รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 48

ความหวาดกลัวในโรงพยาบาล

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงรองเท้าหนังของผมที่กระทบกับพื้นกระเบื้องยางสีขาวหม่นของตึกผู้ป่วยใน ชั้น 4 ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัดของยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวช่างชวนอึดอัด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับของความชื้นจากระบบปรับอากาศเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในโพรงจมูก "สามคนแล้วครับหมอธีร์... นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ" ร.ต.อ.รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบ เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปตามประตูห้องพักผู้ป่วยแต่ละห้องที่ปิดสนิท แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ อยู่ตรงสุดทางเดิน สร้างเงาทอดยาวที่ดูราวกับสัตว์ประหลาดกำลังขยับตัว ผมหยุดยืนหน้าห้องพักหมายเลข 408 แฟ้มประวัติในมือถูกกำจนยับยู่ยี่ "เตียงสามห้องนี้ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และที่สำคัญที่สุด... ระบบคีย์การ์ดของตึกนี้บันทึกไว้ว่าไม่มีใครเข้าออกในช่วงเวลาที่คนไข้หายตัวไป" ผมหันไปสบตากับเธอ แววตาของผมฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ฆาตกรไม่ได้ใช้วิธีบุกรุก แต่มัน 'อยู่' ข้างในนี้ตั้งแต่แรก" รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวเผลอเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ "คุณกำลังจะบอกว่า... มีหนอนบ่อนไส้ในโรงพยาบาลนี้? หรือเลวร้ายกว่านั้น... คนไข้ไม่ได้หายตัวไปเอง แต่ถูกย้ายลงไปที่ห้องใต้ดินของศาสตราจารย์ไกรสร?" ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปที่พื้นหน้าห้อง 408 รอยคราบจางๆ ที่ถูกเช็ดถูด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างลวกๆ ยังคงทิ้งร่องรอยเรืองแสงจางๆ เมื่อผมหยิบไฟฉายยูวีขนาดเล็กออกมาส่อง คราบสารคัดหลั่งและหยดเลือดสีคล้ำเป็นทางยาวลากผ่านหน้าประตูห้อง มุ่งตรงไปยังลิฟต์ขนของฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้ป่วยทั่วไป "ตามมาครับ" ผมออกคำสั่งเสียงต่ำ รินรดารีบก้าวเท้าตามมาติดๆ อย่างเงียบเชียบที่สุด เราเดินลัดเลาะผ่านทางเดินทึบแสงจนมาถึงหน้าลิฟต์ขนของ ประตูเหล็กสีเทาทึบปิดสนิท แต่ไฟแสดงสถานะชั้นกลับค้างอยู่ที่ชั้นใต้ดิน B2 ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษที่แม้แต่แพทย์บางคนยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึง ยกเว้นผู้ที่มีรหัสผ่านระดับสูงอย่างศาสตราจารย์ไกรสร ผมย่อตัวลงใช้แว่นขยายตรวจ พื้นหน้าลิฟต์ เส้นใยผ้าฝ้ายสีขาวละเอียดติดอยู่กับร่องประตู รอยลากของล้อเขียงผ้าปูที่นอน—หรืออาจจะเป็นเตียงเข็นศพ "หมอธีร์ดูนี่สิครับ" รินรดากวักมือเรียกผมให้ไปดูที่ช่องกระจกบานเล็กของประตูปิดตายข้างบันไดหนีไฟ ภายในห้องเก็บอุปกรณ์การแพทย์เก่าที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีแสงไฟสลัวลอดออกมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าแผ่วเบาและเสียงโลหะกระทบกันกุ๊กกัก ราวกับกำลังมีการผ่าตัดหรือจัดเตรียมอะไรบางอย่างในความมืด ผมสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยโชยออกมาตามรอยต่อของบานประตู แม้จะเบาบางเพียงใด แต่จมูกของแพทย์นิติเวชที่คุ้นเคยกับความตายมาค่อนชีวิตอย่างผมไม่มีทางจำแนกผิดแน่ "เราจะพังประตูเข้าไปเลยไหม?" รินรดากระซิบถาม ดวงตาเป็นประกายดุดันพร้อมลุย "อย่าเพิ่งครับ รินรดา" ผมยกมือห้ามพลางส่ายหน้าช้าๆ "ถ้าเราบุกเข้าไปตอนนี้ เราจะได้แค่หลักฐานแวดล้อมที่อาจถูกทำลายทันที สิ่งที่เราต้องการคือ 'หลักฐานมัดตัว' ที่ศาสตราจารย์ไกรสรไม่มีทางดิ้นหลุด... และที่สำคัญ ชีวิตของคนไข้ที่หายตัวไป อาจจะยังอยู่ข้างในนั้น" ผมค่อยๆ ดึงอุปกรณ์ถอดรหัสอิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ มันเป็นเครื่องมือเฉพาะกิจที่ผมแอบสร้างขึ้นเพื่อใช้เจาะระบบความปลอดภัยรุ่นเก่าของโรงพยาบาลแห่งนี้โดยเฉพาะ หน้าจอดิจิตอลขนาดเล็กแสดงตัวเลขวิ่งพล่าน ขณะที่นิ้วของผมกดปุ่มรัวเร็วด้วยความชำนาญ ติ๊ด... เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาหวิวลอดออกมา ประตูเหล็กหนาค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดและกลิ่นอายความตายที่พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าจนชาหนึบ ทันทีที่แสงไฟจากไฟฉายในมือผมกวาดเข้าไปในห้อง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกكن รินรดาถึงกับยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงอุทาน กลางห้องโถงกว้างที่มีเครื่องมือแพทย์ราคาแพงตั้งเรียงราย เตียงผ่าตัดสแตนเลสเงาวับตั้งอยู่ตรงกลาง บนเตียงนั้น... ร่างของชายชราผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่งหายตัวไปจากห้องพักเมื่อสองชั่วโมงก่อน นอนแน่นิ่งอยู่ ทว่าหน้าอกของเขากลับถูกกรีดเปิดออกด้วยฝีมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่องอกว่างเปล่า อวัยวะภายในถูกเลาะออกไปอย่างไร้ความปรานี แต่สิ่งที่ทำให้ผมและรินรดากลายเป็นหิน ไม่ใช่สภาพศพที่น่าสยดสยองนั้น... เสียงฝีเท้าก้าวออกมาจากมุมมืดหลังเสาปูน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ แปะ... แปะ... แปะ... ร่างสูงในชุดกราวด์สีขาวสะอาดตา ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ศาสตราจารย์ไกรสรกำลังคลี่รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาหลังกรอบแว่นสายตานั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจมืดที่พร้อมจะกลืนกินเราทั้งคู่ "ยินดีต้อนรับสู่ห้องเรียนภาคปฏิบัติ นอกหลักสูตรนะครับ... คุณหมอธีร์" ศาสตราจารย์ไกรสรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับอาจารย์กำลังสอนลูกศิษย์ในห้องบรรยาย พร้อมกันนั้น เสียงล็อกของประตูเหล็กด้านหลังเราก็ดังขึ้น "คลิก!" พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สว่างวาบทั่วทั้งชั้นใต้ดิน—พวกเราติดกับดักของมันเข้าแล้ว ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความมืดมิดเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%