รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 46

หลักฐานชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"เศษแก้วชิ้นนี้ไม่ได้มาจากขวดไวน์ราคาแพง หรือหน้าต่างรถยนต์ที่ไหนหรอกครับผู้กอง... มันคือซิลิกาบริสุทธิ์สูงชนิดเดียวกับที่ใช้เคลือบเลนส์กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดแบบมอเตอร์ไซઝ" เสียงทุ้มต่ำของหมอธีร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงั้นของห้องชันสูตร แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟผ่าตัดส่องกระทบลงบนแหนบสเตนเลสในมือเรียวยาวของเขา ปลายแหนบคีบเศษแก้วชิ้นจิ๋วขนาดเท่าหัวเข็มหมุด วาววับสะท้อนแสงไฟราวกับดวงตาดวงเล็กที่กำลังจ้องมองความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ร.ต.อ.รินรดา ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังกระจกฝ้า ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะสแตนเลสทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองวัตถุพยานชิ้นนั้นด้วยความสนใจ "คุณหมายความว่า... มันมาจากห้องผ่าตัดใต้ดินของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นอย่างนั้นเหรอคะ... เอ๊ย... ครับ?" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาเรียบเฉยที่ชำเลืองมองมาเล็กน้อย "ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลนั้นหรอกครับผู้กอง" หมอธีร์วางเศษแก้วลงบนสไลด์แก้วอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหมุนปรับโฟกัสของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน "จากดัชนีการหักเหของแสงและสิ่งเจือปนธาตุโครเมียมในเนื้อแก้วปริมาณน้อยนิดนี้ มันถูกหลอมขึ้นพิเศษเพื่อใช้เป็นกระจกป้องกันแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูง... และในเมืองนี้ มีสถาบันการแพทย์หรือห้องแล็บเพียงแห่งเดียวที่ครอบครองเครื่องมือชุดนี้" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว "ภาควิชาศัลยศาสตร์ประสาทของศาสตราจารย์ไกรสร..." "ถูกต้องครับ" หมอธีร์ตอบรับโดยไม่ละสายตาจากช่องมองภาพ "รอยกรีดบนร่างของผู้ตายในคดีนี้ ไม่ได้เกิดจากมีดผ่าตัดทั่วไป แต่เกิดจากใบมีด Micro-Diamond Blade ที่ต้องสั่งทำพิเศษจากต่างประเทศ และมีเพียงศาสตราจารย์ไกรสรเท่านั้นที่มีสิทธิ์เบิกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำวิจัยส่วนตัว" บรรยากาศในห้องชันสูตรพลنينเย็นเยียบลงทันที ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมอันหรูหราของวงการแพทย์กำลังถูกเปิดเปลือยทีละน้อย รินรดากำหมัดแน่น ความโกรธแค้นผสมผสานกับความตื่นเต้นพุ่งพล่านในอก เธอรู้ดีว่าการจะเอาผิดบุคคลระดับศาสตราจารย์ผู้ทรงอิทธิพลและมีลูกศิษย์อยู่ทั่วกระทรวงสาธารณสุขนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีหลักฐานที่มัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด "เราต้องขอหมายค้น" รินรดากล่าวเสียงเฉียบขาด แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ต่อให้เขาจะมีแบ็กอัพเป็นรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการแพทย์สภา ผม... เอ๊ย ฉัน... เอ้ย ดิฉัน... อ้ากก! เอาเป็นว่าฉันจะลากคอมันเข้าคุกให้ได้!" หมอธีร์เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้มแต่ไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่สุภาพแต่น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน "ใจเย็นๆ ก่อนครับผู้กอง การบุกเข้าไปมือเปล่ารังแต่จะทำให้พยานหลักฐานชิ้นอื่นถูกทำลาย เราต้องการมากกว่าหมายค้น... เราต้องการ 'การเทียบเคียง DNA' จากคราบเลือดบนเศษแก้วชิ้นนี้" เขาเดินไปหยิบแฟ้มคดีเก่าสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่มุมโต๊ะ เปิดมันออกเผยให้เห็นภาพถ่ายใบหน้าของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง—ผู้เป็นพ่อของเขาเองที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (หรือฆาตกรรมอำพราง) เมื่อสิบปีก่อน รอยแผลผ่าตัดบริเวณต้นคอในภาพถ่ายใบนោះ มีลักษณะตรงกันอย่างน่าขนลุกกับศพเคสดล่าสดที่อยู่บนเตียงสแตนเลส "พ่อของผมเคยบอกไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต..." หมอธีร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่คมทอประกายความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "ความลับของฆาตกร มักจะซ่อนอยู่ในรอยแผลที่พวกมันพยายามลบ ศาสตราจารย์ไกรสรคิดว่าการใช้เลเซอร์ความร้อนสูงเผาทำลายเนื้อเยื่อจะสามารถทำลายหลักฐานทางนิติเวชได้ทั้งหมด... แต่เขาประเมินความคงทนของเศษแก้วออปติกต่ำไป" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับการวิเคราะห์หลักฐานชิ้นสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาทางประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา รินรดาชักปืนพกออกจากซองข้างเอวในเสี้ยววินาที ดวงตากวาดมองไปที่ประตูด้วยความระแวดระวัง เงาร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู แสงไฟนีออนสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับเยือกเย็นและทรงอำนาจจนน่าขนลุก "ดึกดื่นคื่นมืดป่านนี้ หมอธีร์กับผู้กองยังขยันขันแข็งกันอยู่หรือครับ น่าชื่นชมจริงๆ" ศาสตราจารย์ไกรสรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับอาจารย์กำลังเดินตรวจเยี่ยมลูกศิษย์ในห้องเรียน ทว่าในมือข้างหนึ่งของเขากลับถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง และอีกข้าง... สวมถุงมือยางสีขาวสะอาดตา รินรดากลั้นหายใจ เล็งปลายกระบอกปืนไปที่ร่างของศาสตราจารย์ทันที "ถอยหลังไป! ห้ามขยับ ไม่งั้นฉันวิสามัญคุณแน่!" ศาสตราจารย์ไกรสรหาได้สะทกสะท้านไม่ เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนน แต่สายตากลับกวาดมองไปที่สไลด์แก้วบนโต๊ะของหมอธีร์ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ระวังหน่อยนะครับผู้กอง ปืนกระบอกนั้นราคาแพง และเศษแก้วบนโต๊ะนั่น... ก็เปราะบางเสียเหลือเกิน" ศาสตราจารย์หัวเราะในลำคอเบาๆ "น่าเสียดายนะหมอธีร์ ที่หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณอุตส่าห์หามาได้... มันกำลังจะกลายเป็นเศษผงในอีกสาม... สอง..." สิ้นเสียงนับถอยหลัง ไฟทั่วทั้งตึกสถาบันนิติเวชก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องชันสูตรในพริบตา เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นที่มุมห้อง พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังมาจากความมืดมิดรอบตัวพวกเขา... และก่อนที่หมอธีร์จะทันคว้ากล่องเก็บพยานหลักฐาน แสงเลเซอร์สีแดงฉานเส้นหนึ่งก็พุ่งวาบตัดผ่านกลางโต๊ะผ่าตัด แยกสไลด์แก้วที่มีเศษแก้วชิ้นสำคัญแตกละเอียดเป็นผุยผงต่อหน้าต่อตา! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%