เศษโลหะและแผงวงจรที่บิดเบี้ยวจนแทบดูไม่
"มันไม่ใช่แค่ถูกทุบทำลายด้วยค้อนนะครับสารวัตร... แผ่นจานแม่เหล็กภายในถูกเจาะด้วยสว่านความเร็วสูง แถมยังถูกราดด้วยกรดไฮโดรคลอริกเพื่อทำลายชั้นสารแม่เหล็กที่บันทึกข้อมูลดิจิทัลอีกทอดหนึ่ง"
เสียงของผม—นายแพทย์ธีร์—ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ กลิ่นฉุนจางๆ ของสารเคมีและไอความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงผสมปนเปกันอยู่ในอากาศ แสงไฟสีขาวนวลจากหลอด LED ส่องกระทบลงบนซากฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ที่ผ่านกระบวนการฆาตกรรมทางข้อมูลมาอย่างเหี้ยมโหด
ร.ต.อ. รินรดา ยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบจ้องมองซากโลหะชิ้นนั้นด้วยความหงุดหงิดระคนเคร่งเครียด เธอเพิ่งกลับมาจากปฏิบัติการจู่โจมเซฟเฮาส์ลับแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่สมุนของศาสตราจารย์ไกรสรใช้เป็นฐานจัดเก็บข้อมูลเครือข่ายมืด แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษจะพังประตูเข้าไปได้ทัน ซากฮาร์ดดิสก์ชิ้นนี้ก็ถูกโยกย้ายและพยายามทำลายทิ้งอย่างเป็นระบบ
"แปลว่าพวกมันตั้งใจตัดตอนขั้นเด็ดขาดสินะคะหมอ..." รินรดาเอ่ยเสียงเครียด ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ประจำ "ศาสตราจารย์ไกรสรคงไม่คิดว่าเราจะกู้ซากพังๆ นี่กลับมาได้หรอก... เขาคงคิดว่าความลับเรื่องการฟอกเงินและการซื้อขายอวัยวะจะจมหายไปกับกรดพวกนั้น"
ผมส่ายหน้าเบาๆ ถอดถุงมือยางออกข้างหนึ่งแล้วหยิบแว่นขยายสำหรับงานละเอียดขึ้นมาสวม "ในทางนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ไม่มีคำว่า 'ลบหายไปอย่างถาวร' หรอกครับสารวัตร แม้ว่าสารแม่เหล็กบนแผ่นจานดิสก์ (Platter) จะถูกทำลายไปบางส่วน แต่ขอบเขตของข้อมูลที่รอดพ้นจากการกัดกร่อนยังมีหลงเหลืออยู่ตามร่องระดับนาโนเมตร เรายังสามารถใช้เครื่อง Magnetic Force Microscope อ่านค่าสนามแม่เหล็กตกค้างได้ หรือในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์พังเสียหายทางกายภาพ เราสามารถย้ายแผ่นจานดิสก์ที่รอดพ้นจากการทำลายไปใส่ในโครงสร้างฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกัน เพื่อดึงข้อมูลดิบ (Raw Data) ออกมาได้ครับ"
ผมหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันโค้ดคำสั่งซับซ้อน ตัวอักษรสีเขียววิ่งผ่านหน้าจอสีดำมืดด้วยความเร็วสูง บ่งบอกถึงสถานะการทำงานของระบบกู้คืนข้อมูลระดับลึกที่ผมเขียนชุดคำสั่งขึ้นมาเฉพาะกิจ
"คุณทำได้จริงๆ ใช่ไหมคะหมอ? ฉันต้องการหลักฐานชิ้นนี้เพื่อมัดตัวไกรสรส่งศาลโดยที่เขาไม่มีทางดิ้นหลุด... คดีนี้เกี่ยวพันกับเบื้องหลังการตายของพ่อคุณด้วยนะ" ประโยคหลังรินรดาจงใจลดเสียงลงเล็กน้อย ดวงตาของเธอมองตรงมาที่ผมด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้มาดของตำรวจสาวผู้แข็งกร้าว
ผมชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อ' ภาพความทรงจำสีจางในอดีต—วันที่ร่างไร้ชีวิตของพ่อผมถูกส่งมาบนเตียงผ่าชันสูตรโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกจากการสรุปสำนวนคดีว่าเป็นอุบัติเหตุ—ผุดขึ้นมาในหัว ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็นมาตลอดหลายปีพยายามกัดกินสติ แต่ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงตัวเองกลับมาสู่โลกความเป็นจริงผ่านสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะเครื่องมือแพทย์
"ครับ... ผมต้องทำได้" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่หนักแน่น "ไม่ว่าไกรสรจะพยายามฝังกลบความจริงลึกแค่ไหน วิทยาศาสตร์จะขุดมันขึ้นมาประจานต่อหน้าแสงสว่างเอง"
เราทั้งคู่ยืนเฝ้ารอหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความระทึก เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครสนใจ เสียงพัดลมระบายความร้อนของเคสคอมพิวเตอร์ส่งเสียงคำรามเบาๆ แข่งกับเสียงนาฬิกาแขวนผนัง จนกระทั่ง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมกู้คืนข้อมูลดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงผลโครงสร้างไฟล์รหัสฐานสอง (Binary Code) และกลุ่มก้อนข้อมูลที่ถูกถอดรหัสสำเร็จ รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้หน้าจอแทบจะทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นรายชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ปรากฏขึ้นทีละรายการ
"นี่มัน..." รินรดากลั้นหายใจ "รายชื่อผู้ป่วย... บัญชีธนาคารนอกระบบ... แล้วก็นี่! บันทึกวิดีโอการผ่าตัดเคสทดลองในมนุษย์!"
ผมเลื่อนเมาส์คลิกเปิดไฟล์วิดีโอไฟล์หนึ่งที่ถูกกู้คืนขึ้นมาได้สมบูรณ์ที่สุด ภาพบนหน้าจอปรากฏภาพภายในห้องผ่าตัดที่คุ้นตา แสงไฟสปอตไลท์ส่องลงบนเตียงผู้ป่วย ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาสลบ และบุคคลที่ยืนอยู่เหนือร่างนั้น สวมชุดกาวน์สีขาว ถุงมือยางเปื้อนเลือด และรอยยิ้มมุมปากที่แสนคุ้นเคย...
ศาสตราจารย์ไกรสร
"ไอ้สารเลว..." รินรดากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "มันทำแบบนี้กับคนบริสุทธิ์มานานแค่ไหนแล้ว!"
ผมไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา สายตาของผมจดจ้องอยู่ที่มุมขวาล่างของวิดีโอ ซึ่งมีข้อมูล Metadata ที่ระบุเวลาและพิกัด GPS ของสถานที่ถ่ายทำอย่างชัดเจน พิกัดนั้น... มันคือห้องใต้ดินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่ และเป็นจุดเดียวกับที่พ่อของผมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต
ความจริงเริ่มกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย ราวกับจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายกำลังจะถูกวางลงบนภาพวาดแห่งความมืดมิด
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะกดคัดลอกไฟล์ทั้งหมดไปยังไดรฟ์สำรองความปลอดภัย หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับเกิดอาการกระพริบวูบวาบ รหัสสีเขียวบนจอหายไป แทนที่ด้วยหน้าต่างสีแดงฉานพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ
*Warning: System Override Detected. Remote Deletion in Progress...*
"เกิดอะไรขึ้นคะหมอ!" รินรดาอุทานเสียงหลงเมื่อเห็นแถบโหลดข้อมูลถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว
ผมรีบพิมพ์คำสั่งบล็อกการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก แต่ทว่า... มันสายเกินไป ระบบถูกควบคุมจากภายนอกผ่านประตูหลัง (Backdoor) ที่ถูกฝังไว้ในซอฟต์แวร์ฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่แรกแล้ว ไฟล์ทั้งหมดกำลังถูกลบและเขียนทับด้วยขยะดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
"มีคนกำลังดึงข้อมูลชุดนี้ออกไปพร้อมกับทำลายต้นทาง... และไอพีแอดเดรสที่ใช้ควบคุม... มันมาจากในตึกนี้เองครับสารวัตร!" ผมหันไปสบตารินรดาด้วยความตระหนักรู้
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ประตูกระจกฝ้าของห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์อย่างเร่งรีบ พร้อมกับสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดงเพลิงที่เริ่มกะพริบสווดสวาดไปทั่วทางเดินภายนอก
รินรดาชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว เธอขยับมาบังหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาดุดจ้องเขม็งไปที่ประตู "หมอ... ล็อคประตู! มีคนตลบหลังเรา!"
ก่อนที่ผมจะทันได้เอื้อมมือไปกดปุ่มล็อคอิเล็กทรอนิกส์ กลอนประตูก็ส่งเสียง *คลิก* ดังลั่น และระบบไฟฟ้าภายในห้องก็ดับลงสนิทเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องใบหน้าของบุคคลที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา... เป็นชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก และในมือของเขาไม่ได้ถือปืน—แต่ถือเข็มฉีดยาบรรจุของเหลวสีใสที่พร้อมใช้งาน
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความมืดมิดเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 49
นิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!