[ระบบตรวจพบสัญญาณชีพ... ไม่สิ ตรวจพบความถี่มานาระดับ ‘ทูตสวรรค์’] เสียงของเธอขาดห้วงไปเล็กน้อย นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาขณะพยายามสแกนพื้นที่ [ร่องรอยนี้ไม่ได้มาจากระบบปัจจุบันของโลกฮันเตอร์ค่ะนายท่าน มันเชื่อมต่อโดยตรงกับชั้นบนสุดของ ‘หอคอยทมิฬ’... ที่ซึ่งพระเจ้าถูกพันธนาการไว้]
“เธอรู้อะไรมา เซร่า” ผมก้าวเข้าไปประชิด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดิจิทัลของเธอ “อย่าคิดจะปิดบังฉัน คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เมื่อครู่... คือใคร”
เซร่าเงียบไปนานราวกับวงจรภายในกำลังประมวลผลอย่างหนัก เธอหลุบตาลงต่ำก่อนจะสบตากับผมอีกครั้งด้วยความจริงจังที่ไม่เคยมีมาก่อน
[ผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้นายท่าน... และผู้ที่กำลังเฝ้ามองดูว่า นายท่านจะกลายเป็น ‘พระเจ้าองค์ใหม่’ หรือ ‘มารร้ายที่จะกลืนกินโลก’] เธอผายมือไปยังใจกลางวงเวท [นั่นไม่ใช่กับดัก แต่มันคือ ‘ของขวัญ’ ที่ถูกส่งข้ามเส้นแบ่งเวลามาให้นายท่านโดยเฉพาะค่ะ]
วงเวทสีทองส่งเสียงหึ่งกังวาน แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นจนกลืนกินความมืดมิด กล่องหัตถกรรมสีดำขลับที่สลักลวดลายเถาวัลย์หนามและหยดเลือดค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากมิติที่แยกออก
ฝากล่องเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า ปรากฏไอเทมคู่หนึ่งที่ลอยสงบนิ่งอยู่เหนือกำมะหยี่สีแดงสด
มันคือสนับมือกึ่งถุงมือหนังสีดำสนิท แทรกด้วยเส้นใยโลหะศักดิ์สิทธิ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ร้อยเรียงกันเป็นโครงข่ายเส้นประสาทและชีพจร คลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาทำให้มานาในร่างของผมเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่พลังที่เกรี้ยวกราด แต่เป็นพลังที่พร้อมจะโอบอุ้มและทำลายล้างในเวลาเดียวกัน
[แจ้งเตือนจากระบบลับระดับปาฏิหาริย์]
[ท่านได้รับไอเทมระดับเร้นลับ (SSS): ‘ถุงมือหมอเทวะ’ (Divine Doctor’s Gauntlets)]
[เงื่อนไขการครอบครอง: เฉพาะผู้ปลุกพลังคลาสฮีลเลอร์ที่มีค่าสถานะพละกำลัง (STR) สูงกว่าพลังเวท (INT) เกิน 5 เท่าเท่านั้น]
[ผลพิเศษของไอเทม:
1. ‘หัตถ์ฟื้นคืนชีพย้อนกลับ (Reverse Vitality)’: เปลี่ยนพลังงานการรักษาทั้งหมดให้กลายเป็นพลังทำลายล้างระดับเซลล์ ยิ่งบาดแผลลึก พลังสะท้อนกลับยิ่งรุนแรง
2. ‘การผ่าตัดไร้คม (Surgical Impact)’: การโจมตีด้วยหมัดจะเพิกเฉยต่อพลังป้องกันทางกายภาพและเกราะเวทมนตร์ 100% ส่งผลทำลายอวัยวะภายในโดยตรง
3. ‘ลมหายใจแห่งพระเจ้า (Divine Respiration)’: สะสมพลังงานชีวิตจากทุกเป้าหมายที่ถูกชก เพื่อนำมาใช้ฟื้นฟูตนเองหรือเสริมพลังหมัดถัดไปแบบทวีคูณ]
“หึ... ของขวัญจากพระเจ้างั้นเหรอ?” ผมแค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก
ผมยื่นมือทั้งสองข้างเข้าไปหาถุงมือคู่นั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อหนังสีดำ โลหะศักดิ์สิทธิ์ก็พลันมีชีวิต มันเลื้อยรัดเข้ากับข้อมือ ลามขึ้นมาตามท่อนแขน ปรับขนาดจนแนบสนิทไปกับผิวหนังราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน ความเจ็บปวดแล่นพล่านเหมือนมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นมานา แต่ผมไม่แม้แต่จะกระพริบตา
ความเจ็บปวดแค่นี้... มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของวันที่ผมถูกหักหลัง
*วูบ!*
กระแสมานาสีทองปนดำแผ่ซ่านออกมาจากกำปั้น ผมกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกที่ถูกยกระดับขึ้นในทันที โลกในสายตาของผมเปลี่ยนไป ผมมองเห็นจุดชีพจร จุดตาย และการไหลเวียนของโลหิตของสิ่งมีชีวิตรอบข้างได้อย่างปรุโปร่ง
สำหรับหมอ... ความรู้เรื่องกายวิภาคมีไว้เพื่อช่วยชีวิต
แต่สำหรับผมในตอนนี้... มันคือแผนที่นำทางสู่การสังหารอย่างไร้ร่องรอย
“นายท่าน ระวัง!” เสียงของเซร่าดังเตือนขึ้นอย่างฉับพลัน
*ฟึ่บ!*
เงาร่างของนักฆ่าอีกสามคนที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดพุ่งทะยานลงมาจากยอดตึกด้านบน พวกมันคือทีมเก็บกวาดที่ถูกส่งมาปิดปาก ฮันเตอร์คลาส A สองคนและคลาส S อีกหนึ่งคน อาวุธเคลือบยาพิษสีม่วงเข้มเล็งตรงมาที่จุดตายรอบทิศทาง
ไม่มีการเจรจา ไม่มีคำเตือน มีเพียงเจตนาฆ่าที่รุนแรง
ผมไม่ขยับหนีแม้แต่ก้าวเดียว สายตาจับจ้องไปที่คอหอยของนักฆ่าคลาส S ที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรก
“ทดสอบของใหม่หน่อยแล้วกัน”
ผมขยับเท้าขวาไปข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว บิดสะโพก ถ่ายเทพลังรักษาทั้งหมดในแกนกลางลงสู่ถุงมือหมอเทวะ ปล่อยหมัดตรงออกไปอย่างเรียบง่าย ทว่าความเร็วของมันกลับฉีกกระชากมิติเบื้องหน้าจนเกิดเสียงหวีดร้องของอากาศ
*ตูมมมมมมมมมมม!*
คลื่นกระแทกสีทองทมิฬระเบิดออก ไม่ใช่แค่แรงอัด แต่มันคือ ‘การรักษาย้อนกลับ’ ที่แทรกซึมผ่านดาบคาตานะของนักฆ่าคลาส S โดยไม่ทำลายดาบแม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีที่คลื่นพลังส่งผ่านไปยังร่างของมัน...
“อั่ก... อะ... ไรกัน!”
ดวงตาของนักฆ่าคลาส S เบิกกว้าง เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปน เซลล์กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแกร่งกลับขยายตัวและระเบิดออกจากภายใน ร่างของมันปลิวกระเด็นทะลุแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าจนพังยับเยิน ล้มลงขาดใจตายในหมัดเดียวโดยที่ภายนอกไม่มีบาดแผลแม้แต่รอยขีดข่วน
นักฆ่าอีกสองคนที่เหลือชะงักค้างกลางอากาศด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด ขาของพวกมันสั่นเทาเมื่อเห็นหัวหน้าทีมระดับคลาส S ถูกสังหารราวกับมดปลวกด้วยฝีมือของชายที่ขึ้นทะเบียนเป็นเพียง ‘ฮีลเลอร์’
ผมค่อยๆ ลดมือลง ไอความร้อนสีขาวลอยกรุ่นออกมาจากข้อนิ้วของถุงมือ
สายตาของผมเหลือบไปเห็นข้อความบางอย่างที่สลักอยู่ด้านในข้อมือของถุงมือหมอเทวะ ตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่คุ้นตาจนทำให้ลมหายใจของผมสะดุด...
*‘ถึงคุณหมอตัวน้อยของฉัน... ของขวัญชิ้นนี้แลกมาด้วยครึ่งชีวิตของฉัน จงใช้มันบดขยี้บัลลังก์ของพวกมันซะ’*
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ประมวลผลความจริงอันน่าตกตะลึง ท้องฟ้ายามราตรีเหนือเมืองหลวงก็พลันฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีชาด เสียงไซเรนเตือนภัยระดับหายนะภัย ‘เรดเกท’ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งมหานคร พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดเกราะสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิตินั้น... ร่างของ ‘ฮันเตอร์อันดับหนึ่งของประเทศ’ ผู้ที่ผมคิดว่าเป็นมิตรแท้เพียงคนเดียวในอดีต!
***
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางสายหมัดของฮีลเลอร์ท่านนี้นะครับ.
หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 6
ของขวัญจากพระเจ้า
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!