เสียงปรบมือดังกึกก้องจนน่าสะอิดสะเอียน รัวกระทบผนังห้องประชุมใหญ่ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ราวกับฝูงแมลงวันที่กำลังตอมซากศพสดใหม่
ศาสตราจารย์ไกรสรยืนสง่างามอยู่เบื้องหลังโพเดียมไม้โอ๊กเนื้อดี แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลส่องกระทบเส้นผมสีดอกอเลาที่ถูกเซ็ตไว้อย่างเนียบกริบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความอาทร และความโศกเศร้าที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำทุกองศา ทุกสำนักข่าวชั้นนำต่างรัวชัตเตอร์จนเกิดเสียงดังระรัวดั่งห่าฝน กล้องโทรทัศน์นับสิบตัวแพนเลนส์เข้าหาใบหน้าของชายผู้เป็นเบื้องหลังความตายของมนุษย์นับไม่ถ้วนอย่างไม่ลดละ
"ในฐานะแพทย์และในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น... และผมขอยืนยันตรงนี้ด้วยเกียรติยศทั้งหมดที่ผมมี ว่าสถาบันของเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญหายของชิ้นเนื้อหรืออวัยวะใดๆ ทั้งสิ้นครับ"
น้ำเสียงของไกรสรทุ้มนุ่ม กังวาน และเปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือ ช่างเป็นศิลปะแห่งการโกหกที่ถูกขัดเกลามานานนับทศวรรษ ร.ต.อ. รินรดา ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่ที่มุมมืดด้านหลังสุดของห้องประชุม ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเป็นสันนูน ดวงตาคู่สวยคมกริบทอดมองภาพการแสดงละครฉากใหญ่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกคลื่นไส้ เธอยกมือขึ้นสัมผัสเครื่องรับสัญญาณวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในปกเสื้อ ก่อนจะกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความอัดอั้นตันใจ
"ไอ้สารเลว... มันกำลังปั่นหัวสื่อและชี้นำสังคมให้ไขว้เขว หมอธีร์ คุณเห็นความหน้าไหว้หลังหลอกของมันไหมครับ... เอ๊ย... หมอ คุณได้ยินผมไหม" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่เธอก็รีบเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นโหมดการทำงานเมื่อปลายสายตอบกลับมา
"ผมได้ยินครับ ผู้กอง..." เสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และสุขุมของนายแพทย์ธีร์ดังลอดผ่านหูฟังเข้ามา "และผมไม่ได้มองหน้ามันอยู่... ผมกำลังมองรอยย่นที่หางตาขวาของมันตอนที่มันพยายามบีบน้ำตาต่างหากล่ะครับ"
ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบและเย็นเฉียบของสถาบันนิติเวช หมอธีร์กำลังจดจ่ออยู่กับการปรับโฟกัสของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กทรอนิกส์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าแสดงภาพสไลด์ชิ้นเนื้อเยื่อผิวหนังที่ถูกย้อมด้วยสีพิเศษ ภาพถ่ายความละเอียดสูงเผยให้เห็นโครงสร้างระดับเซลล์ที่ถูกทำลายด้วยสารเคมีบางชนิด ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญชิ้นเดียวที่พวกเขามีอยู่
"คุณหมายความว่ายังไงครับหมอ" รินรดายังคงจ้องมองไกรสรที่กำลังผายมือลงบนโพเดียมด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยผ่านจอโทรศัพท์มือถือที่เปิดถ่ายทอดสดไว้
"กล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาที่เรียกว่า *Orbicularis oculi* จะหดเกร็งอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อมนุษย์แสดงความเสียใจอย่างแท้จริง ซึ่งเราเรียกว่ารอยยิ้มแบบดูเชน (Duchenne smile)... แต่รอยย่นที่หางตาของไกรสรเมื่อครู่ เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ถูกควบคุมด้วยเปลือกสมองส่วนหน้า มันเป็นการเสแสร้ง... เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึกผิดโดยสิ้นเชิงครับ" หมอธีร์อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิเคราะห์ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ มากกว่าการวิเคราะห์จิตวิทยาของฆาตกรต่อเนื่อง
บนเวที ไกรสรยังคงดำเนินแผนการลวงโลกของเขาต่อไปอย่างแนบเนียน เขายกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่านด้วยท่าทีสั่นเทาเล็กน้อย
"เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ผมยินดีที่จะเปิดห้องปฏิบัติการชั้นใต้ดิน B3 ให้คณะกรรมการอิสระและสื่อมวลชนทุกท่านเข้าตรวจสอบได้ทันทีในบ่ายวันนี้ครับ... ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง"
สิ้นเสียงคำประกาศนั้น เสียงฮือฮาด้วยความตกใจและชื่นชมก็ดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้องประชุม สื่อมวลชนต่างพากันส่งเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญในความกล้าหาญและความบริสุทธิ์ใจที่จอมปลอมนี้ ไกรสรโค้งศีรษะลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ผู้ชายใจดี ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที—รอยยิ้มของผู้ล่าที่มั่นใจว่าเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ตนสร้างขึ้น
รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอรีบกดตัดสายจากห้องประชุมแล้วต่อตรงถึงหมอธีร์ทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"หมอครับ! แผนมันเปลี่ยน ไกรสรท้าให้เราเข้าไปตรวจชั้น B3 บ่ายนี้ มันต้องมีการเคลียร์หลักฐานทั้งหมดทิ้งเกลี้ยงแน่ๆ หรือไม่ก็... มันกำลังเตรียมกับดักรอต้อนรับเราอยู่! เราจะทำยังไงดีครับ"
ภายในห้องทำงานนิติเวช หมอธีร์ค่อยๆ วางปากกาห์สเตนเลสลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าขึ้นมองภาพถ่ายจำลองโครงกระดูกของพ่อผู้ล่วงลับที่ตั้งอยู่มุมห้อง แววตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม
"ปล่อยให้มันเดินเกมไปก่อนครับ ผู้กอง..." หมอธีร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดผ่าตัด "คนอย่างศาสตราจารย์ไกรสร มั่นใจในมันสมองของตัวเองมากเกินไป จนมักจะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ตนเองทิ้งไว้เสมอ"
"รายละเอียดอะไรครับหมอ" รินรดาถามสวนกลับมาทันทีด้วยความกระวนกระวาย
"จำคราบเลือดจางๆ ที่เราเก็บได้จากท่อระบายน้ำทิ้งของห้องแล็บเมื่อสามวันก่อนได้ไหมครับ..." หมอธีร์หยิบหลอดทดลองขนาดเล็กขึ้นมาส่องดูแสงไฟสะท้อน "ผมเพิ่งวิเคราะห์ผลทางพันธุศาสตร์เสร็จเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา... สารเคมีที่ใช้ล้างคราบเลือดนั้น แม้จะล้าง DNA บนผิวหน้าออกไปได้หมดจด แต่มันไม่สามารถทำลายโปรตีนโครงสร้างที่แทรกซึมอยู่ตามรอยต่อของกระเบื้องยางได้ครับ"
หมอธีร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันซึมซับความตึงเครียดผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
"เลือดหยดนั้น... ไม่ใช่เลือดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นหรอกครับ... แต่มันคือเลือดของศาสตราจารย์ไกรสรเอง ที่เกิดจากการต่อสู้ขัดขืนของเหยื่อรายล่าสุดเมื่อคืนก่อน... การที่มันจัดงานแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ได้ทำไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมอย่างเดียวหรอกครับ..."
หมอธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งหยิบเสื้อกาวน์สีขาวขึ้นมาสวมอย่างประณีต
"แต่มันกำลังจะใช้ห้องแล็บชั้น B3 เป็น 'เตาเผา' ทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้าย... รวมถึงพวกเราทุกคนด้วยครับ"
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพจากด้านนอกห้องทำงานของเธอเอง รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบานประตูไม้สีทึบที่ปิดสนิท
"ใคร..." รินรดาถามเสียงแข็ง พยายามควบคุมน้ำสั่นเครือของตนเองไม่ให้แสดงความหวาดกลัวออกมา
ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลปริศนาภายนอก มีเพียงลูกบิดประตูโลหะสีเงินที่ค่อยๆ หมุนวนช้าๆ ด้วยแรงบิดจากมือปริศนา บานประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินยาว
รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องของเธอ—ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยนบนใบหน้า แต่แววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งวิญญาณ มือข้างหนึ่งของเขากำซองเอกสารสีน้ำตาลสนิทไว้แน่น พร้อมกับส่งเสียงพูดเบาๆ ลอดผ่านรอยยิ้ม
"สวัสดีครับผู้กอง... พอดีท่านศาสตราจารย์ไกรสรฝาก 'หมายศาลพิเศษ' ให้ผมนำมามอบให้ท่านด้วยตนเองครับ... หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนเวลาทำงานอันมีค่าของท่านนะครับ"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความมืดมิดเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 47
การลวงโลกของไกรสร
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!